บทที่ 705 ผู้มาเยือน, ผี, คนที่หลงรัก
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า
เขามองดูผีที่เหมือนกับซากศพเดินได้ข้างถนน และถอนหายใจโดยไม่รู้ตัว
ผีก็คือวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ในโลก ไม่ยอมจากไป
ผีจะนอนในตอนกลางวัน และมนุษย์จะหลับในตอนกลางคืน
ผีแทบทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความยึดมั่นในบางสิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นความโกรธแค้นเกลียดชัง ความปรารถนา หรือความทรงจำที่ฝังลึก
จ้าวอู่เจียงนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่เขาเองก็เป็นวิญญาณไร้ราก
เพียงแต่พลังฝึกฝนของเขาสูงพอ วิญญาณของเขาแข็งแกร่งจนถึงขั้นวิญญาณเทพ โชคดีที่ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ด้วยพลังวิญญาณ
แต่อาศัยเพียงพลังวิญญาณไม่อาจมีชีวิตยืนยาวในโลกนี้
วิญญาณของเขาหลอมรวมกับพลังปีศาจจากแก่นปีศาจที่หลินหลางมอบให้ เป็นที่พึ่งพากันและกัน
เขาจึงมีร่างชั่วคราวให้ใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
เขาเองก็เคยตาย เขาเองก็เคยมีความยึดมั่นถือมั่น ดังนั้นเมื่อมองดูผีเหล่านี้ที่จะตื่นขึ้นในยามค่ำคืน เขาจึงอธิบายความรู้สึกของตนเองไม่ถูก
เขากำลังจะได้เห็นภาพกองทัพร้อยผีเดินในคืนฝนตก และเขาเองก็จะได้ผสมปนเปแฝงตัวไปกับพวกมันจริงๆ
“น้องชาย ไม่ทราบว่าเจ้ามาที่เมืองอวี้ตู่นี้ เพื่อตามหาสิ่งใดกันหรือ?” ชายวัยกลางคนมองจ้าวอู่เจียง
“ไม่ได้มาตามหาสิ่งใดขอรับ ข้าแค่ผ่านทางมาเฉยๆ เท่านั้น” จ้าวอู่เจียงส่ายศีรษะ รถม้าเคลื่อนที่ช้าๆ เสียงฝีเท้าม้ากระทบพื้นถนนดังก้อง ในความมืดข้างหน้ามีเปลวไฟสีเขียวอมฟ้าลอยอยู่หลายดวง สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“งั้นก็ดี” ชายวัยกลางคนมองจ้าวอู่เจียงด้วยแววตาลึกซึ้งและหัวเราะออกมาเบาๆ
“คนที่มีความยึดมั่นและสามารถออกจากเมืองอวี้ตู่ได้ มีน้อยกว่าหนึ่งในร้อยเสียอีก”
จ้าวอู่เจียงรู้สึกเหมือนกำลังได้ฟังเรื่องเล่าลึกลับจากผู้อาวุโสในบ้านตอนเด็กๆ ทำให้รู้สึกหนาวเย็นและขนลุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เขาเปลี่ยนเรื่องถามด้วยรอยยิ้ม
“ข้าชื่อจ้าวอู่อย่าง ไม่ทราบว่าท่านพี่ชื่ออะไร?”
“ข้าชื่อเซี่ยซินอัน” ชายวัยกลางคนหัวเราะและขับรถม้าไปยังเปลวไฟสีเขียวอมฟ้าที่ลอยอยู่ในความมืด
จ้าวอู่เจียงเกาศีรษะ หัวเราะอย่างซื่อๆ แต่ภายในใจเขารู้สึกระมัดระวังมาก แม้แต่พลังกระบี่ที่ซ่อนอยู่ลึกสุดก็ถูกเรียกออกมาและไหลเวียนภายในร่าง พร้อมสำหรับการโจมตีได้ทุกเมื่อ
เซี่ยซินอัน ถ้าเป็นในนิทานพื้นบ้าน ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือเซี่ยปี้อัน นี่คือผีเซี่ยปี้อัน!
ป้ายเหนือประตูดูเหมือนจะเป็นยันต์บิดเบี้ยว
“ถึงแล้ว” เซี่ยซินอันลงจากรถม้า เดินเข้าโรงเตี๊ยมโดยเอามือไขว้หลัง
ผ้าม่านรถม้าถูกเปิดออก มีชายสองคนและหญิงหนึ่งคนเดินลงมาจากห้องโดยสาร
ชายคนหนึ่งร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลา ดูแข็งแกร่ง และมีดาบวงพระจันทร์ทองเหลืองคาดเอว
หญิงสาวผู้ถูกเรียกว่า ซูซู ยิ้มอย่างอ่อนหวาน มองชายคนนั้นด้วยแววตาเขินอายและมีความสุข
ชายอีกคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าของบัณฑิต สะพายกระบอกไม้ไผ่สีเขียว หน้าตาดูหล่อเหลามีกลิ่นอายของผู้มีความรู้ แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน ถึงแม้จะยิ้ม ก็ยังมีความขมขื่นให้เห็นอย่างชัดเจน
ตอนที่เขาเดินผ่านจ้าวอู่เจียง เขาก็โค้งคำนับเล็กน้อย
“ข้าชื่อตงหนิง ยินดีที่ได้พบคุณชายจ้าวขอรับ”
เขาได้ยินชื่อจ้าวอู่เจียงตั้งแต่ตอนที่อยู่ในรถม้าแล้ว
จ้าวอู่เจียงยกมือขึ้นคำนับตอบกลับไป แต่รู้สึกลังเลใจเล็กน้อย
เขามองโรงเตี๊ยมนี้ รู้สึกว่าถ้าเข้าไปแล้วต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ
“เข้ามาสิ น้องอู่เจียง” เซี่ยซินอันหันมามอง ใบหน้าของเขาถูกแสงโคมไฟอาบไล้จนกลายเป็นสีครึ่งแดงครึ่งเขียวอมน้ำเงิน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า