เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 333

บทที่ 333 ชีวิตและความตาย ชื่อเสียงและเงินทอง (3)

สุสานกระบี่คือสถานที่รวมตัวของผู้คนที่มีความเก่งกาจเรื่องกระบี่

แม้แต่ในระดับยอดอัจฉริยะก็ยังมีการแบ่งชนชั้นเช่นกัน

ภายในสุสานกระบี่เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนตัวตนของคนทุกรูปแบบ

ณ สุสานกระบี่ มีตั้งแต่พระผู้ต่อสู้อย่างบ้าเลือดราวกับปีศาจร้าย ไปจนถึงพระที่ปฏิบัติธรรมอย่างเข้มงวดคล้ายกับต้องการจะนำพาผู้คนไปสู่นิพพาน

นักพรตผู้รักอิสระและธรรมชาติ ทั้งยังไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก แต่ก็มีนักพรตที่ลุ่มหลงในโลกโลกีย์อย่างถอนตัวไม่ขึ้นด้วย

สถานที่นี้มีนักฆ่า คนขี้เมา พ่อค้าวานิชผู้ร่ำรวยหรือเคยร่ำรวยมาก่อน และแม้แต่คุณหนูตระกูลใหญ่ผู้งดงาม

นอกจากนี้ยังมีคนเชือดหมูประจำหมู่บ้าน แม่ชี กระทั่งนายทหารระดับสูงผู้เคยออกรบเพื่อแคว้น แต่กลับต้องผิดหวังในการทำงานของคณะบริหาร ดังนั้นจึงลาออกมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบท…

สุสานกระบี่มีผู้คนทุกรูปแบบ และด้วยความที่สุสานกระบี่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ สถานที่อยู่อาศัยจึงถูกปลูกสร้างขึ้นมาอย่างหลากหลาย มีตั้งแต่กระท่อมไม้ บ้านหิน ไปจนถึงคฤหาสน์ใหญ่

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนเหมือนกันหมดก็คือ พวกเขาหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงอดีตของตนเอง

ไม่ว่าอดีตจะเคยเป็นผู้ใดมาก่อน แต่เมื่อได้เข้าสู่สุสานกระบี่ พวกเขาล้วนเป็นสมาชิกของสุสานกระบี่

พวกเขาต้องทำงานรับใช้สุสานกระบี่ และได้รับมอบปราณกระบี่จากท่านประมุข

ปราณกระบี่ชนิดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องคุ้มกันภัย แต่มีไว้เพื่อผูกพันดวงวิญญาณ

เป่ยจิ้งเฉิงเองก็ได้รับปราณกระบี่ชนิดนี้เช่นกัน ตอนที่เขาหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในสุสานกระบี่ ทางสุสานกระบี่รับตัวเขาไว้และมอบปราณกระบี่ชนิดนี้เข้าสู่ร่างกาย …ทุกสิ่งทุกอย่างสายเกินไปแล้ว

เว้นแต่ว่าเขาจะสามารถบรรลุขอบเขตเทวะได้สำเร็จ จากนั้นจึงจะสามารถทำลายพันธนาการของปราณกระบี่จากท่านเจ้าสำนักได้

แม้ว่าในโลกนี้จะมียอดฝีมืออยู่มากมาย แต่ความสามารถของคนเราล้วนมีขีดจำกัด เป่ยจิ้งเฉิงเองก็มีความสามารถอย่างจำกัดเช่นกัน เขารู้ดีว่าหากตนเองไม่สามารถหาทางเลื่อนขอบเขตพลังได้สำเร็จ ก็คงต้องติดอยู่ในสุสานกระบี่ไปตลอดชีวิต

เป่ยจิ้งเฉิงฝึกฝนวิชาอยู่ในสุสานกระบี่และได้เจอกับคนที่ทำให้นึกละอายใจในตนเอง

คนผู้นั้นมีนามว่า จ้าวชางหยวน เขาเป็นหนึ่งในศิษย์สายตรงของท่านประมุข และแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ ที่หลบหนีมายังสุสานกระบี่ ด้วยจ้าวชางหยวนไม่มีพันธนาการในร่างกาย

ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวชางหยวนยังมีความสามารถโดดเด่นและเลิศล้ำ เขาได้รับการยกย่องให้เป็นยอดอัจฉริยะในกลุ่มอัจฉริยะ อีกทั้งยังเป็นคนที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย จ้าวชางหยวนถึงกับได้แต่งงานกับสตรีจากตระกูลเหยา ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่โด่งดังที่สุดของยุทธจักร

เป่ยจิ้งเฉิงได้แต่โทษตนเองที่อ่อนแอและมีฝีมือต่ำต้อยมากเกินไป

คราวนั้นในที่สุดจ้าวชางหยวนก็หลบหนีออกจากสุสานกระบี่ได้สำเร็จ หนีออกไปพร้อมกับอาวุธวิเศษและการช่วยเหลือของศิษย์น้องอีกสองคน

ต่อมาเป่ยจิ้งเฉิงจึงทราบข่าวว่าบุตรชายของจ้าวชางหยวนกำลังจะเสียชีวิต เนื่องจากถูกพิษของหนอนผีสางของพวกคนเถื่อนแห่งหนานเจียงเล่นงาน ด้วยเหตุนี้จ้าวชางหยวนจึงต้องการจะนำอาวุธศักดิ์สิทธิ์ไปช่วยชีวิตของบุตรชาย

แต่บุตรชายของจ้าวชางหยวนช่างโชคร้ายเหลือเกิน ด้วยมีคนจากแคว้นหนานเจียงเดินทางเข้ามาในต้าเซี่ย หวังจะฆ่าทารกน้อยผู้นั้น

นั่นทำให้เป่ยจิ้งเฉิงได้ทราบว่าทารกน้อยนามว่าจ้าวอู่เจียงถูกผู้คนจับตามองตั้งแต่เกิด

ไม่ว่าจะเป็นผู้นำสำนักเต๋า เจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ท่านประมุขแห่งสุสานกระบี่ ไปจนถึงกลุ่มคนที่อยู่นอกแคว้นต้าเซี่ย

นั่นทำให้ในยามที่แคว้นกำลังเดือดร้อนก็มักจะมีวีรบุรุษปรากฏตัวขึ้นเสมอ

ส่วนทารกน้อยผู้นั้นจะเติบใหญ่ไปเป็นวีรบุรุษหรือไม่ ล้วนไม่มีผู้ใดทราบคำตอบ

ทว่ายามนี้จ้าวอู่เจียงเติบใหญ่ขึ้นแล้ว และหากเขาไม่เสียชีวิตไปเสียก่อน อนาคตข้างหน้าย่อมต้องกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

แล้วเหตุไฉนเป่ยจิ้งเฉิงจึงยังไม่พาตัวเขากลับไปอีก?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า