บทที่ 420 ความมหัศจรรย์
เมื่อเข็มเงินร่วงลงไปบนพื้น จุดบนร่างกายซึ่งเป็นตำแหน่งของเข็มเงินเมื่อครู่นี้ ก็มีโลหิตสีแดงเข้มไหลซึมออกมาทันที แต่ในไม่ช้าโลหิตนั้นก็เปลี่ยนจากสีแดงเข้มกลายเป็นสีดำราวกับน้ำหมึก
โลหิตสีดำไหลออกมาไม่หยุด แล้วโลหิตนั้นก็รวมตัวกันเป็นก้อนหนาราวลูกปัด เต้นตุบ ๆ คล้ายกับเป็นสิ่งมีชีวิต
แต่ในไม่ช้าลูกปัดโลหิตนั้นก็แตกสลายไป เหมือนกับว่าเมื่อออกมาจากร่างกายของตู๋กูเทียนชิงแล้วพวกมันก็จะตายทันที ส่วนการเต้นตุบ ๆ ก็เป็นการดิ้นรนก่อนตาย
จ้าวอู่เจียงจ้องมองโลหิตพิษพร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นจึงทำซ้ำเดิม เขาทยอยดึงเข็มออกมาจากร่างของตู๋กูเทียนชิงทีละเล่ม
ทุกครั้งที่ดึงเข็มออกมา ตู๋กูเทียนชิงยิ่งมีใบหน้าซีดขาวมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
ตู๋กูเทียนชิงรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่เมื่อเข็มเงินถูกถอนออกไปและโลหิตไหลซึมออกจากร่างกาย ร่างกายของเขากลับสั่นเทาด้วยความปลาบปลื้ม
นี่หมายความว่าพิษร้ายในร่างกายของเขาถูกจ้าวอู่เจียงกำจัดออกไปทีละนิดแล้ว
ใบหน้าที่ซีดขาวแสดงความดีใจ หัวใจเกิดความตื้นตัน ตู๋กูเทียนชิงเชื่อใจจ้าวอู่เจียงจริง ๆ และมั่นใจว่าฝีมือทางการแพทย์ของอีกฝ่ายย่อมไม่ธรรมดา
แต่ตู๋กูเทียนชิงก็คิดไม่ถึงว่า จ้าวอู่เจียงจะมีฝีมือทางการแพทย์สูงส่ง ถึงระดับที่สามารถขับพิษออกจากร่างกายได้โดยไม่ต้องใช้สมุนไพรเป็นตัวช่วย
ทุกคนย่อมทราบดีว่าพิษของพวกหนานเจียงยากต่อการกำจัดมากเพียงใด อย่าว่าแต่ในครั้งนี้เลย นี่เป็นพิษที่ไม่เคยมีผู้ใดเห็นมาก่อน แม้แต่หมอทหารทั้งสองท่าน หรือท่านหมอเฒ่าที่ได้รับความเคารพจากคนทั้งเมืองก็ยังจนปัญญา
แต่จ้าวอู่เจียงกลับสามารถขับพิษออกจากร่างกายของเขาได้ทันทีหลังตรวจชีพจร นี่คือฝีมือทางการแพทย์ที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง
จ้าวอู่เจียงอายุน้อยกว่าเขาหลายปี แต่กลับมีฝีมือทางการแพทย์สูงส่งมากกว่าบรรดาหมอชราผู้มากมายประสบการณ์เหล่านั้นไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
ตู๋กูเทียนชิงยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ถึงกับต้องการจะเงยหน้าระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยซ้ำ
เขาไม่ห่วงอีกแล้วว่าตนเองจะต้องตายเพราะพิษร้าย ไม่ห่วงอีกแล้วว่าการถูกพิษในครั้งนี้จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย และทำให้ขวัญกำลังใจของทหารในกองทัพต้องสูญสิ้นเมื่อเหล่าทหารทราบความจริง
ตู๋กูเทียนชิงมั่นใจแล้วว่า เขาจะสามารถปกป้องเมืองจูเป่ย ซึ่งเป็นแนวหน้าสุดของชายแดนต้าเซี่ยได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยความเชื่อใจของบิดาและฮ่องเต้
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การฝังเข็มของจ้าวอู่เจียงสามารถขับพิษออกจากร่างแม่ทัพตู๋กูได้จริง ๆ
จ้าวอู่เจียงไม่ได้เป็นคนที่อวดดีมากเกินไป แล้วก็ไม่ใช่คนที่เสแสร้งว่ามีฝีมือเก่งกาจ แต่เขาเป็นผู้ที่มีฝีมือทางการแพทย์สูงส่งอย่างแท้จริง!
หลี่ซือเหมาอ้าปากค้างจนลำคอแห้งผาก คิดไม่ถึงเลยว่าหมอหนุ่มที่เดินทางมาจากนครหลวงจะมีฝีมือแพทย์สูงส่งถึงระดับนี้
หากเป็นคนอื่นคงรับชมด้วยความตื่นเต้น แต่บรรดาหมอด้วยกันนั้นย่อมต้องรับชมด้วยความอัศจรรย์ใจ นับตั้งแต่วิธีการฝังเข็มของจ้าวอู่เจียง จนถึงความแม่นยำของน้ำหนักมือ ทุกสิ่งบ่งชี้ว่าหมอหนุ่มผู้นี้มีความชำนาญด้านวิชาการฝังเข็มเหนือล้ำกว่าพวกเขาทุกคน
หลี่ซือเหมากล้าพูดเลยว่า ต่อให้เป็นหมอเทวดาจางอวี้หรือราชันโอสถซุนซื่อหาว ก็อาจจะไม่มีฝีมือการฝังเข็มดีเลิศถึงเพียงนี้ด้วยซ้ำ
จ้าวอู่เจียงอายุเพียงเท่านี้ แต่กลับมีความสามารถถึงระดับนั้นแล้ว ยามนี้หลี่ซือเหมาเข้าใจประโยคที่ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนเก่งกล้ายังมีคนที่เก่งกว่าอย่างแท้จริง และเขาก็ทราบแล้วว่าผู้ที่มีพรสวรรค์นั้นเป็นเช่นไร
ทันใดหลี่ซือเหมาก็เริ่มรู้สึกอับอายขึ้นมาที่ก่อนหน้านี้เขาแสดงพฤติกรรมหยาบคายใส่จ้าวอู่เจียง เพียงเพราะตนอาวุโสมากกว่าเท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า