บทที่ 35 สุดยอดคัมภีร์วิชาบู๊
ตำหนักหย่างซิน ห้องบรรทมของฮ่องเต้
จ้าวอู่เจียงยกมือเคาะประตูเบา ๆ
“ฝ่าบาท กระหม่อมขันทีจ้าวขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นภายในห้อง ตามมาด้วยคำอนุญาต
“เข้ามาได้”
จ้าวอู่เจียงเปิดประตูและเดินเข้าไป ในมือถือกล่องไม้ใบหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงข้างกายฮ่องเต้ “ฝ่าบาททรงดูเหนื่อยล้า การหารือในวันนี้มีปัญหาหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ทำนองนั้น”
เซวียนหยวนจิ้งหันกลับมา และเริ่มเล่าการประชุมในท้องพระโรงประจำวันนี้
เรื่องราวโดยรวมยังคงเป็นการพยายามปั่นป่วนสร้างสถานการณ์ของขุนนางใหญ่จากทั้งหกกรม มีขุนนางจำนวนไม่น้อยคิดจะอาศัยความไม่มั่นคงทางการเมืองตักตวงผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง
ในระหว่างที่นางเล่า จ้าวอู่เจียงจะคอยรับฟังอย่างตั้งใจ บางครั้งเขาก็ตบโต๊ะระเบิดอารมณ์ออกมาว่า ‘มันจะเป็นไปได้อย่างไร’ บางครั้งก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของนาง บางครั้งก็ขมวดคิ้วแสดงความวิตกกังวล
เซวียนหยวนจิ้งระบายความทุกข์ยากของการเป็นฮ่องเต้ผู้ครองบัลลังก์ออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ
นับตั้งแต่วันที่นางเข้าใจจ้าวอู่เจียงผิดไปครั้งนั้น เซวียนหยวนจิ้งก็มีความเชื่อใจต่อขันทีผู้นี้มากขึ้น
จ้าวอู่เจียงนั่งรับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั่งนางสังเกตเห็นว่าสายตาของขันทีหนุ่มจ้องมองอยู่ที่จุด ๆ เดียวเป็นเวลานาน ทั้งยังดูเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวจึงก้มมองชุดเสื้อคลุมมังกรของตน
ฮ่องเต้หญิงจึงได้รู้ว่าในขณะที่นางกำลังบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อย่างออกรสออกชาติ ตนได้โน้มตัวมาข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว และสายตาของจ้าวอู่เจียงก็กำลังจับจ้องอยู่ที่หน้าอกของนางพอดิบพอดี
สองแก้มของเซวียนหยวนจิ้งกลายเป็นสีแดงก่ำขึ้นมาทันใด ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่
“เจ้ามองอะไรมิทราบ!?”
“ลวดลายมังกรบนเสื้อคลุมของฝ่าบาทช่างปักได้อย่างประณีตเหลือเกิน” จ้าวอู่เจียงกระแอมออกมาเบา ๆ
“ห้ามมอง!”
ฮ่องเต้หญิงยกมือผลักศีรษะของเขาให้หันไปทางอื่น “ข้าเห็นเจ้าถือกล่องไม้ใบหนึ่งเข้ามา ข้างในมีสิ่งใด?”
“เซียวซูเฟยมอบกล่องไม้นี้ให้แก่กระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ ดูเหมือนจะเป็นตำราโบราณอะไรสักอย่าง กระหม่อมยังไม่ได้เปิดดูเลย”
พูดจบ จ้าวอู่เจียงก็เปิดฝากล่องออกช้า ๆ ฮ่องเต้หญิงขยับกายเข้ามาใกล้
สิ่งที่อยู่ในกล่องไม้ก็คือ ตำราใหม่เล่มหนึ่ง
แต่จะเรียกว่าเป็นตำราใหม่ก็ไม่ถูกต้อง
หากจะอธิบายให้ถูกต้องคือ ตำราเล่มนี้มีการเปลี่ยนหน้าปกใหม่ แต่เนื้อหาที่อยู่ด้านในนั้นยังคงปรากฏบนกระดาษอันเก่าแก่ของตำราเดิม
จ้าวอู่เจียงลองเปิดหน้าปกออกดู และกระดาษแผ่นแรกของตำราเล่มนี้ก็เขียนตัวอักษรเอาไว้เพียงประโยคเดียวเท่านั้นว่า
คัมภีร์ทองคำไร้พ่าย
หืม หรือว่าจะเป็นคัมภีร์วิชาบู๊?
จ้าวอู่เจียงมีดวงตาเป็นประกายวาววับ ชายหนุ่มรีบเปิดดูหน้าต่อไป สิ่งที่อยู่บนหน้ากระดาษเป็นภาพวาดการฝึกฝนในกระบวนท่าต่าง ๆ หลายหน้ามีแต่ภาพวาด ไม่มีตัวอักษรเลยสักตัว
เมื่อฮ่องเต้หญิงหลุดปากถามออกมาแล้ว นางก็นึกเสียใจขึ้นมาในทันใด รูปร่างอันกำยำของจ้าวอู่เจียงในระหว่างทำการปรนนิบัติตู๋กูหมิงเยว่รวมไปถึงนางสนมคนอื่น ๆ ปรากฏขึ้นมาในห้วงภวังค์ ทำให้สองแก้มของเซวียนหยวนจิ้งร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
จ้าวอู่เจียงยิ้มมุมปาก “ก็ตามที่ฝ่าบาทคิดนั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าไม่ได้คิดอย่างที่เจ้าคิดเสียหน่อย!” ฮ่องเต้หญิงตอบกลับด้วยความรำคาญใจ
“โอ้? ฝ่าบาทรู้ความคิดกระหม่อมด้วยหรือ?” จ้าวอู่เจียงหยอกเย้า
“ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว ข้ายังมีเรื่องอื่น ๆ ให้ปวดหัวอีกมาก!”
เมื่อกล่าวจบ ขันทีน้อยผู้รับใช้อยู่ด้านนอกก็ได้รับสัญญาณให้เดินเข้ามา “ถวายบังคมฝ่าบาท ไม่ทราบว่าคืนนี้ฝ่าบาทจะให้พระสนมคนใดเข้ามารับใช้พ่ะย่ะค่ะ?”
ขันทีน้อยก้มหน้าลง ถามออกมาด้วยความจนใจ
เพราะเขาถูกกลุ่มพระสนมกดดันมาอีกที
ในเมื่อรอมาทั้งวันแล้วแต่ฝ่าบาทก็ยังไม่ประกาศออกมา สุดท้าย พวกนางจึงต้องส่งตัวแทนขันทีมาสอบถาม
เซวียนหยวนจิ้งหันกลับมาตบไหลจ้าวอู่เจียงเบา ๆ
ขันทีหนุ่มไอออกมาเล็กน้อย กระซิบข้างหูนางว่า “โบราณกล่าวไว้ว่า ผู้ใดให้ผลประโยชน์สูงสุด ผู้นั้นก็จะต้องได้รับสิ่งตอบแทนพ่ะย่ะค่ะ”
เซวียนหยวนจิ้งจ้องมองคัมภีร์ในมือของเขาและเข้าใจโดยทันที
“ให้เซียวซูเฟยเข้ามารับใช้”
ขันทีน้อยยิ้มขึ้นมาด้วยความดีใจ “รับทราบพ่ะย่ะค่ะ! ข้าน้อยจะไปเชิญพระสนมมาเดี๋ยวนี้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า