บทที่ 66 คู่พี่น้อง
“อย่างนี้ดีหรือไม่ ใต้เท้าจ้าว ข้าจะให้หลิวชิงชิงเข้ารับใช้ฝ่าบาทพร้อมกันที่ตำหนักของพวกเรา ท่านมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร?”
จ้าวอู่เจียงมีสีหน้าลำบากใจ พลางถูนิ้วมืออย่างใช้ความคิด
“เรื่องนี้คงต้องสอบถามจากฝ่าบาทเท่านั้น กระหม่อมจะตัดสินใจแทนพระองค์ได้อย่างไร?”
“ถ้าเช่นนั้นคงต้องรบกวนใต้เท้าจ้าวแล้ว ข้าและหลิวชิงชิงจะอาบน้ำชำระร่างกาย เตรียมรอฟังข่าวดีจากท่าน”
หลิวเหม่ยเอ๋อร์พูดออกมาอีกครั้งด้วยดวงตาทอประกายระยิบระยับ
จ้าวอู่เจียงสั่นศีรษะเบา ๆ ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม
“พระสนมชื่นชมข้าน้อยมากเกินไปแล้ว แต่เรื่องนี้ข้าน้อยไม่สามารถทำสิ่งใดได้จริง ๆ ฝ่าบาทเป็นคนตัดสินพระทัยทั้งหมด…”
“ใต้เท้าจ้าว ขอเพียงท่านพูดถึงพวกเราสองพี่น้องให้ฝ่าบาทฟัง พวกเราก็พึงพอใจแล้ว ฝากบอกฝ่าบาทด้วยว่า พวกเราสองพี่น้องรอคอยที่จะรับใช้ฝ่าบาททุกคืนวันด้วยความเชื่อฟังเป็นอย่างยิ่ง…”
แววตาของหลิวเหม่ยเอ๋อร์ร้อนแรงยิ่งนัก
“หากท่านสามารถทำได้สำเร็จ ท่านก็จะได้รับรางวัลอย่างงามเช่นกัน!”
จ้าวอู่เจียงได้ยินดังนั้นก็ต้องถอนหายใจออกมา… ไม่มีอะไรที่เขาสามารถขัดขวางได้อีกแล้วสินะ
“ทูลพระสนม กระหม่อมจะพยายามอย่างเต็มที่พ่ะย่ะค่ะ…”
หลิวเหม่ยเอ๋อร์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จับมือหลิวชิงชิง ก้มศีรษะให้แก่จ้าวอู่เจียงเล็กน้อย ก่อนที่จะหมุนตัวเดินจากไป
…
ค่ำคืนนี้มีดวงดาวส่องแสงสว่างสดใส…
เซวียนหยวนจิ้งกำลังจะออกคำสั่งเรียกตัวหลิวเหม่ยเอ๋อร์เข้ามารับใช้อีกครั้ง จ้าวอู่เจียงจึงไม่ลืมเอ่ยถึงข้อเสนอของหลิวเหม่ยเอ๋อร์
ฮ่องเต้หญิงหยุดชะงักไปนาน ก่อนจะขมวดคิ้วถามว่า
“สองคนเจ้ารับไหวหรือ?”
“…”
นี่ท่านกำลังตั้งคำถามกับกำลังวังชาของข้าอย่างนั้นหรือ?
จ้าวอู่เจียงเบิกตาโตด้วยความกระตือรือร้น แต่ก็รีบสงวนท่าที และตอบกลับไปอย่างเคร่งขรึม
“อำนาจในตำหนักนางสนมก็คืออีกหนึ่งตัวแปรสำคัญเช่นกัน ยิ่งพระองค์ให้พวกนางเข้ามารับใช้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเอาชนะใจกลุ่มอำนาจที่หนุนหลังพวกนางอยู่ได้มากเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
“จริงด้วยสินะ…” ฮ่องเต้พยักหน้า สิ่งที่จ้าวอู่เจียงพูดออกมามีเหตุผล เขามักจะนึกถึงความมั่นคงของนางอยู่เสมอ
แต่ด้วยความที่เป็นคนฉลาดเฉลียว เซวียนหยวนจิ้งจึงนึกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว “แต่หลิวเหม่ยเอ๋อร์กับหลิวชิงชิงทั้งสองคนนี้เป็นหลานสาวของหลิวเจ๋อไม่ใช่หรือ?”
