บทที่ 38 อันดับมือกระบี่
เมื่อต้องเผชิญกับการยั่วยุจากหลิ่วหมาง หลี่หยวนเจิ่งย่อมมีความสามารถที่จะตอบโต้ได้ แต่เมื่อนึกถึงน้องชายกับน้องสาวที่รอคอยอยู่ที่บ้าน เขาก็มีแต่ต้องอดทนและตอบย้ำคำเดิมเท่านั้น
“กระบี่เล่มนี้ ราคาห้าสิบตำลึง!”
ยิ่งมีคนมารวมตัวมุงดูมากเท่าไหร่ เสียงแห่งความวุ่นวายก็ดังมากขึ้นเท่านั้น
“ใต้เท้าสังเกตเห็นความผิดปกติของมือกระบี่คนนี้หรือไม่?”
เจี๋ยเอ้อร์ซานกระซิบข้างหูจ้าวอู่เจียง ในขณะนี้ บรรยากาศรอบข้างกำลังวุ่นวาย จึงไม่ต้องเกรงว่าจะมีผู้ใดได้ยิน
จ้าวอู่เจียงเลิกคิ้ว เริ่มจ้องมองมือกระบี่นามว่าหลี่หยวนเจิ่งอย่างพิจารณา
หน้าตาธรรมดา คิ้วเข้ม แววตามุ่งมั่น แต่สีหน้าอมทุกข์ แต่งกายด้วยชุดสีเทา หืม? กล้ามเนื้อบนมือซ้ายมีขนาดใหญ่กว่ามือขวา แสดงว่าเป็นมือกระบี่ที่ถนัดซ้าย!
“เป็นมือกระบี่ถนัดซ้ายแล้วผิดปกติตรงไหนหรือ?” จ้าวอู่เจียงถามด้วยความไม่เข้าใจ
เจี๋ยเอ้อร์ซานตอบกลับมาด้วยความเคารพ
“ใต้เท้าช่างมีสายตาเฉียบแหลม ข้าน้อยเพียงรู้สึกว่ากระบี่ของคนผู้นี้มีจิตสังหารแรงกล้า ประกอบกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ไม่ธรรมดา และในเมื่อคนผู้นี้ถนัดซ้าย หากคาดเดาไม่ผิด นี่ก็คงจะต้องเป็นหลี่จัว มือกระบี่อันดับที่ 16 แห่งยุทธภพอย่างแน่นอน!”
“หลี่จัวมือกระบี่อันดับที่ 16 อย่างนั้นหรือ?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วด้วยความพิศวง คาดเดาว่าน่าจะเป็นตำแหน่งที่สูงส่งไม่น้อย
“ในยุทธภพจะมีการแบ่งลำดับมือกระบี่ขอรับ และนับดูมือกระบี่ในยุทธภพขณะนี้ หลี่จัวก็เป็นมือกระบี่อันดับที่ 16 ในใต้หล้า ข้าน้อยได้ยินเพียงแต่ว่าเขาเป็นมือกระบี่พเนจรแซ่หลี่ถนัดซ้าย ผู้คนในยุทธภพจึงเรียกขานเขาว่ากระบี่พเนจรหลี่จัว”
เจี๋ยเอ้อร์ซานบอกข้อมูลทั้งหมดนี้ด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ รู้สึกสงสารหลี่จัวเป็นอย่างยิ่ง ในบรรดามือกระบี่ลำดับชั้นเดียวกัน ทุกคนมีชีวิตสุขสบาย แต่หลี่จัวกลับต้องมาตกระกำลำบาก ถึงกับต้องนำกระบี่ออกขายเพื่อหาเงินฝังศพมารดา
“เอ้อร์ซาน เจ้าอยู่อันดับที่เท่าใด?”
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อยจ้องมองหลิ่วหมางที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำการกดดันหลี่หยวนเจิ่งต่อไปเรื่อย ๆ
เจี๋ยเอ้อร์ซานสั่นศีรษะเป็นคำตอบ
“ข้าน้อยไม่ได้ใช้กระบี่ขอรับ! แต่ในโลกนี้มีผู้คนไม่มากที่จะสามารถติดอันดับมือกระบี่”
“อืม” จ้าวอู่เจียงรับคำในลำคอ พยักหน้าใช้ความคิด นึกขึ้นมาได้ว่าบรรดาคนของหน่วยองครักษ์มังกรต่างก็ไม่ได้พกกระบี่ติดตัวเลยสักคน
“อันดับที่ 16 มีความแข็งแกร่งเพียงใด?”
“มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง”
เมื่อได้รับการยืนยันจากเจี๋ยเอ้อร์ซาน จ้าวอู่เจียงก็กระตุกยิ้มมุมปาก และมองตรงไปเบื้องหน้า
มือกระบี่ผู้นี้มีความแข็งแกร่งและกตัญญู นับว่าน่าสนใจทีเดียว
คนที่มีความกตัญญูย่อมไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างแน่นอน
“ข้าบอกให้เจ้าสู้กับข้าอย่างไรเล่า!” หลิ่วหมางใช้ฝักกระบี่ตบหน้าหลี่หยวนเจิ่งอย่างแรงอีกครั้ง “ต้องการหาเงินไปฝังศพมารดาไม่ใช่หรือ? ได้เลย ข้ามีทางเลือกให้เจ้าอยู่สามทาง ถ้าเจ้าตบหน้าข้า ข้าก็จะให้เงินเจ้าหนึ่งร้อยตำลึง หรือถ้าเจ้ายอมคลานลอดหว่างขาของข้า ข้าก็จะให้หนึ่งร้อยตำลึงเช่นกัน และทางเลือกสุดท้าย…”
หลิ่วหมางหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย
หลิ่วหมางยกมือขึ้นจับแก้มบวมแดงของตน มุมปากมีเลือดไหลซึม รู้สึกโกรธแค้นมากที่มีคนกล้าต่อยหน้าตนจริง ๆ ซ้ำชาวบ้านยังปรบมือชื่นชมอีกด้วย คุณชายหนุ่มรู้สึกอับอายจนต้องร้องคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด
“จับไอ้ตัวบัดซบผู้นี้มาหักแขนหักขา ข้าจะเอามันไปขังไว้ในเล้าหมู!”
ข้ารับใช้ร่างกำยำของตระกูลหลิ่วชักมีดสั้นออกมา เดินเข้าหาจ้าวอู่เจียงทันที แต่ทันใดนั้น สายลมก็พัดผ่านวูบหนึ่ง ได้ยินเสียงดัง ‘ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!’ ฉับพลันก็ปรากฏโลหิตสาดกระจายในอากาศ
เจี๋ยเอ้อร์ซานทิ้งตัวลงมายืนผมปลิวไสวต่อหน้าผู้คน
“เป็นเพียงมดปลวกต่ำต้อยกล้าดีอย่างไรคิดทำร้ายนายน้อยของข้า?”
กลุ่มชาวบ้านอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินเสียงโอดครวญของข้ารับใช้ทั้งสี่จากตระกูลหลิ่วดังขึ้นด้วยความเจ็บปวด
ชายชราผู้แข็งแกร่งคนนี้เป็นใครกัน? เขาเป็นข้ารับใช้ของบุรุษหนุ่มชุดดำใช่หรือไม่? เช่นนั้นบุรุษหนุ่มชุดดำผู้นี้เป็นใครกันแน่?
หลิ่วหมางใบหน้ากระตุก ถูกจ้าวอู่เจียงต่อยหน้าจนเลือดไหล ใบหน้าบวมปูด ความเจ็บปวดกินลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
แม้จะทำตัวยโสโอหัง แต่หลิ่วหมางไม่ใช่คนโง่ เขาไม่มีทางนำตัวเองเข้าสู่การปะทะในสถานการณ์ที่ตนตกเป็นรองเช่นนี้ ทำได้เพียงรอกำลังเสริมมาช่วยเหลือเท่านั้น!
ถ้ากำลังเสริมมาถึงเมื่อใด หลิ่วหมางก็หวังจะคิดบัญชีบุรุษชุดดำผู้นี้ให้สาแก่ใจ! ทว่ายามนี้ หลิ่วหมางกระอักเลือดออกมาจากปาก พลางร่ำร้องว่า
“ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว คุณชายผู้สูงส่งได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
หลิ่วหมางอ้อนวอนร้องขอความเมตตาอย่างหมดมาด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า