เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 345

บทที่ 345 ตรวจร่างกายฮ่องเต้หญิง

จ้าวอู่เจียงรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด

เขาตะลึงอยู่ตรงนั้น ทั้งยังคงโอบกอดเซวียนหยวนจิ้งอย่างแนบแน่น และถามด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า

“เกิดอะไรขึ้น?”

“เจ้าทราบหรือไม่ว่าบิดาของข้าเสียชีวิตอย่างไร?”

เซวียนหยวนจิ้งโอบกอดจ้าวอู่เจียงกลับอย่างแนบแน่นเช่นกัน หัวใจที่เคยหนักอึ้งพลันรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย

ดวงตาของชายหนุ่มสั่นไหว

“เป็นฝีมือของเซวียนหยวนอวี้เหิงใช่หรือไม่?”

“ไม่ใช่…” น้ำตาไหลหยดลงมาจากดวงตาของเซวียนหยวนจิ้ง นางกล่าวด้วยความเศร้าใจ

“ข้าเพิ่งได้ทราบมาไม่นานนี้ว่าราชวงศ์เซวียนหยวนต้องคำสาป ผู้ใดก็ตามที่ขึ้นครองบัลลังก์จะต้องเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ต่อให้โชคดีก็มีชีวิตอยู่ได้ถึงวัยกลางคนเท่านั้น”

“คำสาปนี้จะถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เหตุนี้เองราชวงศ์เซวียนหยวนจึงมีสมาชิกลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้ผู้มีสิทธิ์ขึ้นครองบัลลังก์ก็เหลือเพียงบิดาของข้ากับเซวียนหยวนอวี้เหิงเท่านั้น แต่ตอนนี้ผู้ที่ครอบครองบัลลังก์ได้เหลือเพียงข้าผู้เดียวเท่านั้น”

“สักวันหนึ่ง…อาจจะเป็นวันพรุ่งนี้ ข้าอาจตายอย่างกะทันหันก็เป็นได้…”

“กระหม่อมจะไม่ยอมให้พระองค์ตายพ่ะย่ะค่ะ ด้วยว่าพระองค์เป็นสตรีของกระหม่อม” จ้าวอู่เจียงมีแววตาหนักแน่นมั่นคง เขาเอียงศีรษะแนบชิดกับหน้าผากของเซวียนหยวนจิ้ง แล้วพวกเขาทั้งสองคนก็นั่งกอดกันอยู่ในลักษณะนี้เนิ่นนาน

ฮ่องเต้หญิงน้ำตาไหลพราก ความเศร้าเสียใจและความร้อนรุ่มทำให้จิตใจหวั่นไหวและปั่นป่วน เซวียนหยวนจิ้งส่ายหน้า

“เปล่าประโยชน์ ถ้าเจ้าไม่รู้ว่าคำสาปมาจากที่ใด เจ้าจะแก้คำสาปได้อย่างไร”

“ก่อนอื่นข้าจะใช้ทักษะทางการแพทย์รักษาท่านก่อน” จ้าวอู่เจียงรู้ดีว่านี่คือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างการต้องคำสาปนั้น ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับการรักษาทางการแพทย์

แต่อย่างน้อยก็ต้องลองดูก่อน ไม่แน่คำสาปอาจจะเป็นการถูกพิษชนิดหนึ่ง หรืออาจจะหมายถึงระบบการไหลเวียนโลหิตที่ผิดปกติก็เป็นได้

ตราบใดที่สามารถตรวจพบ จ้าวอู่เจียงก็มั่นใจว่าเขาต้องรักษาได้อย่างแน่นอน

ผ้าม่านข้างเตียงถูกปลดลงมา

ชายหนุ่มจัดการให้เซวียนหยวนจิ้งนอนราบอยู่บนเตียง

เสื้อผ้าบนร่างกายถูกปลดเปลื้องออก

แก้มของเซวียนหยวนจิ้งกลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย ดวงตาของนางแวววาวจากม่านน้ำตาขณะพึมพำถามว่า

“เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องตรวจเช่นนี้?”

จ้าวอู่เจียงพยักหน้า

นั่นทำให้ชายหนุ่มร้อนใจขึ้นมาทันที หากไม่พบสิ่งใดผิดปกติ นี่ก็ถือเป็นความผิดปกติที่ใหญ่ที่สุดแล้ว

เซวียนหยวนจิ้งไม่ได้โกหกเขาเรื่องคำสาปประจำราชวงศ์เซวียนหยวน

ในเมื่อไม่สามารถตรวจจับได้ นี่จึงกลายเป็นสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด

อันตรายที่มองไม่เห็น ย่อมน่ากลัวมากกว่าอันตรายที่มองเห็น

ฟันสีขาวสะอาดของเซวียนหยวนจิ้งขบลงบนริมฝีปากของตนเอง ใบหน้าของนางปรากฎความเขินอาย แม้นางจะไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดหรือเคลื่อนไหวร่างกาย แต่นี่กลับกลายเป็นเสน่ห์ที่แปลกประหลาด

หากไม่ใช่นางมีใจให้แก่จ้าวอู่เจียง และไม่ใช่ว่านางเชื่อใจเขามากที่สุด ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น นางคงยอมตายมากกว่ายอมให้ถูกตรวจสอบร่างกายเช่นนี้

จ้าวอู่เจียงรู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที เขาค่อย ๆ หลับตาลง ใช้เวลาพักใหญ่จึงได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเขาเป็นฉายแววลึกล้ำมากขึ้นและมากขึ้น

ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังใช้วิชาเพ่งปราณ

เมื่อเขาจ้องมองไปยังเรือนร่างอันงดงามของเซวียนหยวนจิ้งอีกครั้ง เขาก็พบว่ามีกลุ่มหมอกควันปกคลุมทั่วร่างของอีกฝ่าย

มันเป็นกลุ่มหมอกสีม่วงกับสีทองคำผสมกัน นี่คือปราณประจำตัวของผู้ที่เป็นฮ่องเต้

แต่ในปราณสีม่วงกับสีทองคำนั้นกลับมีกลุ่มพลังสีดำแทรกตัวอยู่ด้วย และทุกครั้งที่กลุ่มพลังสีดำเคลื่อนไหว พลังสีทองคำและสีม่วงก็จะมีสีเข้มมากขึ้นเรื่อย ๆ

หรือว่านี่จะเป็นคำสาป? จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องมองไปยังปราณสีดำด้วยสายตาเคร่งเครียด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า