เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 784

บทที่ 784 เศษเสี้ยวความทรงจำ

หลังจากทุกคนเลือกฝ่ายเสร็จแล้ว บรรยากาศที่เคยสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนไปในทันที

ประตูของถ้ำโบราณเริ่มเคลื่อนตัว เปิดออกด้วยเสียงดังก้อง ฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย เผยให้เห็นซากโบราณที่ถูกปิดผนึกไว้มานาน

ไม่มีผู้ใดก้าวเข้าไปในถ้ำก่อน เพราะทุกคนรู้ดีว่า การเป็นคนแรกที่เข้าไปอาจไม่ใช่เรื่องดี

หลายคนคิดว่า การเข้าไปทีหลังอาจทำให้พวกเขาสามารถฉกฉวยผลประโยชน์ได้ เมื่อคนอื่นๆ ต่อสู้จนพลังอ่อนแรงลงแล้ว

แต่แผนการเหล่านั้นก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว เพราะเพียงแค่สองลมหายใจหลังจากที่ประตูเปิดออก ลมเย็นก็พัดออกมาจากในถ้ำ พร้อมกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย

ทันใดนั้น แรงดูดอันมหาศาลก็ปรากฏขึ้นนอกถ้ำ ดูดร่างของทุกคนเข้าไปข้างในโดยไม่สามารถต่อต้านได้

เพียงชั่วพริบตา ทุกคนก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนกลับหัว และพวกเขาก็ถูกดูดเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว

“ครืน!”

ประตูถ้ำปิดลงอย่างแน่นหนา ภายนอกเงียบสงัดราวกับไม่เคยมีผู้ใดมาที่นี่มาก่อน

————

จ้าวอู่เจียงรู้สึกเหมือนเคยมาเยือนที่แห่งนี้มาก่อน

รอบตัวเขามีกระท่อมไม้ บางหลังมีหนังสัตว์แขวนอยู่บนราว และไม่ไกลมีการก่อกองไฟ แต่กลับไม่มีผู้คนอยู่เลย

ตอนนี้มีกระท่อมไม้และกระโจมหลายหลังที่กำลังลุกไหม้ เปลวไฟลุกโชติช่วงร้อนแรง

เขารู้สึกสับสน นี่คือซากโบราณที่ว่าหรือ?

แล้วคนอื่นๆ อยู่ที่ใดกัน?

ในขณะที่เขากำลังสงสัย เขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างไม่รู้ตัว และก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นมือยักษ์สามข้างยื่นออกมาจากท้องฟ้าสีเทาอันหม่นหมอง ราวกับว่ามันถูกยื่นออกมาจากโลกภายนอก

มือยักษ์นั้นใหญ่โตจนบดบังแสงอาทิตย์หมดสิ้น

มือหนึ่งมีลักษณะเหมือนกรงเล็บเหยี่ยว สีเทาอมเขียว มีเพียงสามนิ้ว กำลังคว้าตัวเขา

จ้าวอู่เจียงรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว มือยักษ์คว้าเข้าไปยังตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่ พลิกแผ่นดินและทำให้พื้นดินและต้นหญ้าพังทลาย

เขารู้สึกทั้งสับสนและหวาดกลัว มือยักษ์อีกสองข้างก็พยายามคว้าอะไรบางอย่างจากพื้นดินเช่นกัน

มือหนึ่งมีหกนิ้ว สีดำสนิท ปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำตาลดำ

ส่วนอีกมือหนึ่งยาวเรียวราวกับมือของหญิงสาว

จ้าวอู่เจียงสะบัดหัวอย่างแรง เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นภาพนี้มาก่อน

“ข้าชื่อเมิ่งหลินลู่” ชายชราตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาของเขามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง และเต็มไปด้วยความสงสัย

ชายชราไม่เข้าใจว่าทำไมถึงพบเจอแต่เด็กหนุ่มแปลกๆ คนนี้ แต่กลับไม่พบคนอื่นๆ ของชนเผ่าหรือคนจากเผ่าอื่นเลย

พวกเขาวิ่งหนีไปไม่รู้ว่านานเท่าใด จนมองไม่เห็นมือยักษ์ทั้งสามอีกต่อไป เมิ่งหลินลู่พาจ้าวอู่เจียงมาถึงเทือกเขาหนึ่ง ที่นั่นมีกระท่อมไม้เล็กๆ อยู่หลายหลัง

ชายชราเดินเข้ามาในลานบ้านด้วยความกังวลใจ แต่พอเห็นคนสองคนที่อยู่ในลานบ้าน เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และเดินไปหาชายหญิงคู่นั้นอย่างรวดเร็ว

จ้าวอู่เจียงเดินตามหลังชายชราไป เมื่อเขาเห็นชายหญิงคู่นั้น สีหน้าของเขาก็แข็งทื่อขึ้นทันที ในใจของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ทั้งสองคนสวมใส่เสื้อผ้าสมัยโบราณ หญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาว ผูกเปียยาว ดวงตาสดใสและบริสุทธิ์ ที่ข้อมือของนางก็มีขลุ่ยโบราณร้อยไว้ด้วยเชือก ขลุ่ยของนางมีเพียงเก้ารูเท่านั้น

หญิงสาวคนนี้ จ้าวอู่เจียงเคยพบมาก่อนในเมืองผี

ส่วนชายคนนั้น จ้าวอู่เจียงก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก แม้ว่าเขาจะจำไม่ได้ว่าเคยพบเห็นมาก่อนจากที่ใดก็ตาม

“เด็กน้อย มานี่สิ” เมิ่งหลินลู่เรียกจ้าวอู่เจียงให้เข้ามาหา

ทันใดนั้น อยู่ดีๆ หญิงสาวก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวและพูดขึ้นมาว่า

“ท่านพ่อ? ท่านกำลังพูดกับผู้ใดอยู่หรือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า