เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 346

บทที่ 346 ไม่แยกจากกัน

“เจ้าพบอันใดบ้างหรือไม่?”

เซวียนหยวนจิ้งสังเกตเห็นว่าแววตาของจ้าวอู่เจียงเคร่งเครียดมากขึ้นกว่าเดิม คล้ายกับว่าเขาได้ค้นพบอะไรบางอย่าง

“กระหม่อมเห็นคำสาป”

จ้าวอู่เจียงพยายามนึกทบทวนถึงวิชาต่าง ๆ ในคัมภีร์ปรสูตร ซึ่งอาจจะมีหนทางแก้ไขอยู่บ้าง

ในเมื่อเขาสามารถเห็นพลังแห่งคำสาปได้ผ่านวิชาเพ่งปราณ นั่นก็หมายความว่าวิชาเต๋าวิชาใดวิชาหนึ่งต้องสามารถแก้คำสาปได้อย่างแน่นอน

ขณะที่พยายามนึกทบทวนความทรงจำ ชายหนุ่มก็ปวดหัวมากขึ้นเรื่อย ๆ การใช้ความคิดมากเกินไปเช่นนี้ ทำให้ร่างกายของจ้าวอู่เจียงเหนื่อยล้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

เซวียนหยวนจิ้งเห็นว่าจ้าวอู่เจียงกำลังใช้ความคิดและไม่สนใจตอบคำถาม นางจึงไม่ได้ถามอะไรอีก

หลังจากนั้นพักใหญ่ จ้าวอู่เจียงก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ มีวิธีแก้คำสาปแค่สองวิธีเท่านั้น

หนึ่งคือการหาคนที่เป็นผู้ร่ายคำสาปให้พบ และฆ่าคนผู้นั้นทิ้งเสีย

สองคือการทำความเข้าใจคำสาปให้ทะลุปรุโปร่ง แบบนั้นจึงจะพอแก้ไขได้

แต่ตอนนี้จ้าวอู่เจียงไม่รู้เลยว่าผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของคำสาปนี้คือผู้ใด คำนวณจากช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายยุคสมัย ผู้เป็นเจ้าของคำสาปน่าจะแก่ชรามากแล้ว ใต้หล้ากว้างใหญ่ไพศาล เขาจะหาตัวคนผู้นั้นเจอได้อย่างไร?

ส่วนเรื่องการทำความเข้าใจคำสาป นอกจากผู้เป็นเจ้าของคำสาปแล้ว ยังจะมีผู้ใดในโลกสามารถเข้าใจคำสาปได้อย่างชัดเจนอีกหรือ?

“เป็นอะไรไป?” แววตาของเซวียนหยวนจิ้งหมองหม่น กระนั้นนางก็ยังบังคับให้ตัวเองฝืนยิ้ม

“หากไม่มีวิธีแก้ไขก็ช่างเถิด อย่าได้คิดถึงมันอีกเลย”

“ฝ่าบาทไม่ต้องเป็นกังวลพ่ะย่ะค่ะ คำสาปนี้ย่อมมีหนทางแก้ไขอย่างแน่นอน” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน และพูดด้วยความโล่งใจ

“เพียงมีปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น…”

ฮ่องเต้หญิงจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยความตะลึง แล้วสายตาก็ค่อย ๆ พร่ามัวจากม่านน้ำตาที่เอ่อล้นเต็มสองเบ้า

“ข้ารู้ทั้งหมดแล้ว เจ้าไม่ต้องโกหกข้าหรอก…”

“กระหม่อมไม่ได้โกหกพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอู่เจียงยิ้มกว้าง มือข้างหนึ่งเค้นคลึงก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นซึ่งคล้ายกับจะหลุดออกไปจากมือของเขาได้ตลอดเวลา ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูงเล็กน้อย

“ทุกคำพูดของกระหม่อมเป็นความจริงเสมอ”

“เมื่อวิกฤตการณ์ของต้าเซี่ยจบลง และคำสาปของข้า… ได้รับการแก้ไข… ข้าต้องการให้เจ้าหลับนอนกับข้า ข้าอยากให้กำเนิดทารกน้อยกับเจ้า”

“เราสามารถกระทำได้บัดนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ…” ตอนนี้จ้าวอู่เจียงถูกแผดเผาด้วยไฟปรารถนาจนแทบมอดไหม้แล้ว เขาขยับริมฝีปากแห้งผากเข้าไปใกล้ชิดกับเรียวปากของเซวียนหยวนจิ้ง

“แต่ข้ากลัว…”

ดวงตาของเซวียนหยวนจิ้งสั่นไหวและเริ่มหอบหายใจหนักขึ้น นางยกมือขึ้นปิดปากจ้าวอู่เจียงเพื่อหยุดยั้งเขา แม้ตอนนี้นางก็มีความต้องการที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจ้าวอู่เจียงเช่นกันก็ตาม แต่นางก็ยังคงมีสติมากพอที่จะหักห้ามใจตนเอง

เซวียนหยวนจิ้งไม่ได้พูดว่านางกลัวสิ่งใด แต่จ้าวอู่เจียงก็เข้าใจได้เป็นอย่างดี

ส่วนฮ่องเต้หญิง นางเองก็รู้ว่าชายหนุ่มจะต้องเข้าใจอย่างแน่นอน และมั่นใจว่าจ้าวอู่เจียงจะต้องอยู่เคียงข้างนางต่อไป

เป็นไปอย่างที่คิด จ้าวอู่เจียงหยุดการกระทำของเขา และโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน ความอบอุ่นของอ้อมกอดนี้ทำให้เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หญิงสาวอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของจ้าวอู่เจียง ความอ่อนหวานของสตรีถูกเก็บซ่อนเอาไว้สำหรับบุรุษผู้นี้โดยเฉพาะ ความเย็นชาและสูงส่งสลายหายไปเพื่อเขาเพียงผู้เดียว

พวกเขาโอบกอดกันอย่างอบอุ่นในขณะที่ราตรีคืบคลานเข้ามา

ทั้งสองคนไม่ต่างไปจากดวงดาวที่อยู่เคียงข้างกันบนท้องฟ้า ไม่ว่าเส้นทางแห่งดาราจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไร พวกเขาก็จะไม่มีวันแยกจากกันเด็ดขาด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า