เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 507

บทที่ 507 มาคนเดียว

“ช้าก่อน ฟังสิ่งที่ข้ากำลังจะพูดก่อนดีหรือไม่?”

มือกระบี่ชาวโพ้นทะเลไม่ได้เดือดดาลแม้แต่น้อย ซ้ำยังแย้มยิ้ม ก่อนจะคว้าตัวทหารชาวต้าเซี่ยที่ตกเป็นเชลยศึกมาจากมือของผู้ติดตาม แล้วชี้ทหารคนนั้นอย่างอารมณ์ดี

“เราจะให้เวลาพวกท่านชาวต้าเซี่ยสัก…หนึ่งชั่วยาม ตัดสินใจให้ดีเถิด แต่!…ถ้าครบกำหนดเวลาแล้ว ยังมัวชักช้า ข้าก็คงต้องฆ่าเชลยศึก…ช้าหนึ่งชั่วยามฆ่าหนึ่งคนดีหรือไม่เล่า? ฉะนั้นจงตัดสินใจให้ดีและรวดเร็วเถอะ”

มือกระบี่ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มชาวโพ้นทะเลยิ้มกว้าง รอยยิ้มนั้นช่างเย่อหยิ่งและเหยียดหยาม หาใช่รอยยิ้มของผู้มาอย่างมิตร สายตาที่มองทหารต้าเซี่ยราวกำลังมองหมูหมา หาได้มองมนุษย์ด้วยกัน

“บอกให้คนของเจ้ายอมแพ้กันให้หมดเสีย มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าทุกคน เข้าใจหรือไม่?”

มือกระบี่ยื่นหน้ายียวนเข้าไปใกล้ กล่าวกับเชลยศึกตรงหน้าพลางเช็คคราบเลือดตรงปากของเชลยศึกคนนั้น ก่อนจะประคองศีรษะให้เงยหน้า บังคับให้เชลยศึกส่งสัญญาณเกลี้ยกล่อมทหารต้าเซี่ยบนกำแพงเมือง

เฉินเว่ยหมินและผู้ติดตามพากันจ้องมองไปยังทหารชาวต้าเซี่ยผู้โชคร้าย แววตาของพวกเขาสั่นไหว พูดอะไรไม่ออก ถ้าทหารต้าเซี่ยผู้ตกเชลยศึกคนนี้ต้องการบอกให้พวกเขายอมแพ้ พวกเขาก็เข้าใจ…

แต่สิ่งที่ทุกคนได้เห็นกลับตรงกันข้าม ก่อนหน้านี้ทหารต้าเซี่ยผู้ถูกจับตัวไม่ได้หลบหนีออกจากเกาะตงจี ซ้ำตอนนี้เขายังส่งยิ้มให้ทุกคนด้วยความจริงใจ แสดงท่าทีเหมือนคนหนุ่มจิตใจแจ่มใสที่ยังมีชีวิตสุขสบายอยู่ในเมืองตงเฉิง

หลังจากนั้นทหารหนุ่มก็หันหน้าไป ทันใดก็โถมร่างกายอ่อนล้าจากการถูกทรมาน กระแทกมือกระบี่ชาวโพ้นทะเลเต็มแรงพลางคำรามเสียงดัง

“ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!”

ฉึก!

เพียงสิ้นเสียง กระบี่ยาวเสียบทะลุลำคอของทหารหนุ่มผู้นั้น โลหิตพุ่งกระเซ็นไปรอบบริเวณ ร่างของทหารหนุ่มล้มพับลงกับพื้น ด้วยความโกรธแค้น มือกระบี่ชาวโพ้นทะเลเหยียบเท้าลงไปบนศีรษะทหารหนุ่ม ก่อนจะชักกระบี่ออกลำคอ เลือดพลันกระฉูดเป็นสาย

มือกระบี่ชาวโพ้นทะเลหัวเราะเสียงดัง เยาะหยันให้กับความโง่เขลาของชาวต้าเซี่ย

เฉินเว่ยหมินผู้อยู่บนหอคอยซวนเซถอยหลังไปเล็กน้อย ตัวสั่นด้วยความโกรธแค้น ริมฝีปากสั่นระริก อ้าหุบ ๆ อยู่หลายครั้ง ต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็พูดอะไรไม่ออก

ภายในใจขมขื่นอย่างยากจะอธิบาย

“บัดซบ!” แม่ทัพประจำเมืองตงเฉิงยืนอยู่ข้างเฉินหมิง เขาคำรามพร้อมกระแทกหอกในมือ เตรียมจะกระโดดลงจากหอคอย พุ่งใส่ชาวโพ้นทะเล แก้แค้นให้แก่ทหารหนุ่มผู้เสียชีวิตลงเมื่อครู่

“ช้าก่อนท่านแม่ทัพ” เฉินเว่ยหมินรีบรั้งไว้อย่างสุดความสามารถ

“ท่านเป็นเจ้าเมือง หน้าที่ของท่านคือปกป้องเมืองตงเฉิง! แล้วนี้กระไร? ไยท่านจึงห้ามข้า?!” แม่ทัพตะคอกเดือดดาล

หนึ่งคนหนึ่งม้าเดินทางมาถึงเมืองตงเฉิงในที่สุด

นับตั้งแต่เข้ามาสู่เขตฉางตง ยิ่งเข้าใกล้เมืองชายแดนมากเท่าไหร่ จ้าวอู่เจียงก็ยิ่งเห็นกลุ่มชาวบ้านอพยพ มุ่งหน้าไปยังฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือมากขึ้นเท่านั้น

จ้าวอู่เจียงขี่ม้าสวนกระแสผู้คน ข้ามฝั่งไปยังประตูเมืองทิศตะวันตก ภายในเมืองว่างเปล่า มีผู้คนเหลืออยู่เพียงหยิบมือ ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่เหลือเป็นคนแก่และคนพิการ

บริเวณประตูเมืองเหลือเจ้าหน้าที่อยู่เพียงสองคน ไม่มีผู้อื่นอยู่อีกแล้ว

หลังเร่งฝีเท้ามาตลอดทาง เมื่อมาถึงเขตฉางตงเจ้าม้าเสี่ยวหงก็ดีใจยิ่ง จนจ้าวอู่เจียงต้องคอยปลอบให้มันใจเย็น ๆ

ชายหนุ่มบังคับเจ้าม้าคู่ใจเดินไปตามท้องถนน เดิมทีในบันทึกของต้าเซี่ย เมืองแห่งนี้มีความเจริญรุ่งเรืองไม่แพ้ผู้ใด แต่ขณะนี้กลับต่างออกไป เมืองทั้งเมืองแทบจะร้างผู้คน ไร้วี่แววของความรุ่งเรือง วังเวงและเย็นยะเยือกอย่างยิ่ง

จ้าวอู่เจียงเดินเรื่อยมา กระทั่งหยุดลงตรงหน้าชายชราผู้หนึ่งที่นั่งอยู่หน้าจวนหลังใหญ่ ชายชรากำลังกำลังสูบกล้องยาเส้น จ้าวอู่เจียงต้องการจะสอบถามสถานการณ์สักหน่อย ทั้งสถานการณ์ของเมืองแห่งนี้และสถานการณ์ของเกาะตงจีทางฝั่งตะวันออก แต่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้พูดเอ่ยคำใด ชายชราก็จ้องมองเขาด้วยสายตาแห่งความหวัง

“ท่านผู้กล้า ท่านมาเพียงคนเดียวหรือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า