เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 455

บทที่ 455 หนี่ผูซา

เด็กสาวผมเงินสะบัดศีรษะสองครั้ง เส้นผมอ่อนนุ่มตกลงมาบนหน้าอกของจ้าวอู่เจียง ทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย

ชายหนุ่มจับประเด็นสำคัญจากคำพูดของกู่หลีเขอลี่ได้ ไม่ใช่คำว่านายเหนือหัว แต่เป็นคำว่า ‘จำศีลไม่ฟื้นตื่น’

มันเตือนให้เขานึกถึงเนื้อหาในจดหมาย ที่หยางเมียวเจิ้นผู้เป็นธิดาเทพของสำนักศรัทธาราษฎรส่งกลับมา ในจดหมายฉบับนั้น หมอดูเทวดาประจำสำนักศรัทธารราษฎรได้เอ่ยถึงบุคคลที่ถูกเรียกว่า ‘เขา’

คนคนนั้นก็ดูเหมือนจะหลับใหลไม่ฟื้นตื่นอยู่เช่นกัน

หรือว่าหมาป่าเทพเจ้าอะไรนี่ก็จะหลับใหลในลักษณะเดียวกัน?

จ้าวอู่เจียงคาดเดาเอาจากชื่อเรียก ว่ามันคงเป็นตำแหน่งผู้นำเผ่าโหลวหลานที่ตั้งกันขึ้นมาเองอย่างแน่นอน แต่เมื่อได้ยินเด็กสาวผมเงินกล่าวคำว่าจำศีลไม่ฟื้นตื่นขึ้นมา เขาก็รู้แล้วว่าตนเองอาจจะเข้าใจไม่ถูกต้อง

“หมาป่าเทพเจ้า เขาคือเทพเจ้าจริงหรือ?” จ้าวอู่เจียงถามออกไปโดยไม่รู้ตัว

เด็กสาวพยักหน้า

แม้จะได้รับคำตอบยืนยัน แต่จ้าวอู่เจียงก็รู้ดีว่าในโลกนี้เทพเจ้าไม่มีจริง และเขาเองก็ยังมีหลักคิดแบบคนยุคใหม่ที่เชื่อมั่นว่า ทุกอย่างต้องอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์

อย่างเช่นหมาป่าเทพเจ้าอาจจะเป็นชื่อตำแหน่ง หรือเป็นวัตถุที่เป็นตัวแทนของผู้นำชนเผ่าโหลวหลาน ใครก็ตามที่ได้ครอบครองของสิ่งนั้นก็จะได้เป็นผู้นำชนเผ่าคนต่อไป ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเทพเจ้า คอยดูแลผู้คน และนำพาชีวิตที่สุขสบายมาสู่ชนเผ่า อะไรทำนองนั้น

“เสี่ยวไป๋ มันเป็นหมาป่าหิมะ” กู่หลีเขอลี่อธิบายต่อไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“มันฉลาดมากกว่าพวกวัว แกะ ม้า กระต่าย และสัตว์อีกหลายชนิดในเขตทุ่งกว้างของพวกเรา เพราะว่ามันเป็นทายาทของหมาป่าเทพเจ้า มีสายเลือดของหมาป่าเทพเจ้าอยู่ในร่างกาย แต่บัดนี้มันยังปลุกพลังไม่ได้ มันต้องรอจนถึงปีหน้า จึงจะได้เข้ารับการทำพิธีโดยท่านนักบวช และเมื่อมันสามารถปลุกพลังของหมาป่าเทพเจ้าขึ้นมาได้ มันก็จะเฉลียวฉลาดและแข็งแกร่งมากกว่าตอนนี้หลายเท่า”

จ้าวอู่เจียงเคยเห็นเสี่ยวไป๋ที่เป็นองครักษ์ผู้จงรักภักดีของนางมาแล้ว มันสามารถกระโดดหลบลูกธนูได้อย่างปราดเปรียว มีร่างกายที่แข็งแกร่ง มันนำกู่หลีเขอลี่ขี่หลัง วิ่งหลบหนีการตามล่า ของชาวเผ่าจินจางผู้ป่าเถื่อนมาได้เป็นระยะทางยาวไกล

ตอนที่จ้าวอู่เจียงซ่อนตัวดูเหตุการณ์อยู่ในม่านหิมะ เขาก็รู้สึกสงสัยอยู่เสมอ

ข้อมูลที่ได้จากกู่หลีเขอลี่ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว ต้าเซี่ยก็น่าจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘เขา’ ซึ่งผู้นำของสำนักศรัทธาราษฎรเคยเอ่ยถึง แต่จ้าวอู่เจียงก็ไม่รู้จริง ๆ ว่า ‘เขา’ ผู้นั้นมีหน้าตาอย่างไร หรือเป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างไรกันแน่

“คือว่า…” กู่หลีเขอลี่รู้สึกว่าสายตาร้อนแรงของจ้าวอู่เจียงจ้องมองมาที่ตนเองอีกครั้ง ใบหน้าของนางจึงเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย พยายามนึกทบทวนเกี่ยวกับข้อมูลของต้าเซี่ยในม้วนคัมภีร์ และกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

“ในม้วนคัมภีร์มีคำเตือนว่าไม่ให้เอ่ยนามนี้เวลาอยู่ในแผ่นดินต้าเซี่ย ฉะนั้นเมื่อท่านกลับไปที่ต้าเซี่ยก็คงต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น”

“แต่บัดนี้พวกเรากำลังอยู่ในเขตทุ่งน้ำแข็ง ข้าบอกท่านคงไม่เป็นไร”

“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำแคว้นต้าเซี่ยไม่มีคำว่าเทพเจ้าหรือคำว่าศักดิ์สิทธิ์อยู่ข้างหลัง แต่เป็นคำที่ถูกเรียกว่า ‘หนี่ผูซา’ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ ‘หนี่อวี๋ซื่อ’”

“หนี่ผูซา…” จ้าวอู่เจียงพึมพำออกมาเบา ๆ หัวใจกระตุกวูบ

เขาไม่ทันสังเกตเลยว่าพลังจากวิชาทองคำไร้พ่ายในร่างกายกำลังปั่นป่วน ดวงตาของเขาไม่ต่างจากเป็นท้องฟ้ายามราตรีที่มีดวงดาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา พวกมันรวมตัวกันและเปล่งประกายระยิบระยับ เกิดเป็นภาพของจักรวาลอันกว้างใหญ่สว่างไสวโชติช่วง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า