เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 514

บทที่ 514 ฆ่าคนตาไม่กะพริบ

เมื่อพลังการต่อสู้ถูกเทพเจ้าจำกัด เช่นนั้นก็ต้องมีความสามารถด้านอื่น ๆ มาทดแทน

อย่างพวกทักษะเฉพาะตัว…

จ้าวอู่เจียงพลันประกบนิ้วมือซ้ายเข้าด้วยกัน แล้วตวัดวาดบางอย่างกลางอากาศ

เขากำลังวาดแผ่นยันต์ ทันใดมวลอากาศก็ปั่นป่วนขึ้นมา ฟ้าคำรน สายฟ้าแลบแปลบ ๆ

เมื่อเทียบกับการยืมพลังฟ้าดิน การเขียนแผ่นยันต์เช่นนี้ต้องใช้พลังของตนเองมากกว่ากันหลายเท่า

จ้าวอู่เจียงไม่คิดหยุดพักเขียนแผ่นยันต์ขึ้นจนเสร็จ

ทันใดนั้นประกายไฟสีเงินก็สว่างวาบขึ้นในมือเขา แล้วประกายไฟก็รวมตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งกลายเป็นก้อนลูกไฟสีเงินขนาดใหญ่ มีมวลพลังทำลายล้างแผ่กระจายหนาแน่นขึ้นทุกที

เหล่าทหารที่ล้อมจ้าวอู่เจียงพยายามบีบวงโอบล้อม หอกในมือยื่นมาข้างหน้า เข้าใกล้ชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ใบหน้าจ้าวอู่เจียงสะท้อนแสงสีเงินของลูกไฟ มวลพลังรุนแรงเป่าเส้นผมฟุ้งไสว ทันใด ชายหนุ่มรวบรวมพลังทั้งหมดกระแทกฝ่ามือตบลูกไฟลงบนพื้นดินด้วยมือเพียงข้างเดียว

ตู้ม!

หลุมลึกกินรัศมีราวห้าหกจั้งระเบิดบนพื้นดินซึ่งกลายเป็นสีดำไหม้ ลูกไฟเปลี่ยนรูปทรงกลายเป็นมังกร ทะยานบินไปรอบทิศทาง ไม่ว่าเคลื่อนผ่านไปที่ใด ผู้คนล้วนต้องล้มกลิ้งอยู่กับพื้น

คลื่นพลังทำลายล้างจากมังกรไฟทำให้อาชาของทหารม้าเกราะเหล็กชาวโพ้นทะเลขาหัก ม้าล้มพับ บรรดานายทหารหัวทิ่มคะมำ แม้โล่เหล็กในมือจะยังคงอยู่ แต่หอกหลุดมือไปแล้ว

กองทหารม้าปั่นป่วนชุลมุน มังกรไฟยังคงบินวนไปรอบ ๆ ไม่ว่าผ่านบริเวณใด ทั้งคนทั้งม้าต้องล้มคว่ำ กระทั่งกองทหารม้าของชาวโพ้นทะเลหลายร้อยคนล้มตาย หลายคนบาดเจ็บ ม้าร้องโหยหวน ชาวโพ้นทะเลครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมาน

ตอนนั้นเอง จ้าวอู่เจียงอาศัยแรงระเบิดของลูกไฟ กระโดดขึ้นไปในอากาศ รอบกายเป็นประกายด้วยแสงไฟระยิบระยับ แล้วชายหนุ่มก็ยกกระบี่ขึ้น ฟันใส่กลุ่มทหารที่ถือหน้าไม้และโล่กำบังของศัตรู

ดหล่านักรบยอดฝีมือที่เป็นกลุ่มหัวหน้าของชาวโพ้นทะเลพลันใช้ชีวิตลูกสมุนถ่วงเวลา ซุ่มรอโอกาสที่จ้าวอู่เจียงจะเผยช่องโหว่ หมายจะยกกำลังพลปิดล้อมจ้าวอู่เจียงอีกครา

ยามนี้จ้าวอู่เจียงเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสง่างามและปราดเปรียว แม้ชาวโพ้นทะเลจะอ่อนแอกว่าเขามาก แต่เขาหาได้ประมาท ระเบิดพลังเต็มอัตรา ไม่มีคำว่าอ่อนข้อแม้แต่น้อย

จ้าวอู่เจียงทำหูทวนลม กระโดดเข้าใส่ศัตรูและฆ่าฟันอย่างต่อเนื่อง

เหล่าทหารของชาวโพ้นทะเลเป็นพวกไม่กลัวตาย จ้าวอู่เจียงจะไม่มีวันปล่อยให้พวกมันได้มีโอกาสยกพลไปถึงเมืองตงเฉิน เพราะพวกมันคงไม่กลัวลูกธนูหรือเครื่องเหวี่ยงหินเป็นแน่แท้

ตอนนี้มือที่จ้าวอู่เจียงถือกระบี่สั่นเทา มีโลหิตเหนียวหนืดระหว่างฝ่ามือด้ามกระบี่ เขาแทบถือกระบี่ไม่ไหวแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้จ้าวอู่เจียงจึงฉีกชายเสื้อของตน ใช้ชายเสื้อพันมือติดกับด้ามกระบี่ เพื่อไม่ให้กระบี่หลุดมือยามสังหาร

จ้าวอู่เจียงกวาดล้างศัตรูตั้งแต่บริเวณชายทะเลทิศตะวันออกของเกาะตงจีไล่มาเรื่อย ๆ จนถึงจุดศูนย์กลางของเกาะ เขาไล่สังหารศัตรูแบบตาไม่กะพริบ จนดวงตาแห้งขึ้นมาเล็กน้อย

การไล่ล่าสังหารชาวโพ้นทะเลดำเนินต่อไป กลุ่มยอดฝีมือของพวกมันไม่เปิดโอกาสให้จ้าวอู่เจียงได้หยุดพักหายใจ อย่าว่าแต่เขาจะมีโอกาสได้ฟื้นฟูพลัง…

เพราะพวกมันรู้ดีว่า หากจ้าวอู่เจียงได้ฟื้นฟูพลังเมื่อไร ก็ยิ่งยากที่พวกมันจะจัดการจ้าวอู่เจียงได้

ช่วงเวลานี้ชาวโพ้นทะเลจึงยินดีสละชีวิต ต่อให้หนึ่งชีวิตแลกได้เพียงหนึ่งดาบหรือครึ่งดาบ พวกมันก็ยังดาหน้าเข้าใส่ หมายผลาญพลังของจ้าวอู่เจียงให้หมดสิ้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า