ทำไมถึงได้ฉลาดแบบนี้นะ…จ้าวอู่เจียงได้แต่นึกบ่นอยู่ในใจ
“เขามีหลานสาวสองคน แต่ท่านให้พวกนางเข้ามารับใช้อยู่คนเดียวเสมอ ท่านคิดว่าจิ้งจอกเฒ่าอย่างหลิวเจ๋อจะคิดอย่างไรเล่า?”
“เฮอะ…เจ้าคิดว่าข้ากลัวเขาหรืออย่างไร งั้นเจ้าก็จัดการตามที่หลิวเหม่ยเอ๋อร์ต้องการเถอะ!” ดวงตาของฮ่องเต้หญิงวาวโรจน์
จ้าวอู่เจียงยกมือดีดนิ้ว
“อืม”
ฮ่องเต้จ้องมองหลิวเหม่ยเอ๋อร์กับหลิวชิงชิงกำลังใช้มือกวนน้ำในอ่างใหญ่ไม่ต่างจากนางเงือกน้อยเล่นน้ำ พลันหัวใจของฮ่องเต้หญิงก็บังเกิดความอิจฉาขึ้นมา เซวียนหยวนจิ้งอยากจะลงไปนอนแช่ในอ่างน้ำใหญ่เช่นนี้มาโดยตลอด
นางไม่สามารถแช่ตัวในอ่างน้ำใหญ่เช่นนี้ได้ เพราะกลัวว่าจ้าวอู่เจียงจะย่องมาแอบดู… สองแก้มของฮ่องเต้หญิงร้อนผ่าว จึงผลักชายหนุ่มข้างกายให้ก้าวออกไปข้างหน้า
หืม?
จ้าวอู่เจียงรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังโกรธตนเอง จึงมึนงงเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ทำได้เพียงถอดเสื้อผ้าออก และก้าวลงไปในอ่างน้ำใหญ่นั้น และเริ่มแหวกว่ายตรงเข้าไปหาหลิวเหม่ยเอ๋อร์กับหลิวชิงชิง
…
ฮ่องเต้หญิงนั่งอยู่ข้างอ่างน้ำใหญ่ โชคดีที่ภายในห้องไม่มีลมเย็นพัดเข้ามา
เสียงน้ำกระเพื่อมดังเข้ามาในหูของนางตลอดเวลา เช่นเดียวกับเสียงร้องครางอย่างเป็นจังหวะจะโคน หลิวเหม่ยเอ๋อร์ส่งเสียงเหมือนกำลังแช่อยู่ในอ่างน้ำเดือด ในขณะที่หลิวชิงชิงไม่ได้พูดคุยอะไรอีกแล้ว เพียงร่ำร้องส่งเสียงออกมาในลักษณะกึ่งเปี่ยมสุขกึ่งทรมาน เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดนั้นยิ่งทำให้ผู้ฟังตกอยู่ในห้วงภวังค์
ครึ่งชั่วยามให้หลัง คลื่นน้ำก็กลับมาสงบลงอีกครั้ง
เห็นไหมเล่า? นางนึกแล้วเชียวว่าจ้าวอู่เจียงคงไม่มีทางรับมือสนมทั้งสองคนได้ในเวลาเดียวกันอย่างแน่นอน
ฮ่องเต้หญิงหัวเราะเยาะอยู่ในใจ เพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้น ชายหนุ่มก็หมดสภาพเสียแล้ว
แต่ทันใดนั้น …เสียงน้ำกระเพื่อมก็ดังขึ้นอีกครา
ฮ่องเต้หันไปมองพร้อมดวงตาเบิกโต สิ่งที่นางเห็นคือหลิวชิงชิงผู้เป็นดั่งสาวน้อยขี้อาย กลับโค้งกายและฝังใบหน้าลงไปตรงส่วนนั้น
ผ่านไปหนึ่งถ้วยชา เสียงคลื่นน้ำที่ซัดกระแทกกับหน้าผาหินยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ซ้ำยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หยุดยั้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า