บทที่ 408 ยั่วยวนด้วยชุดเครื่องแบบ
บรรพบุรุษของชาวต้าเซี่ยหลั่งเลือดและพลีชีพเพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิของแคว้น
แม้ขณะนี้แคว้นต้าเซี่ยจะอ่อนแอมากกว่าในอดีต แต่เมื่อมรดกตกทอดของเหล่าบรรพบุรุษกำลังจะถูกแย่งชิงไป ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็ยินดีที่จะก้าวออกมาข้างหน้า เพื่อเสียสละชีวิตของตนเองเช่นกัน
ในวันส่งท้ายปีเก่าเช่นนี้จึงไม่มีเรื่องใดดีไปกว่าการเข่นฆ่าคนชั่วร้าย เพื่อเป็นเครื่องเซ่นถวายแด่เทพเจ้าและปลอบโยนวิญญาณของบรรพบุรุษอีกแล้ว
นอกจากจะมีการส่งมอบอาหารพระราชทานและมอบโทษประหาร ผู้คนในนครหลวงล้วนเฉลิมฉลองช่วงเวลานี้อย่างมีความสุขและรื่นรมย์
ยามนี้จ้าวอู่เจียงอยู่ที่สำนักไร้ขอบเขตของเขา กำลังกราบไหว้ ทำความเคารพต่อฉีหลินกับหลี่หยวนเจิ่งซึ่งเป็นผู้วายชนม์ หลังกราบไหว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็แจกเงินให้แก่คนในสำนักเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ได้รับถ้อยคำขอบคุณสรรเสริญกลับมาจนหูอื้อ
จ้าวอู่เจียงพูดคุยกับพี่สะใภ้อย่างฮั่วหรูอี้อยู่ไม่กี่คำ จากนั้นก็เดินกลับโดยมีสายตาโหยหาของนางจ้องมองไม่วางตา
ชายหนุ่มเดินไปตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ในนครหลวง โคมไฟถูกจุดสว่างไสว และมีคนไม่มากเท่าเวลาปกติ
เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ล้วนกินดื่มและใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อรอคอยคืนวันที่ดีในปีหน้าซึ่งใกล้จะมาถึง
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ เดินตรงไปที่จวนซิงชิงหยวน หน้าประตูยังคงมีรูปปั้นสิงโตหินคู่เฝ้าอยู่ทั้งสองข้าง และพวกมันได้รับการซ่อมแซมใหม่จนกลับมาสวยงามดังเดิมแล้ว
ชายหนุ่มผลักประตูเปิดเข้าไปและได้รับการต้อนรับโดยสตรีสามนาง
ซูฮัวอีผู้ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจมากที่สุดอยู่ในชุดสีขาวราวกับหิมะ กู้เหนียนหยวนงดงามอย่างบริสุทธิ์อยู่ในชุดเสื้อคลุมสีดำราวกับน้ำหมึก และหลี่ชานซีสวมชุดเสื้อคลุมสีม่วงซึ่งดูสดใส สง่างาม
พวกนางเดินเข้ามาหาจ้าวอู่เจียงพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้ว ก่อนจะลากชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอนห้องหนึ่ง
จ้าวอู่เจียงปล่อยให้พวกนางฉุดสองแขนโดยไม่คิดขัดขืน รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏอยู่บนใบหน้า แต่แววตากลับปรากฏความวิตกกังวลเล็กน้อย
ตู๋กูเทียนชิงส่งจดหมายแจ้งผลลัพธ์การพยายามลอบสังหารของแคว้นหนานเจียงถึงตน
ซูฮัวอีเปลี่ยนจากชุดสีขาวมาเป็นผ้าคลุมขนสัตว์นุ่มนิ่ม ด้านในเป็นชุดกี่เพ้าสีขาวที่ประดับด้วยลวดลายงดงาม แหวกสูงถึงช่วงต้นขา ทำให้หญิงสาวดูมีเรือนร่างที่งดงามยิ่งกว่าเดิม นางเดินมาข้างหน้าอย่างยั่วยวน เมื่อใส่ชุดกี่เพ้าที่เว้าสูงเช่นนี้ จึงทำให้มองเห็นเนินเขาที่ซ่อนเร้นอยู่ด้านในได้วับ ๆ แวม ๆ
กู้เหนียนหยวน นางสวมเสื้อคลุมที่มีความยาวถึงช่วงสะโพกและใส่ถุงน่องสีดำ ทำให้ช่วงขาเรียวยาวคู่นั้นดูเย้ายวนยิ่ง
นางเดินออกมาข้างหน้าอย่างช้า ๆ มือที่เปียกชุ่มกำแน่นคล้ายกลัวว่าเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของตนจะถูกเปิดเผยออกไป ยามนี้กู้เหนียนหยวนดูเขินอายและมีเสน่ห์ ดวงตากลมโตกวาดมองรอบ ๆ ก่อนจะจ้องมองจ้าวอู่เจียงอย่างวิตกกังวลเล็กน้อย
ส่วนหลี่ชานซีสวมชุดนักเรียนญี่ปุ่นสีขาว ทำให้นางดูน่ารักแลอ่อนเยาว์ หลี่ชานซีไม่ได้เขินอาย นางถึงกับกระโดดเข้ามาในอ้อมแขนของจ้าวอู่เจียง และส่งเสียงออดอ้อนอย่างอ่อนหวานแล้ว
“พี่อู่เจียง…”
นี่มันอะไรกันเนี่ย… ดวงตาของจ้าวอู่เจียงเปล่งประกายขึ้นมาเล็กน้อย เขาเพียงพูดไปลอย ๆ และไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พวกของซูฮัวอีกลับรับฟังถ้อยคำของเขาเป็นพิเศษ พวกนางถึงกับไปตัดเย็บและสวมเสื้อผ้าเหล่านี้ในวันส่งท้ายปีเก่าที่อากาศหนาวเหน็บ หากภายในห้องไม่มีเตาไฟให้ความอบอุ่นแล้วละก็… จ้าวอู่เจียงเกรงว่าพวกนางคงจะต้องล้มป่วยเป็นแน่
เขารู้สึกสงสารพวกนางจากใจจริงที่ต้องทนหนาวเช่นนี้ ดังนั้นจึงต้องการจะโอบกอดพวกนางเข้ามาไว้ในอ้อมแขนเพื่อชื่นชมในความตั้งใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า