บทที่ 347 พระสนมเซียวถวายการรับใช้
ความอบอุ่นจากอ้อมกอด กอปรกลิ่นกายหอมกรุ่น ทำให้เปลวไฟแห่งความรักลุกโชน
ทั้งสองดื่มด่ำอยู่กับอ้อมกอดของกันและกันอย่างนั้นอยู่เนิ่นนาน
นี่คือความรู้สึกรักจากก้นของบึ้งหัวใจ ทำให้ทั้งคู่รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง
ท้องฟ้ามืดมิด ล่วงเลยเข้าสู่ยามราตรี
ทว่าบรรยากาศแห่งความเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงร้องเรียกหน้าประตู
“กราบทูลฝ่าบาท เสี่ยวหลี่จือขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
เซวียนหยวนจิ้งขมวดคิ้ว ขันทีน้อยผู้นี้มาสอบถามนางแทบทุกคืน ขอร้องให้นางช่วยคัดเลือกพระสนมสำหรับทำการรับใช้
เซวียนหยวนจิ้งย่อมเข้าใจดีว่าเสี่ยวหลี่จือคงได้รับรางวัลมาจากเหล่าสนมมากมาย และก็คงได้รับการสนับสนุนจากขุนนางใหญ่จำนวนมาก ดังนั้นอีกฝ่ายจึงดูจะมีความร้อนรนในเรื่องนี้เป็นพิเศษ
เมื่อหลายวันก่อน นับตั้งแต่ที่จ้าวอู่เจียงเดินทางเข้าสู่ยุทธจักร เซวียนหยวนจิ้งก็ไม่สามารถเรียกหาสนมเข้ามารับใช้ได้ตามปกติ ดังนั้นนางจึงได้แต่ผ่อนผันเรื่องนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
บัดนี้เมื่อจ้าวอู่เจียงกลับมาแล้ว ทุกสิ่งอย่างจึงสามารถดำเนินต่อไปตามปกติได้อีกครั้ง…
ทว่า…ฮ่องเต้หญิงไม่ต้องการให้จ้าวอู่เจียงปลอมตัวเป็นตนเอ ร่วมรักกับสนมเหล่านั้นอีกแล้ว แต่จะให้ผู้ใดรู้ว่านางเป็นสตรีก็ไม่ได้อีกเช่นกัน ดังนั้นนางจึงรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
“ฝ่าบาท เดี๋ยวกระหม่อมจะช่วยใส่ให้พ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวอู่เจียงยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน เขาต้องการจะช่วยสวมเสื้อผ้าให้แก่เซวียนหยวนจิ้ง ในขณะนี้ร่างกายท่อนบนของเซวียนหยวนจิ้งมีเสื้อคลุมปกปิดแล้ว แต่ไม่ใช่ร่างกายท่อนล่าง
“ข้าใส่เองได้” เซวียนหยวนจิ้งแก้มแดง และเมื่อมองตามสายตาอันร้อนแรงของจ้าวอู่เจียง นางก็ตะลึงไปทันทีเมื่อพบว่าตนเองกำลังเปลือยท่อนล่าง
เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกอับอายจนต้องรีบหนีบขา พร้อมเอื้อมมือผลักหน้าจ้าวอู่เจียงอย่างแรง
“หันไปซะ!”
เสียงสวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบดังให้ได้ยิน
จ้าวอู่เจียงแอบเหล่มองเล็กน้อย และพบว่าเซวียนหยวนจิ้งกำลังสวมใส่เสื้อผ้าอย่างเร่งร้อน
ชายหนุ่ม “คืนนี้ฝ่าบาทจะเลือกผู้ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“เจ้าไม่รู้หรือว่าเกิดอะไรขึ้น?” เซวียนหยวนจิ้งสวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยและ เมื่อตรวจสอบว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกต้อง นางจึงเริ่มสวมรองเท้า
แต่ไหนแต่ไรมา การที่ฮ่องเต้จะให้บรรดาสนมเข้ารับใช้ น้อยนักที่จะเป็นไปด้วยความรักใคร่เสน่หา ส่วนใหญ่ล้วนเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองทั้งนั้น
อย่างเช่นคืนนี้…
ตอนนี้ต้าเซี่ยกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ต้องส่งกำลังพลบุกไปโจมตีแคว้นหนานเจียง เช่นนี้จึงจำเป็นที่จะต้องให้เซียวว่านจวินได้มีโอกาสรับใช้ฮ่องเต้
เนื่องจากเซียวว่านจวินเป็นบุตรสาวของเซียวหยวนซาน แม่ทัพใหญ่ผู้ดูแลกองกำลังทางชายแดนใต้
ข้าหมายความว่าเนินเต่าของท่านมันโล่งเตียนต่างหาก… จ้าวอู่เจียงมีสีหน้าแปลกประหลาด แต่ก็ยังพยักหน้า ชื่นชมกลับไปว่า
“ฝ่าบาทช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก”
เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกสงสัยเล็กน้อย นางจ้องมองสีหน้าของจ้าวอู่เจียง พลางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลย
เมื่อนางตรวจสอบว่าแต่งกายเรียบร้อยดี ฮ่องเต้หญิงจึงเดินออกไปพร้อมกับชายหนุ่ม
…
ตำหนักของพระสนมเซียว
แสงตะเกียงสลัวเลือนราง
บางทีคงเป็นด้วยเซียวว่านจวินไม่ได้รับใช้ฮ่องเต้มาพักใหญ่แล้ว คืนนี้นางจึงมีความกระตือรือร้นและตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ภายในห้องนอนของนางเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจ เสียงกระแทกกระทั้นดังดุเดือด
เซวียนหยวนจิ้งนั่งอยู่ห่างออกมาไม่ไกล ใบหน้าของนางร้อนผ่าว รู้สึกอึดอัดขัดใจเล็กน้อยเมื่อได้ฟังเสียงการเคลื่อนไหวเหล่านั้น
นางมักจะนึกภาพในจินตนาการว่า หากเป็นนางกับจ้าวอู่เจียง…
ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าใด เซวียนหยวนจิ้งก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจมากเท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า