บทที่ 830 เจ้านี่พูดมากจริง
“จ้าวอู่เจียง เจ้าช่างกล้าหาญนัก!”
“จ้าวอู่เจียง เจ้าอย่าได้โลภมากเช่นนี้!”
“ช่างไม่เห็นหัวผู้ใดเสียเลย!”
เหล่าผู้บำเพ็ญสิบกว่าคนที่ถูกจ้าวอู่เจียงผลักไสออกไปต่างโกรธเกรี้ยวไม่อาจระงับ
“สหายของเจ้าหลี่ฉวนจวินได้รับเคล็ดวิชาเทพไปแล้วหนึ่งวิชา เจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใด? มีสหายร่วมทางมากมายแย่งชิงกัน พวกเจ้าได้รับเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วหนึ่งวิชายังไม่พอใจ ยังจะมาแย่งชิงวิชาที่สองอีกหรือ? ความโลภเช่นนี้ ระวังจะได้รับผลกรรมตามสนอง!”
จ้าวอู่เจียงกวาดตามองผู้คนรอบข้าง ยักไหล่พลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และทรงอำนาจ
“ผู้ใดไม่พอใจ ก็มาเอาไปสิ”
“เจ้า…” ผู้บำเพ็ญสิบกว่าคนล้อมเข้ามา
“แต่ว่าพวกเจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงเปล่งประกายสีม่วง รอยแยกแนวตั้งปรากฏขึ้นระหว่างคิ้ว พลังปีศาจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายโจมตีก่อน
เพียงฝ่ามือเดียวก็ทำให้ผู้บำเพ็ญที่อยู่ด้านหน้าสุดกระเด็นไปชนผนังถ้ำอย่างแรง ร่างกายที่ร่วงลงพื้นเต็มไปด้วยเลือดไหลทะลัก
จ้าวอู่เจียงโจมตีไม่หยุด ทุกคนเห็นเพียงแสงสีม่วงของพลังปีศาจพุ่งไปมาในถ้ำ ทุกที่ที่แสงสีม่วงผ่านไป ผู้บำเพ็ญที่ต่อสู้กับเขาต่างถูกโจมตีถอยกรูด บางคนเลือดลมปั่นป่วน บางคนบาดเจ็บสาหัสล้มลงกับพื้น
เมื่อทุกคนมองเห็นจ้าวอู่เจียงชัดเจนอีกครั้ง เขาก็ยืนอยู่ข้างกายน้องชายผู้มีนามว่าจ้าวอู่เลี่ยงและสหายหลี่ฉวนจวินแล้ว และเขาก็กำลังส่งลูกแก้วแสงสีม่วงอ่อนให้จ้าวอู่เลี่ยงด้วยท่าทางสงบสุขุม
ผู้คนที่มุงดูยิ่งตกตะลึง ความแข็งแกร่งและอำนาจของจ้าวอู่เจียงแทบจะเหมือนกับหลู่จงไม่มีผิด และจ้าวอู่เจียงยังมีบุคลิกปีศาจที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ทุกคนยิ่งไม่กล้าดูถูก
การต่อสู้และการฆ่าฟันยังคงดำเนินต่อไป ไม่นานนัก เจ้าของลูกแก้วแสงทั้งแปดก็ถูกกำหนดเรียบร้อยแล้ว
ตระกูลหลู่ได้ครอบครองหนึ่งลูกโดยหลู่จง สำนักศรัทธาสวรรค์ได้ครอบครองหนึ่งลูกโดยจางเต๋อลู่ หลี่ฉวนจวินได้หนึ่งลูกจ้าวอู่เจียงได้หนึ่งลูก ตระกูลปีศาจจิ้งจอกจิ้งชิวได้หนึ่งลูก สำนักเทียนเหอได้ครอบครองหนึ่งลูกโดยหยินเถาเอ๋อร์ ตระกูลหวังได้หนึ่งลูก และสำนักเติมฟ้าก็ได้หนึ่งลูกเช่นกัน
รวมทั้งหมดแปดลูก
นี่ทำให้ผู้คนหลายกลุ่มที่ไม่ได้แย่งชิงลูกแก้วแสงสักลูก ยิ่งรู้สึกขมขื่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย
หลู่เฟิงกลอกตาไปมา ตอบอย่างไม่แน่ใจ
“…เรื่องของศิษย์น้องฮัวอี…แล้วก็…ให้ท่านพี่ช่วยสั่งสอนสั่งสอนหลี่…”
“หลี่เซวียนตงใช่หรือไม่?”
“อ๋อ ใช่ ใช่แล้วขอรับ ก็หลี่เซวียนตงผู้นี้แหละขอรับ ว่าแต่ว่าท่านพี่ ท่านถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมกัน?”
หลู่เฟิงรู้สึกสงสัย จากนั้นดวงตาของเขาก็สั่นไหว ได้ยินเสียงดังปั้ก ร่างของคนผู้หนึ่งก็ลอยผ่านหน้าเขาไป กระแทกกับผนังถ้ำอย่างแรง ร่วงลงพื้น ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย
เจ้าของร่างนั้นก็คือหลี่เซวียนตงที่ออกมายุยงผู้อื่นนั่นเอง
หลู่จงหมุนข้อมืออย่างแผ่วเบา เอ่ยเสียงเย็นชา
“เจ้านี่ช่างพูดมากเสียจริง แม้แต่ข้าก็ยังไม่มีความเห็นอะไร ไม่ทราบว่าพวกเจ้ามีผู้ใดมีความเห็นอะไรหรือไม่?”
ผู้บำเพ็ญที่เดิมทีกำลังใช้คำพูดกดดันจ้าวอู่เจียง พลันเงียบเสียงลงในทันที ส่วนผู้บำเพ็ญที่เหลือต่างหันกลับมามองหน้าหลู่จงด้วยสีหน้าประหลาดใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า