เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 491

บทที่ 491 ความรู้สึกนึกคิด

ตามตำนานเล่าขานในเผ่าอวี้จาง ว่ากันว่าสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งถูกเรียกขานเป็นบุตรีแห่งสวรรค์ นางอาศัยอยู่บนร่างของบุรุษเพศนามจ้าวอู่เจียง

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าบุตรีแห่งสวรรค์นี้จะไม่สัมผัสเท้าลงบนพื้นเป็นอันขาด ยามใดได้สัมผัสก็จะส่งเสียงร้องร่ำไป

ยามนี้เสียงครวญก็สูงบ้างต่ำบ้าง บางครั้งก็ร้องดัง บางครั้งก็ครางแผ่ว

กระทั่งยามพลบค่ำ ดวงดาวเริ่มปรากฏ

ท้องฟ้าเหนือเผ่าอวี้จางกระจ่างชัดด้วยดาวระยับ

ไม่ไกลนักเขาเทียนซานปกคลุมหิมะขาวโพลนภายใต้หมอกหนายามค่ำคืน

ยามนี้ไม่รู้ว่าเป็นด้วยเสียงร้องขอความเมตตาของหญิงสาวหรือความอ่อนแอของบุรุษ ในที่สุดสงครามเร่าร้อนในวิหารบรรพชนก็สงบลง

หรืออาจด้วยเหตุอื่น…

“ต้องขออภัยที่เสียมารยาท ข้าเป็นทหารยามจากเชิงเขา ไม่ทราบว่ามีเหตุใดเกิดขึ้นหรือไม่…ขอรับ?”

ทหารยามผู้หนึ่งถามขึ้น สายตาจับจ้อง มองเห็นจ้าวอู่เจียงที่กำลังช่วยบุตรีแห่งสวรรค์สวมเสื้อผ้าและลูบไล้ร่างกายของนางเป็นครั้งคราว

“ข้าหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีหรือไม่?” จ้าวอู่เจียงกระซิบถาม

“ดี” บุตรีแห่งสวรรค์ขยับริมฝีปากสีแดงตอบรับสั้น ๆ ทว่าสายตาออดอ้อนนัก นางยังอยาก ‘กิน’ จ้าวอู่เจียงต่อ แต่ก็ยอมพูดในสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ

หากไม่มีทหารยามอยู่ตรงนี้ ทุกคนคงถูกลวงให้หลงคิดว่า ทั้งสองเพียงจะไปรับประทานอาหารร่วมกันฉันสหาย

ทั้ง ๆ ที่ความจริง ทั้งสองคนไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนร่วมรับประทานอาหาร แต่เป็นผู้ร่วมกินอย่างอื่นด้วย

แต่ยิ่งรู้มากก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป

ทันใดจ้าวอู่เจียงก็โบกมือเรียกทหารยามเข้ามา ขณะช่วยบุตรีแห่งสวรรค์จัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย

ยามนี้บุตรีแห่งสวรรค์มีอารมณ์ขุ่นเคืองเล็กน้อย ท่าทีของนางเย็นชาชวนให้สั่นหนาวราวอยู่บนภูเขาน้ำแข็ง กระนั้นก็ยังมีความเขินอายเหมือนเด็กสาว นางสะบัดมือของจ้าวอู่เจียงออก แล้วสังหารทหารยามที่เข้ามาขัดจังหวะอย่างรวดเร็ว

เกิดอะไรขึ้น?

ก่อนหน้านี้ยังรักใคร่โหยหากันอยู่แท้ ๆ มาตอนนี้กลับทำเย่อหยิ่งเย็นชาใส่หรือ

จ้าวอู่เจียงหิวมากจริง ๆ

ยามนี้เขาจึงกำลังจิบน้ำชาไปพลางกินขนมไปพลางอย่างเอร็ดอร่อย

ชายวัยกลางคนที่นั่งตรงข้าม สวมชุดคลุมยาวสีม่วงปักลายเมฆและหมาป่าหิมะ

ในสายตาของจ้าวอู่เจียง ชายวัยกลางคนผู้นี้ดูแปลก ๆ อย่างอธิบายไม่ถูก ไม่ตรงกับภาพที่เขาจินตนาการไว้แม้แต่น้อย

แน่นอนว่าเขาเป็นบุรุษหล่อเหลา เพราะเขาเป็นบิดาขององค์หญิงน้อยกู่หลีเขอหลี่ที่งดงามราวกับนางสวรรค์

ทว่าเขามีท่าทีอ่อนโยน ร่างกายไม่กำยำเหมือนนักรบในทุ่งหญ้าทั่วไป ใบหน้าก็ดูไม่คล้ายคนในทุ่งหญ้าเท่าไรนัก

ถ้าไม่ใช่เพราะเครื่องแต่งกายและหยกราคาแพงที่สวมใส่ จ้าวอู่เจียงคงคิดว่า หัวหน้าเผ่าอวี้จางแห่งทุ่งหญ้าเป็นชาวต้าเซี่ย

หัวหน้าเผ่าอวี้จางแห่งโหลวหลานมิได้รบกวนจ้าวอู่เจียงขณะกินอาหาร และไม่ได้รู้สึกว่าสายตาที่จ้าวอู่เจียงใช้พิจารณาเขาเป็นการหยาบคาย

เพียงแต่ยามนี้สีหน้าของเขาซับซ้อน ทั้งอ่อนโยนและตื้นตันใจ ยามมองจ้าวอู่เจียงก็ราวกับกำลังมองอัจฉริยะหรือน้องชายคนเล็ก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า