บทที่ 48 ทำไมเจ้าถึงไม่เคาะประตู?
ณ เวลาเดียวกันนี้ จ้าวอู่เจียงเดินกลับมาถึงหน้าประตูตำหนักหย่างซิน
จ้าวอู่เจียงในชุดเสื้อคลุมตัวยาวสีดำราวกับน้ำหมึก มือของเขาซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ชายหนุ่มก้าวขึ้นบันได เดินผ่านประตูตำหนักเข้ามาด้านใน และเดินตรงไปยังห้องบรรทมของฮ่องเต้
เมื่อก้าวขึ้นไปบนขั้นบันไดหิน เขาก็มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องบรรทมที่ปิดสนิท
จังหวะที่กำลังจะเคาะประตูเรียก เขาก็นึกถึงคำสั่งของเซวียนหยวนจิ้งขึ้นมาทันที
‘นับจากนี้ไป เจ้าสามารถเข้ามาได้ตลอดเวลา…’
เมื่อนึกได้เช่นนั้น จ้าวอู่เจียงก็ผลักประตูเปิดเดินเข้าไปโดยไม่เคาะ แต่กลับไม่พบผู้ใดอยู่ในห้อง
เซวียนหยวนจิ้งไปอยู่ในห้องหนังสืออีกแล้วหรือ? ขันทีหนุ่มก้าวเดินอย่างเชื่องช้าด้วยความผ่อนคลาย นั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง แล้วเอนหลังพิงพนักด้วยความเกียจคร้าน พลางหลับตาลง ทำสมาธิ
แต่แล้วในทันใด ใบหูของจ้าวอู่เจียงก็กระดิกเล็กน้อย ก่อนชายหนุ่มจะลืมตาขึ้น
มีเสียงน้ำไหลมาจากที่ใดกัน?
จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นมานั่งหลังตรง พยายามมองรอบตัวอย่างพิจารณา แล้วจับจ้องไปยังประตูไม้ของโถงชั้นในที่ปิดสนิท
หรือคิดมากไปเองจนหูฝาด?
ขันทีหนุ่มหันหน้ามองไปทางอื่น พลางถอนหายใจ กำลังจะเอนหลังหลับตาลงอีกครั้ง
พลันก็ได้ยินเหมือนเสียงน้ำกระเพื่อมดังขึ้น
แม้ว่าเสียงนั้นจะไม่ดังนัก…
แต่มันเป็นเสียงน้ำจริง ๆ จ้าวอู่เจียงผุดลุกขึ้นยืนทันที ในเวลานี้ เขามั่นใจแล้วว่าตนไม่ได้หูฝาดแต่อย่างใด
ชายหนุ่มพลิกมือซ้ายของตน ปรากฏเข็มเงินสี่เล่มที่ซอกนิ้ว จ้าวอู่เจียงผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ พลางเดินตรงไปยังทิศทางของเสียงน้ำไหล ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่น้อย
เมื่อมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูไม้ ชายหนุ่มก็ได้กลิ่นหอมรัญจวนใจ
เขาผลักประตูเปิดเข้าไปโดยไม่ลังเล
และสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือ โฉมสะคราญในอ่างน้ำ
ฮ่องเต้หญิงนั่งอยู่ในถังไม้ใบใหญ่ เปิดเผยใบหน้าอันงดงาม และหน้าอกอวบอิ่ม นางเพิ่งจะใช้มือวักน้ำลูบไล้ลำคอระหงของตน
จ้าวอู่เจียงยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น ฮ่องเต้หญิงเองก็นั่งตกตะลึงอยู่ในถังไม้ พลันนางส่งเสียงกรีดร้องออกมา สีชมพูอ่อน ๆ จากสองแก้มลุกลามไปทั้งกาย
“จ้าวอู่เจียง!”
“พ่ะย่ะค่ะ?”
