บทที่ 829 การโจมตีเพียงครั้งเดียว
ทางด้านของผู้คนตระกูลหวังจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ตอนกลาง หวังชีอยู่ท่ามกลางฝูงชนด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางไม่ได้มีส่วนร่วมในการแย่งชิง แต่ผู้บำเพ็ญจำนวนไม่น้อยของตระกูลหวังกำลังต่อสู้กับผู้บำเพ็ญจากสำนักอื่นอย่างดุเดือด
การปรากฏตัวของชายหนุ่มผู้มาใหม่ เพียงแค่ทำให้นางรู้สึกโล่งอกเล็กน้อยเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งสองเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่พบกันโดยบังเอิญ มีเพียงมิตรภาพที่ผิวเผิน…เท่านั้นเอง ใช่แล้ว เพียงเท่านั้น…เส้นผมสีเงินของนางเปล่งประกาย ดูมีความงดงามราวกับภูเขาน้ำแข็งพันปี
หลู่จงรู้สึกยินดี รอยยิ้มเพิ่งปรากฏก็รีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว นางตอบรับสายตาของจ้าวอู่เจียงอย่างเย็นชา แต่ในใจกลับรู้สึกหวานซึ้งเล็กน้อย
ในกลุ่มของสำนักเติมฟ้า ซูฮัวอีคลายความกังวล ยิ้มหวานอย่างมีเสน่ห์ ดีแล้วที่จ้าวอู่เจียงไม่เป็นอะไร
หลี่เซวียนตงมองด้วยดวงตาเย็นชา เหลือบมองจ้าวอู่เจียงท่าทางเรียบเฉย แต่ว่าสีหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
แม้ว่าศิษย์น้องร่วมสำนักผู้เป็นหญิงในดวงใจของเขาจะไม่ได้จดจ่อสายตามาที่เขา นั่นคือเรื่องที่ไม่เป็นไร แต่นางก็ไม่ควรจดจ่อสายตาไปที่ผู้บำเพ็ญคนอื่นเช่นกัน แม้ว่าผู้บำเพ็ญพเนจรผู้นั้นจะมีพลังไม่ธรรมดาก็ตาม
แต่หากพูดถึงรูปโฉม จ้าวอู่เจียงจะเทียบข้าหลี่เซวียนตงได้หรือ?
หากพูดถึงชาติตระกูล จ้าวอู่เจียงยิ่งไม่คู่ควร ข้าหลี่เซวียนตงเป็นศิษย์ของสำนักเติมฟ้า เป็นคนของตระกูลหลี่แห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ตอนกลางผู้ยิ่งใหญ่
ด้านพลังความสามารถ หลี่เซวียนตงคนนี้เพียงแค่ยังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงออกมาเท่านั้น หากเขาเปิดเผยพลังที่แท้จริงของตนเอง แม้แต่หลู่จง เขาก็ยังสามารถต่อกรได้สบายๆ
ไม่เหมือนกับจ้าวอู่เจียงที่ถูกหลู่จงไล่ล่าต้องหลบหนีอย่างไร้ศักดิ์ศรี
แม้ตอนนี้อีกฝ่ายจะปลอดภัยดี แต่ก็เป็นเพียงเพราะหลู่จงใจดีมากเกินไปเท่านั้น
หลี่เซวียนตงในขณะนี้ยิ่งคิดยิ่งโกรธ รอจนพวกเขาขึ้นไปในชั้นที่สูงมากกว่านี้ให้ได้ก่อนเถอะ เมื่อเขาได้พบพี่ชายทั้งสองของตระกูลหลี่ เขาจะต้องสั่งสอนเจ้าตัวบัดซบจ้าวอู่เจียงให้รู้สำนึก! ให้เจ้าตัวบัดซบจ้าวอู่เจียงรู้ว่าอะไรคือความแตกต่างของสถานะ ตำแหน่งและพลังความสามารถที่แท้จริง!
