บทที่ 412 เมืองจูเป่ย
แคว้นต้าเซี่ย เขาและเซวียนหยวนจิ้งล้วนเกี่ยวข้องกับสงครามทั้งหมด
ตัวของจ้าวอู่เจียงเองก็อยู่ในสงคราม
แต่ใครเป็นคนเริ่มสงคราม? …เขาไม่รู้
บางทีจุดกำเนิดของสงครามคงเริ่มขึ้นหลังจากเขามาอยู่ในโลกนี้ได้ไม่นาน และหากเป็นเช่นนั้น จ้าวอู่เจียงก็พอรู้คำตอบว่า คนที่เริ่มสงครามในครั้งนี้ก็คือ เซวียนหยวนอวี้เหิง!
เซวียนหยวนอวี้เหิงต้องการจะลากต้าเซี่ยเข้าสู่สงครามเพื่อควบคุมอำนาจ เพื่อความรักที่เขาไม่เคยได้รับ และเพื่อให้ทั้งโลกนี้จดจำเขาในฐานะผู้ยิ่งใหญ่
เซวียนหยวนอวี้เหิงถึงกับยอมร่วมมือกับอดีตศัตรูทั้งแดนเหนือและแดนใต้ บังคับให้เซวียนหยวนจิ้งต้องกระโดดลงสู่สงครามทันทีที่ขึ้นครองบัลลังก์ และเซวียนหยวนอวี้เหิงน่าจะมอบบางอย่าง ที่ศัตรูทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ต้องการเป็นข้อแลกเปลี่ยน
แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาของจ้าวอู่เจียงเท่านั้น
ความจริงอาจจะถูกกลบฝังไปตลอดกาล พร้อมกับความตายของเซวียนหยวนอวี้เหิงแล้วก็เป็นได้
ฉะนั้นคำถามที่ว่า ผู้ใดเป็นคนเริ่มสงคราม? จ้าวอู่เจียงจึงไม่ทราบคำตอบ
เขารู้เพียงศัตรูทั้งสามทิศ คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกนั้น ทุกฝ่ายต่างก็ทำสงครามเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
ชายหนุ่มใจลอยไปกับสายลมและหิมะ ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติมากเท่านั้น สุดท้ายความคิดของเขาก็วนซ้ำอยู่ที่เดิม ก่อนจะกลายเป็นห่วงปริศนาโยงใยกันไม่จบสิ้น
แต่เขาก็รู้สึกว่าความมืดมิดที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากสงคราม คนที่บงการเรื่องนี้ต้องไม่ใช่ชนชั้นธรรมดา
สายลมและหิมะหนาวเย็นและรุนแรงมากขึ้น ทำให้จิตใจของผู้คนเหน็บหนาว
ณ เขตชายแดนเหนือของแคว้นต้าเซี่ย เมืองจูเป่ย
ประตูเมืองจูเป่ยตั้งอยู่ในเขตชายแดนเหนือ ที่นี่เป็นแนวหน้าที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นต้าเซี่ย
สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยอันตราย ง่ายต่อการป้องกัน ทว่ายากต่อการโจมตี
คำว่า ‘จูเป่ย’ ในชื่อเมือง นอกจากจะแสดงให้เห็นขนาดอันกว้างใหญ่แล้ว ยังสื่อความหมายถึงการปิดกั้นแดนเหนือด้วย
เมืองนี้มีประชากรรวมชาวบ้านและทหารแล้วมากกว่าสามแสนคน
ในจำนวนนั้นมีมากกว่าห้าหมื่นคนที่เป็นทหารประจำเมือง
ไม่มีผู้ใดสงสัย เนื่องจากท่านแม่ทัพใหญ่ของพวกเขาเป็นทหารผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร และมักจะดูแลกองทัพอย่างหนักแน่นจริงจังเสมอ
ด้านตู๋กูเทียนชิง ยามนี้เขากำลังนั่งอยู่บนขอบเตียง เขามีใบหน้าคมคาย จมูกโด่ง แววตาลึกล้ำ และคิ้วเข้มดกหนา
เขาเพิ่งทานยาแก้พิษชุดสุดท้ายที่จ้าวอู่เจียงมอบให้ก่อนหน้านี้หมดลง และครั้งนี้พิษในตัวออกฤทธิ์รุนแรงมากกว่าที่คาดเอาไว้
เมื่อเห็นตู๋กูเทียนชิงขมวดคิ้วทำหน้าเจ็บปวด หนึ่งในองครักษ์ของชายหนุ่มก็รีบถามด้วยความเป็นกังวล
“ท่านแม่ทัพ ยาถอนพิษใช้ไม่ได้แล้วหรือขอรับ? หรือว่าคนที่ให้ยาถอนพิษท่านมาจะไม่สามารถรักษาพิษได้จริง ๆ?”
ตู๋กูเทียนชิงจ้องมองผู้ติดตามคนนั้นและพูดเสียงต่ำ
“หากไม่ใช่เพราะมียาถอนพิษนี้อยู่ ข้าคงตายไปนานแล้ว! ถ้ายาถอนพิษเหล่านี้ใช้ไม่ได้ผล ข้าก็คงถูกพิษร้ายสังหารไปเรียบร้อย! ข้ารู้ว่าเจ้ากังวล แต่เจ้าไม่ควรตั้งคำถามในความสามารถของคนผู้นี้ มิฉะนั้นแล้ว…”
ผู้ติดตามของเขาก้มหน้าต่ำ รู้ดีว่าตนเองใจร้อนเกินไปจึงพูดในสิ่งที่ไม่สมควร
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ เขาก็รู้สึกสงสัยมากขึ้นและอยากพบบุคคลที่ท่านแม่ทัพเชื่อใจซึ่งเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนผู้นี้เหลือเกิน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า