บทที่ 416 พบสหายเก่า
เมื่อหยุดยืนอยู่หน้าห้องพักของตู๋กูเทียนชิง
หลังจากเจี๋ยเอ้อร์ซานเห็นว่าผู้ใดมาถึง เขาก็ยิ้มอย่างมีความสุขและรีบเดินเข้ามาทักทายด้วยความเคารพ
“ใต้เท้าจ้าว!”
เจี๋ยสือจิ่วเองก็รีบเดินเข้ามาทำความเคารพเช่นกัน ก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับภารกิจให้คุ้มครองความปลอดภัยของจ้าวอู่เจียงอยู่หลายครั้ง ในตอนนั้นอีกฝ่ายยังมีพลังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสามัญระดับสี่เท่านั้น แต่บัดนี้ชายหนุ่มมีขอบเขตพลังล้ำหน้าเขาไปแล้ว
อีกทั้งเขาก็รู้ดีว่านอกจากชายหนุ่มจะมีขอบเขตพลังสูงล้ำแล้ว จ้าวอู่เจียงก็ยังเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ และเป็นคนที่พระองค์เชื่อใจมากที่สุดด้วย
จ้าวอู่เจียงพยักหน้าอย่างอ่อนโยน เจี๋ยเอ้อร์ซานและเจี๋ยสือจิ่วถูกส่งตัวมา เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ตู๋กูเทียนชิงก่อนหน้านี้ พวกเขาอยู่ที่เมืองจูเป่ยมาโดยตลอด และไม่เคยเดินทางกลับนครหลวงอีกเลย
นายกองซงจางตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นความเคารพบนสีหน้าของเจี๋ยเอ้อร์ซานกับเจี๋ยสือจิ่ว เขารู้ดีว่าทั้งสองท่านนี้แข็งแกร่งเพียงใด ชายชราหน้าตาใจดีนั้นอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสามัญ ส่วนชายหน้าตาดุร้ายน่าจะอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูง
แม้แต่ท่านแม่ทัพตู๋กูก็ยังต้องแสดงความอ่อนน้อมต่อชายชราทั้งสอง แต่ขณะนี้ชายหน้าตาดุร้ายซึ่งอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงที่เป็นระดับเดียวกับท่านแม่ทัพตู๋กูเทียนชิง กลับกำลังแสดงความเคารพต่อชายหนุ่มชื่อจ้าวอู่เจียงจากนครหลวง
จ้าวอู่เจียงเป็นใครกันแน่?
เขาไม่น่าใช่ขุนนางธรรมดา มิเช่นนั้นชายชราทั้งสองคงไม่แสดงความเคารพถึงเพียงนี้ หรือว่าเขายังมีตัวตนอื่นซ่อนเร้นอยู่อีก?
ซงจางได้แต่คิดแล้วก็สงสัย
เมื่อตู๋กูเทียนชิงได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน เขาก็เดินออกมาเปิดประตูและเห็นหน้าจ้าวอู่เจียง คนที่ตนเองรอคอยมาหลายวันหลายคืน
หลังจากได้มาเจอกันอีกครั้งหลังไม่ได้พบกันนาน ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก
“ท่านพี่เทียนชิง ไม่เจอกันนานเลยนะขอรับ”
“น้องอู่เจียง มาเถอะ เชิญเข้าข้างในก่อน”
ตู๋กูเทียนชิงและจ้าวอู่เจียงทักทายกัน ผู้เป็นเจ้าบ้านรีบคว้าแขนของแขก และพาเดินเข้าไปด้านในห้องด้วยความกระตือรือร้น
“ส่วนฮองเฮาก็มีความสุขดีขอรับ ตอนที่ข้าไปตรวจชีพจรของพระองค์นั้น พระองค์เอาแต่คิดถึงท่านพี่อยู่ตลอดเวลา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ตู๋กูเทียนชิงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ญาติพี่น้องของเขาสุขสบายดี ไม่มีอันใดให้ตู๋กูเทียนชิงต้องกังวลอีกแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาตรวจชีพจรของท่านก่อนดีกว่า ท่านพี่เทียนชิง” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยนและเป็นฝ่ายตรงเข้าประเด็นสำคัญก่อน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตู๋กูเทียนชิงกลับยกมือปฏิเสธ
“ไม่ต้องห่วง ข้ายังทนไหว เจ้าเดินทางมาไกลคงเหนื่อยล้ามากแล้ว เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะสั่งให้คนเตรียมที่พักให้”
ไม่มีผู้ใดเชื่อคำปฏิเสธนี้เด็ดขาด เนื่องจากจ้าวอู่เจียงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ตู๋กูเทียนชิงกำลังเจ็บปวดทรมานจนทนแทบไม่ไหวแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าคนเราจะทรมานตัวเองเพราะเกรงใจคนอื่นไปทำไม… ชายหนุ่มได้แต่บ่นอยู่ในใจ ก่อนจะถอนหายใจให้กับความเป็นคนใจแข็งของตู๋กูเทียนชิง
เขายิ้ม ส่ายหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ท่านพี่เทียนชิง มาตรวจชีพจรของท่านก่อนเถอะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า