เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 368

บทที่ 368 สงคราม

“แม้แต่น้ำก็ดับไฟชนิดนี้ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?” ดวงตาของเซียวหยวนซานสว่างไสวขึ้นมาเล็กน้อย

แม่น้ำ ทะเลสาบ มหาสมุทร ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากที่ใดก็ถือเป็นสิ่งที่ใช้ดับไฟได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าน้ำมันศิลามีคุณสมบัติอย่างเสนาบดีกรมโยธาธิการกล่าวจริง ๆ การโจมตีด้วยไฟของกองทัพต้าเซี่ยก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวสิ่งใดอีกแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขามีระเบิดเพลิงอัสนี แม้จะมีไม่มาก ด้วยคนธรรมดาก็ยังรู้ดีว่ามันย่อมมีราคาแพงมหาศาล…

เสนาบดีกรมโยธาธิการเห็นท่าทางเซียวหยวนซาน พลันเขาก็ยืดหลังตรง

“ท่านแม่ทัพคิดว่าใต้เท้าจ้าวจะพูดโกหกอย่างงั้นหรือ?”

เสนาบดีกรมกลาโหมยืนอยู่ด้านข้าง ในมือถือสมุดจดขนาดเล็ก เขากำลังบันทึกเหตุการณ์ระเบิดเมื่อสักครู่อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำกลับไปศึกษาต่อยอดเมื่อพวกเขาเดินทางกลับไปถึงนครหลวง

“พวกท่านช่างโชคดีเหลือเกินที่มีวาสนาได้พบกับจ้าวอู่เจียงผู้นี้”

เซียวหยวนซานนำน้ำมันศิลาลองมาจุดไฟกองเล็ก ๆ ทันใดนั้นควันสีดำก็ลอยขโมง เปลวไฟสว่างโชติช่วงราวกับไม่มีวันจะดับลงไปจริง ๆ

“หากเป็นเช่นนี้ ทหารของหนานเจียงที่หนีรอดไปได้ก็คงนำความน่ากลัวของระเบิดเพลิงอัสนีไปรายงานให้ผู้บังคับบัญชาของพวกมันทราบแล้ว ทางที่ดีเราควรจะรีบโจมตีตอนที่พวกมันยังไม่มีเวลาตั้งตัวกันดีกว่า”

เซียวหยวนซานตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้กองทัพฝ่ายศัตรูตั้งค่ายพักแรมอยู่หลังเทือกเขาข้ามเขตชายแดนไปไม่ไกล

ต้าเซี่ยจะรอให้ศัตรูตั้งตัวไม่ได้เด็ดขาด พวกเขาต้องชิงลงมือให้เร็ว!

เหล่าทหารย่ำกลองรบและมีการประกาศเรียกระดมพล เพื่อทำการบุกโจมตีข้าศึก

และแล้วการสู้รบอย่างเป็นทางการครั้งที่สองระหว่างแคว้นต้าเซี่ยกับแคว้นหนานเจียงก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

บรรดาทหารที่ปกป้องประตูเมืองอยู่นานมีจิตใจมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว พวกเขาสวมชุดเกราะ กระโดดขึ้นหลังม้า สะพายคันธนู ช่วยกันเข็นเครื่องเหวี่ยงหิน ผนึกกำลังขนย้ายระเบิดเพลิงอัสนี และในไม่ช้าประตูเมืองก็ถูกเปิดออก

การบุกโจมตีได้เริ่มขึ้นแล้ว…

เสนาบดีกรมโยธาธิการกับเสนาบดีกรมกลาโหมยืนอยู่บนยอดหอคอย จ้องมองลงไป หัวใจของพวกเขาสั่นไหว ใบหน้าที่ซีดขาว

ยามมองจากบนยอดหอคอยลงไป ทัพหน้าไม่ต่างไปจากกองทัพมดที่กำลังเดินตรงไปยังเขตชายแดนทิศใต้

เหล่าทหารกล้าไม่กลัวความตาย สิ่งที่พวกเขากลัวคือความพ่ายแพ้! เหล่าทหารกล้าไม่กลัวความตาย สิ่งที่พวกเขากลัวคือความล้มเหลว!

“เพื่อสันติสุข เพื่อความสงบสุขของชาติบ้านเมือง เพื่อปกป้องประชาชนและบุคคลอันเป็นที่รักของท่าน หากท่านเป็นขุนนางผู้ซื่อสัตย์ต่อราชสำนักต้าเซี่ย ท่านก็ไม่ควรถามคำถามนี้แล้ว”

“แคว้นหนานเจียงก็เช่นกันใช่หรือไม่?”

“…แคว้นหนานเจียงเองก็เช่นกัน”

“พี่เยียน ท่านเป็นขุนนางก่อนหน้าข้า ท่านพอจะทราบบ้างหรือไม่ว่า เหตุใดต้าเซี่ยกับหนานเจียงจึงไม่เคยคิดสงบศึกและผูกมิตรกันเลย?”

เสนาบดีกรมกลาโหมจ้องมองไปยังการต่อสู้ในสนามรบ ถามในสิ่งที่ขุนนางจำนวนมากในราชสำนักต่างนึกสงสัยอยู่ในใจ แม้ว่าเสนาบดีกรมโยธาธิการจะไม่ต้องการให้เขาถามก็ตาม แต่เขาก็เข้าใจว่าคนข้าง ๆ ย่อมต้องรู้ว่าตนอยากทราบมากเพียงใด

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ขุนนางทุกคนที่รับใช้ราชสำนักล้วนมีความสงสัยในเรื่องนี้ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าถามออกมาเพราะกลัวว่าจะเสียตำแหน่งของตัวเองไป

“มันเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว ต้องย้อนกลับไปหลายยุคสมัย นับเป็นเรื่องที่ยาวนานมากจริง ๆ” เสนาบดีกรมโยธาธิการถอนหายใจออกมา

“บางทีความจริงอาจจะสูญหายไปกับกาลเวลาแล้วก็เป็นได้ ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน เจ้ากับข้าเป็นเพียงคนรุ่นหลัง ไม่ควรถามอันใดอีกแล้ว… จงจดบันทึกเหตุการณ์เหล่านี้เอาไว้ให้ดีเถอะ หากในครั้งนี้กองทัพต้าเซี่ยกลับมาพร้อมกับชัยชนะ เจ้ากับข้าก็จะได้กลับนครหลวง ไปฉลองปีใหม่ด้วยกันที่นั่น”

“อือ…”

เสนาบดีกรมกลาโหมนิ่งเงียบ เขาลอบถอนหายใจและรับคำในลำคอ แล้วเริ่มต้นจดบันทึกเหตุการณ์ในสนามรบต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทหารจากกองทัพต้าเซี่ยมีความห้าวหาญดุดัน เรื่องประสิทธิภาพอาวุธใหม่อย่างระเบิดเพลิงอัสนีและน้ำมันศิลา และทุก ๆ อย่าง ล้วนทุกบันทึกทั้งสิ้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า