นอกจากนี้ ยังมีคนอีกผู้หนึ่งที่มีจิตสังหารหนาแน่น และบุคคลผู้นั้นก็คือจางเต๋อลู่แห่งสำนักศรัทธาสวรรค์ ผู้ยืนเงียบอยู่ในกลุ่มผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์ได้พักใหญ่แล้ว
จางเต๋อลู่เคยเห็นจ้าวอู่เจียงตั้งแต่ที่ทางเข้าประตูสำนักสำนักศรัทธาษฎร
เขาได้รับข่าวลับจากสำนักศรัทธาสวรรค์ ว่าประมุขแห่งสำนักศรัทธาษฎร ผู้มีนามว่าจางหลินต้าวได้ล่วงลับในสำนักไปเรียบร้อยแล้ว
จางหลินต้าว ในฐานะประมุขแห่งสำนักศรัทธาษฎร ย่อมต้องทิ้งสมบัติล้ำค่าไว้บ้าง โดยเฉพาะเคล็ดวิชาต่างๆ ของจางหลินต้าว โดยเฉพาะในด้านคาถาอาคม หากเขาสามารถเข้าใจได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะต้องแข็งแกร่งกว่าตอนนี้มากแน่นอน
แต่น่าเสียดายที่ประตูทางเข้าของสำนักศรัทธาษฎรมีแผ่นยันต์ปิดผนึกอย่างแน่นหนา นอกจากผู้ที่มีฝีมือแข็งแกร่งอย่างแท้จริงแล้ว ก็มีเพียงประมุขของสำนักลัทธิเต๋าอย่างสำนักศรัทธาสวรรค์และสำนักศรัทธาปฐพีเท่านั้นที่สามารถเปิดได้
เพียงแต่นอกจากเขาจางเต๋อลู่แล้ว ไม่มีผู้ใดในหมู่ผู้บำเพ็ญที่ยังเยาว์วัย ซึ่งเพิ่งก้าวเข้าสู่ดินแดนลับดอกบัวสวรรค์จะรู้เรื่องนี้
จ้าวอู่เจียงเดินไปหาเซวียนหยวนจิ้ง พลางชายตามองจางเต๋อลู่อย่างไร้ความรู้สึก
หลี่ฉวนจวินได้แย่งชิงลูกแก้วสีฟ้าบนเสาหินมาได้สำเร็จแล้ว ข้างในก็เป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์อีกวิชาหนึ่ง เรียกว่าวิชาสายธารแห่งฟ้าดิน เป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์สำหรับกักขังศัตรูโดยเฉพาะ
เซวียนหยวนจิ้งสบตากับจ้าวอู่เจียง เมื่อเห็นว่าจ้าวอู่เจียงสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย นางก็รู้สึกโล่งใจ
“เจ้าอยากแย่งชิงอันไหน?” จ้าวอู่เจียงถามพลางยิ้มเล็กน้อย
เซวียนหยวนจิ้งชี้ไปที่เสาหินซึ่งอยู่ในตำแหน่งขุนเขาของแผนภูมิแปดทิศ บนเสามีลูกแก้วสีม่วงอ่อนลอยอยู่
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า ยักคิ้วให้เซวียนหยวนจิ้งเบาๆ แล้วเหยียบปลายเท้าพุ่งไปหาเหล่าผู้บำเพ็ญจากสำนักต่างๆ ที่กำลังแย่งชิงลูกแก้วสีม่วงอ่อนกันอยู่
เซวียนหยวนจิ้งอดยิ้มออกมาไม่ได้
จ้าวอู่เจียงเข้าสู่กลุ่มการต่อสู้ แสดงความเด็ดขาดและแข็งแกร่ง ปล่อยพลังออกมาเต็มที่ สั่นสะเทือนเหล่าผู้บำเพ็ญที่กำลังแย่งชิงกันอยู่ให้ถอยออกไปโดยตรง บรรยากาศรอบตัวเข้มข้นดั่งห้วงลึก เขาสามารถแย่งชิงลูกแก้วสีม่วงอ่อนมาครอบครองได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า