เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 339

บทที่ 339 ชีวิตและความตาย ชื่อเสียงและเงินทอง (9)

ร่างวิญญาณของเป่ยจิ้งเฉิงอดไม่ได้ที่จะสั่นไหว และต้องการจะหลบหนีออกไปจากร่างของจ้าวอู่เจียงโดยเร็วที่สุด แต่ก็พบว่าตนเองขยับเขยื้อนไม่ได้อีกแล้ว ก่อนหน้านี้เขาสะกดไม่ให้จ้าวอู่เจียงขยับเขยื้อนร่างกายได้อย่างไร ขณะนี้เป่ยจิ้งเฉิงก็กำลังรู้สึกแบบเดียวกันไม่มีผิด

เป่ยจิ้งเฉิงพบว่า ตัวเขาไม่สามารถกลับออกไปจากร่างของจ้าวอู่เจียงได้

เมื่อเผชิญหน้ากับร่างกายยักษ์ใหญ่สูงเสียดฟ้าของจ้าวอู่เจียง ในใจของเป่ยจิ้งเฉิงก็เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมาทันที

เขาไม่เข้าใจเลย เหตุใดจ้าวอู่เจียงจึงมีพลังวิญญาณแข็งแกร่งเพียงนี้

เป่ยจิ้งเฉิงสำเร็จวิชาสับเปลี่ยนวิญญาณระดับสูง และมีความชำนาญในวิชาเต๋าหลายวิชา โดยเฉพาะวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณของผู้คน

ยังไม่ต้องเอ่ยว่าเป่ยจิ้งเฉิงมีพลังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงระดับเก้า พลังวิญญาณของเขาย่อมแข็งแกร่งมากพอที่จะกลืนกินผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันได้โดยไม่ลำบาก

ฉะนั้นการสวมวิญญาณในร่างของจ้าวอู่เจียง ผู้มีพลังอยู่เพียงขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงระดับที่สอง จึงสมควรเป็นเรื่องง่ายดายอย่างยิ่งไม่ใช่หรือ?

แต่เมื่อมาเผชิญหน้าร่างวิญญาณยักษ์ใหญ่ของจ้าวอู่เจียง เป่ยจิ้งเฉิงก็ตระหนักทันทีว่าตนเองคิดผิดมาโดยตลอด

จ้าวอู่เจียงมีพลังวิญญาณแข็งแกร่งมากกว่าที่เขาคิด นี่ไม่ใช่พลังของผู้ที่อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงระดับสองเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว

หรือว่าจ้าวอู่เจียงจะฝึกวิชาเต๋าด้วยเช่นกัน? แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงจ้าวอู่เจียงจะฝึกฝนวิชาเต๋า แต่อีกฝ่ายก็ไม่ควรแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเป่ยจิ้งเฉิงอยู่ดี

เป่ยจิ้งเฉิงรู้สึกตกตะลึงและตื่นตระหนกในหัวใจ เขาต้องการจะล่าถอยกลับออกไป แต่เมื่อเห็นร่างวิญญาณของจ้าวอู่เจียงเปล่งประกายสีทองคำเรืองรองออกมา เป่ยจิ้งเฉิงก็สั่นไหวไปทั้งร่างด้วยความหวาดกลัว

“วิชาทองคำไร้พ่าย?” เป่ยจิ้งเฉิงไม่อยากเชื่อเลยว่าจ้าวอู่เจียงจะเป็นผู้ฝึกฝนวิชาทองคำไร้พ่ายในตำนาน

ไม่ต้องแปลกใจอีกแล้ว… เป่ยจิ้งเฉิงอุทานออกมาในใจ ไม่ต้องแปลกใจอีกแล้วว่าเหตุใดคนเฝ้าสุสานจึงไม่สอนวิธีพื้นฐานในการฝึกวิชาปราณไร้วิญญาณนั่นให้จ้าวอู่เจียง นั่นด้วยจ้าวอู่เจียงเคยฝึกวิชาระดับสูงมาก่อนแล้วนี่เอง

แต่ถึงจ้าวอู่เจียงจะฝึกวิชาทองคำไร้พ่าย ความแข็งแกร่งของสามจิตเจ็ดวิญญาณก็ไม่น่าสูงล้ำถึงเพียงนี้มิใช่หรือ?

ร่างวิญญาณของเป่ยจิ้งเฉิงเริ่มซีดจางลงเรื่อย ๆ ดวงตาของเขาแดงก่ำ พลังสูญหาย ร่างวิญญาณที่เป็นเหมือนเม็ดทรายค่อย ๆ ละลายเข้าไปในร่างของจ้าวอู่เจียง

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ ภาพที่น่าตื่นตระหนกที่สุดได้บังเกิดขึ้น จ้าวอู่เจียงเพิ่มแรงมือ บีบร่างของเป่ยจิ้งเฉิงอย่างหนักหน่วง พลังลมดูดปะทุออกมาจากร่างกาย และทำการกลืนกินพลังวิญญาณของเป่ยจิ้งเฉิงอย่างช้า ๆ

“วิชามหาเทพดูดดาว!” ร่างวิญญาณของเป่ยจิ้งเฉิงเบาบางจนเกือบจะโปร่งแสงแล้ว กระทั่งดวงวิญญาณดับสิ้นลงไป เขาก็ยังไม่เข้าใจเลยว่า เหตุไฉนจ้าวอู่เจียงจึงได้ครอบครองทั้งวิชาทองคำไร้พ่ายและวิชามหาเทพดูดดาวอยู่ในมือ?

นี่หมายความว่าจ้าวอู่เจียงเป็นผู้สืบทอดเคล็ดวิชาทั้งหมดของไต้ซือนักปัดกวาดใช่หรือไม่?

นี่หมายความว่าหากจ้าวอู่เจียงสามารถบรรลุขอบเขตเทวะได้เมื่อไหร่ ก็จะไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งเขาได้อีกแล้ว

นี่เองสินะผู้ที่ถูกเลือก เป่ยจิ้งเฉิงรู้ตัวแล้วว่าตนเองกำลังต่อสู้อยู่กับผู้ที่สวรรค์ลิขิตให้เป็นวีรบุรุษกู้ชาติ! ร่างวิญญาณของเขาแตกสลายกลายเป็นเม็ดทราย และสุดท้ายก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างวิญญาณของจ้าวอู่เจียงจนหมดสิ้น

แผนการที่วางไว้เป็นระยะเวลาหลายปีพังทลายจนไม่เหลือชิ้นดีภายในไม่กี่อึดใจ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า