บทที่ 456 คาดเดาจากข้อมูล
“หนี่ผูซา ใช่แล้ว…” เด็กสาวผมเงินกู่หลีเขอลี่ถามอีกครั้ง “หนี่ผูซาเป็นหนึ่งในเทพเจ้าของชาวต้าเซี่ยใช่หรือไม่?”
จ้าวอู่เจียงลูบไล้มือไปบนเรือนร่างนวลเนียนของกู่หลีเขอลี่โดยไม่รู้ตัวพร้อมกับพยักหน้า
เด็กสาวรีบปัดมือของจ้าวอู่เจียง ทั้งรู้สึกโกรธแค้นและเขินอาย นางพบว่ามือของจ้าวอู่เจียงมักจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลายามใช้ความคิด
หนี่ผูซา หนี่อวี๋ซื่อ หากนี่คือสิ่งที่เป็น ‘เขา’ ซึ่งเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรเคยเอ่ยถึง ถ้าอย่างนั้นทำไมเขาผู้นี้ถึงต้องสาปตระกูลเซวียนหยวนแห่งแคว้นต้าเซี่ยด้วย?
แล้วถ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำไมถึงต้องจำศีลไม่รู้ตื่น? หรือว่ากำลังจำศีลเพื่อรอคอยอะไรบางอย่าง?
ยิ่งจ้าวอู่เจียงคิดหัวใจก็ยิ่งเต้นเร็ว มือของเขาก็อยู่ไม่สุขมากขึ้นเรื่อย ๆ ทันใดนั้น เจ้าของร่างบอบบางในอ้อมแขนก็ตัวสั่นเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงร้องออกมา
นั่นเองเขาจึงได้สติและรีบพูดว่า
“ขออภัย…”
ใบหน้าของกู่หลีเขอลี่กลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย ดวงตาจ้องมองเขาอย่างดุร้าย
“ในเมื่อสายลมและหิมะสงบลงแล้ว ข้ากับเสี่ยวไป๋ก็จะเดินทางกลับเผ่าอวี้จางแล้ว”
กู่หลีเขอลี่ต้องการจะดิ้นรนอีกครั้ง แต่จ้าวอู่เจียงกลับปล่อยมือที่กำลังโอบกอดนางอยู่อย่างกะทันหัน เด็กสาวจึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่จังหวะที่กำลังจะลุกขึ้นนั้น นางก็ถูกชายหนุ่มดึงกลับไปโอบกอดในอ้อมแขนเช่นเดิม
“รอให้หิมะหยุดตกก่อนเถอะ” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยนและถามต่อไปว่า
“ผู้ใดเป็นคนเขียนคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้า?”
“ท่านผู้นำเผ่า ตอนนั้นยังไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นชาวเผ่าอวี้จางและชาวเผ่าจินจาง ว่ากันว่าท่านผู้นำเผ่าเป็นผู้ก่อตั้งเผ่าโหลวหลานขึ้นมาพร้อมกับหมาป่าเทพเจ้า เขาทิ้งม้วนคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ก่อนที่ตนเองจะหายตัวไป”
สองแก้มของกู่หลีเขอลี่ยังคงเป็นสีชมพู การกระทำเมื่อสักครู่นี้ของจ้าวอู่เจียงนอกจากจะทำให้นางรู้สึกเขินอายสุดขีดแล้ว ยังทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้อีกด้วย
ถ้าอย่างนั้นพวกหนานเจียงก็มีจุดประสงค์แบบเดียวกันหรือไม่? จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว เขาใช้ความคิดมากขึ้นเรื่อย ๆ สงครามครั้งนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด บรรดาคนที่เกี่ยวข้องต่างมีจุดมุ่งหมายที่ซับซ้อนมากกว่าที่เขาเคยคาดเอาไว้
“ว่าแต่ …ท่านช่วยเอาออกไปก่อนได้หรือไม่?” เด็กสาวผมเงินจ้องมองจ้าวอู่เจียงตาขวาง นางรู้สึกอับอายและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน จนจำเป็นต้องพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“มือของข้าก็วางอยู่เฉย ๆ ไม่ใช่หรือ?” จ้าวอู่เจียงถามด้วยความพิศวง
“ข้าไม่ได้พูดถึงมือของท่าน!”
กู่หลีเขอลี่พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่จ้าวอู่เจียงก็กอดรัดนางไว้แน่นนัก
ใบหน้าของเด็กสาวกลายเป็นสีแดงด้วยความเขินอาย นางรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของจ้าวอู่เจียงที่เต้นอยู่ใกล้กับหัวใจของตน ทำให้กู่หลีเขอลี่ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี
กู่หลีเขอลี่ต้องการจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ก็รู้สึกได้ว่าลมหายใจของจ้าวอู่เจียงเป่ารดเข้ามาใกล้มากขึ้นและมากขึ้น หัวใจขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นและมากขึ้น สุดท้ายริมฝีปากอบอุ่นของเขาก็ทาบลงมาบนเรียวปากสีแดงสดของนางในลมหายใจต่อมา
กู่หลีเขอลี่ส่งเสียงคราง การดิ้นรนยุติลงอย่างรวดเร็ว แล้วนางก็สวมกอดจ้าวอู่เจียงโดยไม่รู้ตัว อารมณ์ความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้แผ่ขยายครอบคลุมเต็มพื้นที่หัวใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า