บทที่ 336 ชีวิตและความตาย ชื่อเสียงและเงินทอง (6)
ร่างวิญญาณของเป่ยจิ้งเฉิงหยุดชะงัก ทำท่าคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถอดหมวกที่มีผ้าคลุมหน้าบนศีรษะลง เผยให้เห็นใบหน้าอันบิดเบี้ยวจากการแสยะยิ้ม
“เจ้าคงกำลังสงสัยสิท่าว่าเหตุใดถึงขยับตัวไม่ได้?” น้ำเสียงของเขาค่อนข้างอ่อนโยน ไม่ต่างไปจากญาติผู้ใหญ่ที่กำลังพูดคุยกับลูกหลาน
“นั่นด้วยข้ากลัวว่าเจ้าจะเจ็บปวดจนทนไม่ไหวน่ะสิ”
ใบหน้าของจ้าวอู่เจียงยังคงปรากฏความตกตะลึงไม่เสื่อมคลาย ความจริงเขาหายตะลึงแล้ว แต่กล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่สามารถขยับได้ต่างหาก
จ้าวอู่เจียงมีเรื่องที่ต้องการคำตอบอยู่มากมายยิ่ง อย่างเช่นไยเป่ยจิ้งเฉิงถึงเลือกเขา แล้วไหนจะเรื่องที่เป่ยจิ้งเฉิงพูดเกี่ยวกับที่อยู่ของจ้าวชางหยวนผู้เป็นบิดาของเขาอีก
“เจ้าคงคิดว่าข้ากำลังจะทำร้ายเจ้าใช่หรือไม่?”
หมอกดำรวมตัวกันอย่างหนาแน่นในมือของเป่ยจิ้งเฉิง กระบี่ยาวเล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน คมกระบี่ส่องประกายแวววาว เป่ยจิ้งเฉิงถอนหายใจเล็กน้อย
“บิดาของเจ้าเคยช่วยเหลือข้าไว้มากนัก และข้าก็ต้องการจะมอบอาวุธวิเศษอีกครึ่งหนึ่งให้เจ้ามาโดยตลอด แต่ร่างกายของเจ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งกับอาวุธวิเศษไปแล้ว ดังนั้นหากต้องการจะหลอมรวมกับอาวุธอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือในมือของข้า เจ้าก็จำเป็นต้องทนรับความเจ็บปวดให้ได้”
หลังกล่าวจบ เป่ยจิ้งเฉิงก็สะบัดมือ หมอกดำพุ่งตรงเข้ามาหาจ้าวอู่เจียง แล้วพวกมันก็ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านทางหู ตา จมูก และปาก
จ้าวอู่เจียงรู้สึกได้ว่ามีปราณกระบี่ที่ไม่คุ้นเคยกำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณของเขาเตือนให้รีบสกัดกั้นมวลพลังพวกนี้ให้ได้
แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว นอกจากพยายามตั้งสติให้มั่นคง ปล่อยให้มวลพลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายอยู่อย่างนั้น
ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าปราณกระบี่เหล่านี้ถูกอาวุธวิเศษดูดซับอย่างบ้าคลั่งและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างที่เป่ยจิ้งเฉิงพูดมาไม่มีผิด หมอกดำเหล่านี้เป็นอีกครึ่งหนึ่งที่หายไปของอาวุธศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ
แต่การหลอมรวมที่เกิดขึ้นในขณะนี้นำมาซึ่งความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส
จ้าวอู่เจียงเกิดความสงสัยอย่างแท้จริง เป่ยจิ้งเฉิงจะมอบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ในมือให้เขาจริง ๆ หรือ? หากเป็นความจริงอย่างที่เป่ยจิ้งเฉิงพูด การที่เป่ยจิ้งเฉิงสะกดไม่ให้ร่างกายของเขาขยับเขยื้อนได้ ก็เพราะกลัวว่าเขาจะทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนการหลอมรวมของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ล้มเหลวอย่างนั้นหรือ?
ในไม่ช้า จ้าวอู่เจียงก็สลัดความสงสัยทั้งหมดออกไป ด้วยต้องการจะมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด
ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้แผ่นยันต์เตือนภัยที่หยางเมียวเจิ้นมอบให้มานั้นได้เผาไหม้ไปแล้ว
เป่ยจิ้งเฉิงก้าวเข้าไปใกล้จ้าวอู่เจียงมากขึ้นพร้อมกับยิ้มใจดีมีเมตตา
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าบัดนี้จ้าวชางหยวนบิดาของเจ้าอยู่ที่ใด?”
แววตาของจ้าวอู่เจียงสั่นไหวจากความเจ็บปวดทรมานของการหลอมรวมอาวุธวิเศษในร่างกาย
เป่ยจิ้งเฉิงให้ความสนใจแววตาของจ้าวอู่เจียงอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะยกมือขึ้นถอดหน้ากากทองแดงของจ้าวอู่เจียงออก เมื่อจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลา เขาก็ถอนหายใจออกมา
“เจ้ามีดวงตาที่คล้ายกับบิดามากนัก แต่น่าเสียดายที่จ้าวชางหยวนตายไปแล้ว ตายอยู่ในสุสานกระบี่”
ใบหน้าของจ้าวอู่เจียงยังคงถูกแช่แข็งอยู่ในอารมณ์ความรู้สึกตกตะลึง แต่แววตาของชายหนุ่มในขณะนี้วาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น
เมื่อเห็นเช่นนั้นเป่ยจิ้งเฉิงก็ยิ่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมากขึ้น เขารู้ดีอยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้
หากการสับเปลี่ยนวิญญาณสำเร็จ ทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายของจ้าวอู่เจียงก็จะเป็นเหมือนเดิมต่อไป มีเพียงแววตาเท่านั้นที่อาจจะแปรเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า