บทที่ 413 ผู้ใดมา?
ก่อนตู๋กูเทียนชิงจะมาประจำการอยู่ชายแดนเหนือ เขาก็รู้เกี่ยวกับความร้ายกาจของหนอนพิษจากแคว้นหนานเจียงผ่านสายข่าวของตระกูลตู๋กูมาก่อนแล้ว
แต่เมื่อเผชิญหน้าด้วยตนเองจริง ๆ ตู๋กูเทียนชิงถึงได้รู้ว่าพิษร้ายนั้นรุนแรงเพียงใด และมันรุนแรงกว่าข้อมูลที่เขารู้หลายเท่านัก
ชายหนุ่มเข้าใจการทำงานของพิษนี้ดี ตอนนี้เขาจะยังปลอดภัย แม้พิษจะกำเริบขึ้นมาบ้าง แต่เขายังสามารถโคจรลมปราณ ทำสมาธิ หยุดยั้งการกำเริบของพิษได้
ตู๋กูเทียนชิงเขียนจดหมายไปหาจ้าวอู่เจียง พร้อมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดตามความจริงด้วยความเชื่อใจอีกฝ่าย ไม่ใช่ในฐานะของคนคนหนึ่ง แต่เป็นในฐานะ…หมอ
ในความเห็นของตู๋กูเทียนชิง แม้จ้าวอู่เจียงจะอายุยังน้อย แต่ฝีมือทางการแพทย์สูงล้ำมาก อีกฝ่ายสามารถให้ยาถอนพิษมาล่วงหน้าได้ และถ้าจ้าวอู่เจียงมาที่นี่ เขาจะต้องถอนพิษได้อย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ตู๋กูเทียนชิงก็จะสามารถอยู่ปกป้องชายแดนเหนือ ปกป้องความปลอดภัยของชาวเมืองจูเป่ย และปกป้องแคว้นต้าเซี่ยที่อยู่ทางด้านหลัง ปกป้องจากหายนะทั้งมวล
ต่อให้พวกโหลวหลานจะไม่โจมตีต้าเซี่ยในช่วงเวลานี้ แต่ในอนาคตข้างหน้าพวกมันจะต้องโจมตีอย่างแน่นอน ต้าเซี่ยควรตั้งหลักให้มั่น คอยรับการโจมตีของชาวเผ่าโหลวหลานด้วยความแข็งแกร่งมากที่สุด
ในภายภาคหน้าอีกไม่ช้าไม่นาน หากชนเผ่าโหลวหลานตัดสินใจเปิดฉากโจมตีต้าเซี่ยจริง ๆ ตู๋กูเทียนชิงก็ยินดีจะสู้จนตัวตาย เขาจะอุทิศเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย สละเลือดหยดสุดท้าย ปกป้องแผ่นดินเกิด
ช่วงขณะที่ตู๋กูเทียนชิงยังคงมีความสุขุมและมุ่งมั่น ทหารคนอื่น ๆ ภายในกระโจมที่พักซึ่งรู้ความจริงก็ต่างวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง
อย่างเช่น ซงจาง นายกองแห่งกองทัพจูเป่ย
ซงจางเป็นชาวหลันโจว แต่มาเป็นทหารรักษาชายแดนที่เมืองจูเป่ยนานแล้ว
หลายปีของการทำงานหนักบนสนามรบผ่านไป ในที่สุด เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกอง และคอยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแม่ทัพใหญ่
ซงจางอยู่ในกองทัพมานานมากกว่าสิบปี เขาติดตามแม่ทัพใหญ่มาแล้วสองคน คนแรกก็คืออดีตแม่ทัพจ้าว ส่วนอีกคนก็คือท่านแม่ทัพตู๋กูซึ่งดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่คนปัจจุบัน
ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิปีนี้ อดีตแม่ทัพจ้าวล้มป่วยหนัก …ไม่ใช่ นี่ก็ขึ้นปีใหม่แล้ว ต้องกล่าวว่าเมื่อปลายฤดูใบไม้ผลิปีก่อน ท่านแม่ทัพจ้าวล้มป่วยและเสียชีวิตลงภายในเมืองจูเป่ยแห่งนี้
เขาทำได้เพียงทำตามคำสั่งของท่านแม่ทัพตู๋กูอย่างเคร่งครัด ออกมาเดินตรวจตราประตูเมืองฝั่งทิศใต้ทุกวันคืน เพื่อรอว่าจะมีคนจากนครหลวงมาถึงหรือไม่
ท่านแม่ทัพตู๋กูแอบบอกซงจางว่า จะมีคนจากนครหลวงมายังเมืองจูเป่ย และหากคนจากนครหลวงมา ท่านแม่ทัพสั่งให้เขาพาคนผู้นั้นเข้ามายังจวนที่พักของท่านแม่ทัพใหญ่ทันที
ซงจางสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับคนผู้นั้น แต่ท่านแม่ทัพตู๋กูบอกเพียงว่า คนคนนั้นแซ่จ้าว และสิ่งโดดเด่นที่สุดก็คือ หน้าตาที่หล่อเหลา
นอกจากนี้แล้วท่านแม่ทัพตู๋กูไม่ได้บอกรายละเอียดอันใดอีก ซงจางจึงได้แต่สงสัยอยู่ในใจ…หน้าตาหล่อเหล่านั้นหล่อเหลาเพียงใดกัน?
อีกฝ่ายจะหล่อเหลาถึงขั้นที่สามารถทำให้ซงจางผู้นี้ตกตะลึงได้หรือไม่?
เป็นไปไม่ได้! เขาไม่ชอบบุรุษ เขาชื่นชอบสตรีที่มีสองเต้าใหญ่ บั้นท้ายงอนงาม
กระทั่งถึงวันที่สาม เดือนหนึ่ง ปรากฏว่ามีคนผู้หนึ่งขี่ม้ามาถึงหน้าประตูเมืองทิศใต้ในที่สุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า