บทที่ 454 หมาป่าเทพเจ้า
แม้กู่หลีเขอลี่จะส่งเสียงร้อง แต่จ้าวอู่เจียงไม่ได้ดึงมือกลับ ทั้งยังส่งแรงบีบมากขึ้นอีก แล้วอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“ข้ากำลังใช้ความคิดน่ะ…”
เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวไม่เชื่อข้อแก้ตัวง่าย ๆ ของชายหนุ่ม ใบหน้างดงามของนางแดงก่ำด้วยความโกรธ ดูมีเสน่ห์ เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนผู้ใด
“ตอนที่เจ้าขมวดคิ้วและกัดเส้นผมสองสามเส้นนั้นดูงดงามจริง ๆ” จ้าวอู่เจียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ครั้นนึกถึงฉากก่อนหน้านี้ตอนที่นางกับจ้าวอู่เจียงจับมือกัน อดทนต่อความเจ็บปวด รอรับความสุขสม กู่หลีเขอลี่ก็รู้สึกเขินอาย แก้มของนางกลายเป็นสีชมพูมากขึ้น
กู่หลีเขอลี่เขินอายและอยากจะแยกตัวออกจากอ้อมแขนของจ้าวอู่เจียง แต่ไม่ว่าร่างกายอันบอบบางและศีรษะที่มีผมสีเงินเป็นประกายจะพยายามดิ้นรนมากแค่ไหน นางก็ไม่สามารถหลุดออกไปได้
หนำซ้ำกู่หลีเขอลี่ยังพบว่า ยิ่งนางดิ้นรนมากเท่าไหร่ บางสิ่งในร่างกายของจ้าวอู่เจียงก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น สุดท้ายนางจึงหมดกำลังใจอย่างช่วยไม่ได้ นางหยุดดิ้นรน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องว่า
“ท่านคงเดินทางออกจากแคว้นต้าเซี่ย มาหาตัวสายลับของท่านใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว” จ้าวอู่เจียงพยักหน้าและตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เช่นนั้นไยท่านถึงไม่ซ่อนเร้นร่องรอยตนเอง?” เด็กสาวส่งเสียงดุ เขาจะหาตัวสายลับเจอได้อย่างไรถ้าแสดงตัวชัดเจนขนาดนี้
“ไม่สำคัญหรอก” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอบอุ่น น้ำเสียงมีความมั่นใจ
“วิธีปิดบังร่องรอยที่ดีที่สุดของข้า ก็คือการสังหารทุกคนที่เคยเห็นข้าซะ”
“ถ้าอย่างนั้น… ท่านช่วยเหลือข้าทำไม? ท่านปล่อยให้ข้าตายไป หรือปล่อยให้พวกชาวเผ่าจินจางเหล่านั้นนำตัวข้ากลับไปไม่ดีกว่าหรือ?”
ดวงตากลมโตสีน้ำเงินของกู่หลีเขอลี่เป็นประกาย ริมฝีปากสีแดงบิดตัวเล็กน้อย
จ้าวอู่เจียงลูบผมสีเงินที่ยุ่งเหยิงของกู่หลีเขอลี่ ก่อนจะยิ้ม ตอบกลับไปว่า
“ข้ามีวิธีแก้ปัญหาหลายวิธี การช่วยเหลือเจ้าเป็นสิ่งที่ควรทำ และในเวลาเดียวกันนี้ข้าก็ต้องการใครสักคนหนึ่งคอยช่วย ทำให้ข้าเข้าใจเรื่องราวของชาวเผ่าโหลวหลานมากยิ่งขึ้น”
“ส่วนจะให้ข้าฆ่าเจ้า… เมื่อครู่ข้าก็รู้สึกว่าเจ้าแทบจะตายอยู่แล้วนะ”
แก้มของกู่หลีเขอลี่กลายเป็นสีชมพูด้วยความเขินอายอีกรา นางพึมพำตอบกลับไปเบา ๆ ว่า
“ข้าจะไม่ช่วยท่าน จะไม่ทรยศเผ่าของตนเอง…”
“นี่หาใช่การทรยศ” จ้าวอู่เจียงส่ายหน้า พยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความอดทน
ยิ่งกว่านั้น จ้าวอู่เจียงเดินทางมาเพียงลำพัง หมายความว่าสถานะในแคว้นต้าเซี่ย หรือในเมืองจูเป่ยของเขาคงสูงส่งไม่น้อย เขาน่าจะรู้ความลับได้ไม่ยากอยู่แล้ว
กู่หลีเขอลี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า
“จ้าวอู่เจียง ท่านคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เผ่าโหลวหลานของพวกเรา ไม่ใช่สิ อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวเผ่าจินจางอยากจะก่อสงครามในครั้งนี้?”
“เพื่อยึดครองดินแดนและทรัพยากร” จ้าวอู่เจียงตอบกลับไป นี่คือจุดหมายขั้นพื้นฐานของการทำสงครามระหว่างแคว้นมาโดยตลอด
เด็กสาวส่ายหน้าช้า ๆ หน้าตาเคร่งเครียด ก่อนจะกล่าวออกมาเพียงประโยคเดียว
“หมาป่าเทพเจ้า”
“หมาป่าเทพเจ้าเนี่ยนะ?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว
“นั่นเป็นชื่อเรียกตำแหน่งหัวหน้าเผ่าของพวกเจ้าหรือ?”
กู่หลีเขอลี่ส่ายหน้าช้า ๆ อีกครั้ง
“ทั้งใช่และไม่ใช่ หมาป่าเทพเจ้าถูกยกย่องให้เป็นผู้นำก็จริง แต่ความจริงควรถูกเรียกว่านายเหนือหัว หมาป่าเทพเจ้าปกครองชาวเผ่าโหลวหลานมาโดยตลอด กระทั่ง… เขาอยู่ในสภาวะจำศีลไม่ฟื้นตื่น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า