เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 417

บทที่ 417 ชุมนุมหมอ

ตู๋กูเทียนชิงเห็นว่าจ้าวอู่เจียงมีท่าทางเคร่งเครียดจริงจัง ก็ทำได้เพียงพยักหน้าเท่านั้น

“ประเสริฐ”

ความจริงเขากำลังทรมานจากอาการพิษกำเริบอยู่พอดี แต่ด้วยความที่เห็นว่าจ้าวอู่เจียงต้องเดินทางมาที่เมืองจูเป่ยโดยไม่ได้หยุดพักทันทีที่ได้รับจดหมาย และการเดินทางก็ต้องใช้เวลาถึงสามวัน ซ้ำยังเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ตู๋กูเทียนชิงจึงรู้สึกเกรงใจยิ่งนัก

จ้าวอู่เจียงเป็นคนเตือนให้เขาทราบถึงอันตรายก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังมอบยาถอนพิษ ที่ทำให้ตู๋กูเทียนชิงรอดชีวิตจากการลอบสังหารของพวกหนานเจียง

และตู๋กูเทียนชิงก็ไม่เคยลืมอีกเช่นกัน ว่าจ้าวอู่เจียงเป็นคนช่วยให้เขาได้มารับตำแหน่งในชายแดนเหนือ อีกฝ่ายเป็นคนช่วยให้ตู๋กูหมิงเยว่ได้รับใช้ฮ่องเต้จนตั้งครรภ์ทายาทมังกรในที่สุด

เมื่อรวมเรื่องราวทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน จึงกล่าวได้ว่าจ้าวอู่เจียงเป็นผู้มีพระคุณคนสำคัญของตู๋กูเทียนชิง ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงต้องการให้อีกฝายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อน อย่างน้อยก็ควรให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อแสดงความจริงใจก่อน

แต่ตู๋กูเทียนชิงกลับยิ่งรู้สึกตื้นตันใจมากขึ้น เมื่อพบว่าแม้ใบหน้าของจ้าวอู่เจียงจะยังเปื้อนคราบสกปรกจากการเดินทาง ร่างกายเหนื่อยล้า ทว่าชายหนุ่มก็ยืนยันว่าจะตรวจชีพจรของเขาก่อน

ตู๋กูเทียนชิงยื่นแขนของตนเองออกไปแต่โดยดี จ้าวอู่เจียงยกมือขึ้นจับข้อมือของตู๋กูเทียนชิง หรี่ตาลงเล็กน้อย และค่อย ๆ สังเกตการเต้นของชีพจร

“ท่านแม่ทัพ ไม่ทราบว่ากำลังพักผ่อนอยู่หรือไม่ขอรับ?”

ในทันใดนั้นเอง มีเสียงดังขึ้นจากหน้าประตู ใครบางคนกำลังเคาะประตูแล้วส่งเสียงถาม

ตู๋กูเทียนชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่คือเสียงหมอทหารประจำกองทัพเมืองจูเป่ย คนผู้นี้มีนามว่าหลี่ซือเหมา

หลายวันที่ผ่านมา หลี่ซือเหมาทำงานร่วมกับหลี่ป๋อเฉิงและหมอยาเฒ่าอีกคนหนึ่งจากเมืองจูเป่ย ทั้งสามคนพยายามคิดหาวิธีรักษาตู๋กูเทียนชิงอย่างไม่ยอมแพ้

แม้จะพบกับความล้มเหลวมาโดยตลอด แต่พวกเขาก็มีความมุ่งมั่น

“น้องอู่เจียง…” ตู๋กูเทียนชิงหันกลับมาสอบถามจ้าวอู่เจียงที่กำลังตรวจชีพจรของเขาอยู่

จ้าวอู่เจียงส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วบอกว่าไม่เป็นไร

ตู๋กูเทียนชิงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ใช่ พวกเราสามคนก็วินิจฉัยเช่นนี้เหมือนกัน” หลี่ซือเหมาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เว้นแต่จะมีหมอหลวงระดับสูงเดินทางมาจากนครหลวง ขอความช่วยเหลือจากหมอเทวดาจางอวี้ หรือไม่ก็ราชันโอสถซุนซื่อหาวสถานเดียว เนื่องจากต่อให้ร่างกายของท่านแม่ทัพตู๋กูแข็งแกร่งเพียงใด สุดท้ายก็ต้องป่วยหนักในเวลาเจ็ดวันอยู่ดี”

“สิ่งที่เจ้าวินิจฉัยออกมา มีอะไรบ้างที่พวกเรายังไม่ได้วินิจฉัย? อย่าบอกนะว่าเจ้าจะพูดซ้ำในสิ่งที่พวกเราเคยพูดให้ท่านแม่ทัพฟังไปหมดแล้ว?”

“หนุ่มน้อย ต่อให้เจ้าจะวินิจฉัยถูกต้องว่าในร่างของท่านแม่ทัพตู๋กูมีพิษแทรกซึมอยู่อย่างรุนแรง แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นพิษชนิดใด?” ข้างกายหลี่ซือเหมาคือหมอเฒ่าจากเมืองจูเป่ย เขาเองก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่พอใจเช่นกัน

“ในแผ่นดินนี้มียาพิษอยู่หลายพันชนิด ด้วยอายุเพียงเท่านี้ของเจ้า ประสบการณ์ย่อมมีจำกัด ในเมื่อเจ้าบอกไม่ได้ว่านี่คือพิษชนิดใด แล้วเจ้าจะหายาที่สามารถรักษาอย่างถูกต้องได้อย่างไร?”

“เจ้าถอยออกไปเถอะ พวกเราค้นพบวิธียืดชีวิตของท่านแม่ทัพตู๋กูไปได้อีกสักระยะหนึ่งแล้ว ถึงอย่างไรก็ดีกว่าปล่อยให้ชีวิตของท่านแม่ทัพตู๋กูต้องจบลงภายในเวลาเจ็ดวัน”

“เจ้าคอยดูให้ดีก็แล้วกัน นับว่าเจ้ามีวาสนายิ่งนักที่ได้เห็นพวกเรารักษาท่านแม่ทัพด้วยตาของตนเอง เจ้าอาจจะสามารถนำเคล็ดลับของพวกเรา ไปพัฒนาฝีมือทางการแพทย์ของตัวเองต่อไปก็เป็นได้”

หลี่ซือเหมาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงตัวจ้าวอู่เจียงออกมายืนด้านข้าง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า