บทที่ 366 อานุภาพของระเบิดเพลิงอัสนี
เหตุที่เสนาบดีกรมกลาโหมและกรมโยธาธิการเดินทางมาชายแดนใต้ในครั้งนี้ ประการแรก พวกเขามาแนะนำวิธีใช้งานกระบอกบรรจุดินปืนให้เหล่าทหารได้คุ้นเคย ประการที่สอง พวกเขามาจดบันทึกประสิทธิภาพของดินปืนยามใช้งานจริงในสนามรบ ยามกลับไปนครหลวง พวกเขาจะได้นำไปอ้างอิงและศึกษาพัฒนาต่อไปได้
“แม่ทัพเซียว พวกเราทั้งสองเดินทางมาเพราะจะมอบอาวุธชนิดใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยราชสำนักให้เหล่าทหารแห่งกองทัพต้าเซี่ยได้ใช้งาน” เสนาบดีกรมโยธาธิการกล่าวด้วยน้ำเสียงแสดงความเคารพ
“อาวุธชนิดใหม่?” สีหน้าของเซียวหยวนซานเปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วของเขาขมวดมุ่น น้ำเสียงเกรี้ยวกราดดุดันและทรงพลัง
“อาวุธชนิดใหม่เป็นอย่างไร? สามารถกำจัดสิงโต พยัคฆ์ หมีป่า และสัตว์สงครามชนิดอื่นๆ ของพวกหนานเจียงได้หรือไม่?”
“คือว่า…” เสนาบดีกรมโยธาธิการมีสีหน้าสับสน เขารู้ว่าดินปืนมีอนุภาพการทำลายล้างรุนแรง แต่มันก็ยังไม่เคยถูกทดสอบในสนามรบจริงมาก่อน ดังนั้นจึงตอบกลับด้วยความระมัดระวัง
“ท่านแม่ทัพเซียว พวกเรามาลองดูกันก่อนดีหรือไม่?”
เซียวหยวนซานจ้องมองกลุ่มคนจากกองทัพหนานเจียงที่ตะโกนยั่วยุอยู่ไม่ห่างจากประตูเมืองสักเท่าไหร่ กลุ่มคนเหล่านั้นต่างขี่หลังสิงโต เสือ รวมถึงหมีป่า และสัตว์พวกนั้นก็ล้วนสวมชุดเกราะอย่างแน่นหนา
เซียวหยวนซานพยักหน้า
“ขอข้าดูพวกมันสักหน่อย”
เพียงไม่นาน ทหารกลุ่มหนึ่งก็ช่วยกันยกหม้อดินเผาสองใบที่ลักษณะคล้ายกับหม้อแกงขนาดใหญ่ มาพร้อมกับถังใส่ของเหลวสีดำเหนียวหนืด
เซียวหยวนซานขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา
“แม่ทัพเซียว หม้อดินเผาพวกนี้บรรจุสิ่งที่เรียกว่าดินปืน ใต้เท้าจ้าวตั้งชื่อพวกมันอีกอย่างว่าระเบิดเพลิงอัสนี ทั้งสองหม้อนี้ หลังจากจุดไฟแล้วโยนใส่ศัตรู มันจะสามารถสังหารศัตรูได้เป็นวงกว้างถึงสิบห้าจั้งเลยทีเดียว!”
เสนาบดีกรมโยธาธิการอธิบายให้เซียวหยวนซานฟังด้วยความเคารพจ้าวอู่เจียงเต็มหัวใจ ดวงตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับ และพูดต่อไปด้วยความภาคภูมิใจว่า
“นอกจากนี้เรายังบรรจุมันลงไปในกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็ก ทำให้นายทหารสามารถพกติดตัวและจุดไฟโจมตีศัตรูได้จากระยะไกล เพียงแต่อนุภาพการทำลายล้างจะลดลงตามขนาดภาชนะที่ใช้บรรจุ ระเบิดเพลิงอัสนีที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่จะมีรัศมีการทำลายล้างราวสี่จั้ง แต่เท่านี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว”
“แล้วของเหลวสีดำพวกนี้เล่า เป็นยาพิษหรืออย่างไร?” คิ้วดกหนาของเซียวหยวนซานขมวดมุ่นด้วยความพิศวงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เหล่าทหารที่กำลังขี่หลังสัตว์สงครามมองเห็นหม้อสองใบถูกเหวี่ยงออกมาจากกำแพงเมืองเทียนหนาน พลันพวกเขาหันมามองหน้ากัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขันและสมเพชเวทนากองทัพต้าเซี่ย ผู้หมดหวังในการต่อสู้จนต้องใช้วิธีการเหวี่ยงหม้อไหมาโจมตีพวกเขาแล้ว
ทันใดสัตว์สงครามที่ทหารเหล่านั้นกำลังขี่หลังขยับหลบหม้อดินเผาทั้งสองใบนั้น กลุ่มทหารก็ยิ่งหัวเราะเยาะเสียงดังมากขึ้น พวกเขาต้องการที่จะยั่วยุอีกครั้ง ทว่า…
ตู้ม! ตู้ม!
ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะ หม้อดินเผาทั้งสองใบระเบิดอย่างกะทันหัน รัศมีการระเบิดกินวงกว้าง ระลอกเปลวเพลิงลุกลามไปรอบทิศทาง กลืนกินร่างของเหล่าทหารและสัตว์อสูรทั้งหมดในพริบตาเดียว
“อ๊าก!” ทะเลเพลิงขยายวงกว้างไม่ต่างไปจากก้อนเมฆบนท้องฟ้า ภายในเปลวไฟนั้นมีเงาดำบิดเบี้ยว และมีเสียงกรีดร้องโหยหวน ผู้คนพยายามวิ่งหนีออกมาแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นชะตากรรม
กระทั่งสองลมหายใจต่อมา เปลวไฟดับแล้ว เหลือไว้เพียงเถ้าถ่านของสัตว์อสูรและทหารที่เคยอยู่บนหลังสัตว์เท่านั้น
ส่วนบรรดาสัตว์อสูรที่อยู่นอกรัศมีแรงระเบิด พวกมันต่างก็พากันระเบิดเสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนก พร้อมใจวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว
ความรุนแรงของระเบิดเพลิงอัสนี นอกจากจะกลืนกินชีวิตของบรรดานายทหารและเพื่อนร่วมสายพันธุ์ของพวกมัน เปลวไฟยังกลืนกินความกล้าหาญในการต่อสู้ของพวกมันไปจนหมดด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า