จ้าวอู่เจียงไม่อาจละสายตา นี่คือครั้งแรกที่ได้เห็นโฉมหน้าแท้จริงของเซวียนหยวนจิ้ง นางมีคิ้วเข้ม ใบหน้างดงามราวกับภาพจิตรกรรมสวรรค์อโดยเฉพาะหน้าอกอวบใหญ่ที่ไม่สามารถใช้สองมือปิดบังได้มิด ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหลยิ่ง
“ปิดประตู!”
ฮ่องเต้หญิงรีบดึงผ้ามาพันกาย ซุกซ่อนลำตัวอยู่ในถังไม้ เหลือเพียงศีรษะเท่านั้นโผล่พ้นเหนือน้ำ
“อ้อ”
จ้าวอู่เจียงใช้หลังมือปิดประตู ก่อนจะพิงมันไว้ สายตายังจ้องมองฮ่องเต้หญิง ราวกับต้องการปกป้องนางจากคนภายนอก
เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง นางทั้งอับอายทั้งโกรธมากพอ ๆ กัน
“ข้าต้องการให้เจ้าออกไป และปิดประตูตามหลังต่างหาก เจ้าโง่!”
…
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
มือและเท้าของเซวียนหยวนจิ้งเคลื่อนไหวรวดเร็วฉับไว จ้าวอู่เจียงไม่ทันได้ตั้งตัว แขนพลันถูกนางจับรวบไว้ด้านหลัง หญิงสาวยืนซ้อนหลังกดมือเขาไว้แน่น
จ้าวอู่เจียงยิ่งรู้สึกว่าเขาสมควรเรียนวิทยายุทธ์โดยเร็วที่สุด… เพราะถ้ามีความรู้เพียงอย่างเดียว เขาคงทำได้เพียงร้องขอความเมตตาเท่านั้น
“กระหม่อมผิดไปแล้ว”
เซวียนหยวนจิ้งทั้งอับอายทั้งโกรธแค้น “ข้าไม่อยากฟัง!”
ชายหนุ่มกลอกตาพลางกระแทกก้นของตนเองไปด้านหลัง ครั้นกระแทกโดนหน้าท้องช่วงล่างของฮ่องเต้หญิง นางก็ต้องปล่อยมือด้วยความเจ็บปวด จ้าวอู่เจียงรีบหมุนตัวกลับ คว้าเซวียนหยวนจิ้งมากอดรัดไว้แนบอก
ฮ่องเต้พยายามดิ้นรน แต่น่าเสียดาย ชายหนุ่มแข็งแรงเกินไป เขากอดรัดจนนางไม่สามารถขยับตัวได้อีก ฮ่องเต้หญิงส่งเสียงคำรามในลำคอ ก่อนจะกระแทกเข่าโจมตีใส่จุดยุทธศาสตร์สำคัญของบุรุษเพศ!
“โอ๊ย!” ขันทีปลอมเจ็บปวดแทบขาดใจ หมดแรงจนแทบยืนไม่อยู่
“สตรีใจร้าย หากสิ่งนี้ใช้การไม่ได้ ในอนาคตท่านจะต้องเสียใจ!”
ใบหน้างดงามของเซวียนหยวนจิ้งกลายเป็นสีแดงก่ำ นางแค่นเสียง
“เฮอะ!”
จ้าวอู่เจียงก็ยังไม่ยอมคลายมือกอดรัด ทั้งคู่แนบชิด จนสองแก้มสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา
แนบชิด…จนสามารถสัมผัสลมหายใจของกันและกันได้
“เซวียนหยวนจิ้ง มือและเท้าของพระองค์ขยับไม่ได้ หากอยากจะจัดการกระหม่อม เห็นทีก็คงต้องใช้ปากเพียงอย่างเดียวแล้ว”
“ฝันไปเถอะ!”
ฮ่องเต้หญิงหันหน้าหนีไปทางอื่น กัดฟันกรอด ไม่พูดอะไรอีก นางรู้ดีว่าหากยิ่งเจรจาต่อรองมากเท่าไหร่ ขันทีปลอมผู้นี้ก็ยิ่งคิดฉวยโอกาสมากเท่านั้น!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า