บทที่ 856 สำนักกระบี่ซ่อนเร้น
พอจ้าวอู่เจียงปรับลมหายใจเสร็จ เซวียนหยวนจิ้งที่คอยเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ก็ถามด้วยความห่วงใย
“เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกได้ว่าร่างของจ้าวอู่เจียงร้อนระอุราวกับถูกไฟแผดเผา
จ้าวอู่เจียงส่ายหน้า แต่แล้วก็ชะงักด้วยความตกใจ จู่ ๆ เขาก็พบว่า ไฟวิญญาณของเขาลุกโชนขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงก้าวเดียวก็จะลุกโชนตลอดกาล บรรลุขั้นจักรพรรดิ
เหมือนว่าไฟนิรนามที่ลุกไหม้ในร่างเมื่อครู่ ช่วยจุดไฟวิญญาณของเขา
หลี่ฉวนจวินกำลังปรับลมหายใจอยู่ข้าง ๆ สีหน้าดีขึ้นมากแล้ว
จ้าวอู่เจียงยืดแขนและกำมือ ความเจ็บแสบที่ลุกไหม้เมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ เหมือนว่าร่างกายจะผิดปกติไปบ้าง
เจ็บแสบเป็นจุดเล็ก ๆ หลายจุดบนร่างกาย ราวกับถูกเข็มทิ่มแทง
เมื่อหลี่ฉวนจวินฟื้นตัวสำเร็จ พวกเขาก็จะมุ่งหน้าไปยังถ้ำบนชั้นที่สิบสามของดินแดนลับเต๋อเหลียน
หากเป็นถ้ำเกี่ยวกับวิถีกระบี่จริง สำหรับจ้าวอู่เจียงกับหลี่ฉวนจวินแล้วจะเป็นสถานที่ล้ำค่า แม้แต่สำหรับเซวียนหยวนจิ้งก็เช่นกัน
ชั้นที่สิบสามของดินแดนลับเต๋อเหลียน
ขุนเขาเขียวขจียังคงทอดยาวไปไกล แต่ก็มีเมืองต่าง ๆ เพิ่มขึ้นไม่น้อย
เมืองเหล่านี้มีโครงสร้างเหมือนอาณาจักรของมนุษย์ทั่วไป แต่ภายในเมืองกลับเป็นซากปรักหักพังไม่มีผู้คนอาศัยอยู่
ยามค่ำคืนจะมีวิญญาณอาฆาตมากมายมารวมตัวกัน
แต่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของดินแดนลับเจ๋อเหลียน เมืองปรักหักพังแห่งหนึ่งกลับมีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน
แม้เมืองนี้จะทรุดโทรม แต่ก็มีถ้ำพิเศษอยู่
จะว่าไปแล้วจะเรียกว่าถ้ำก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เรียกว่าเตาหลอมที่มีโลกอยู่ภายในยังจะถูกกว่า
ลึกเข้าไปในลานบ้าน มีโรงตีเหล็ก ภายในโรงตีเหล็กมีเตาไฟลุกโชน
สิ่งที่เรียกว่าถ้ำ ก็คือสิ่งที่อยู่ภายในเตาไฟ
“พอเถอะ พวกเราล้วนเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่ ไยต้องทำกันเช่นนี้?”
ใครบางคนทนดูไม่ไหวจึงออกปากแทนผู้ฝึกฝนกระบี่ในชุกนักพรต
“สำนักกระบี่ซ่อนเร้นของข้าสุงส่ง พวกเจ้าผู้ฝึกฝนกระบี่ป่าเถื่อนมีสิทธิ์ใดมาพูดกับข้า?” ผู้ฝึกฝนกระบี่จากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นแค่นเสียงเย็น
“พวกข้าไม่ขับไล่พวกเจ้าออกไปทั้งหมดก็นับว่าเมตตาแล้ว พวกเจ้าไม่รู้จักสำนึกบุญคุณก็แล้วไป ยังจะช่วยพูดแทนเจ้าคนเถื่อนอีกหรือ? ข้าจะไม่ทนแล้ว ลงมือ! ข้าอยากจะรู้นักว่า ใครหน้าไหนบ้างที่จะไม่รู้จักกลัวตาย กล้าลงมือกับสำนักกระบี่ซ่อนเร้นของเรา!”
ผู้ฝึกฝนจากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นหยิ่งผยองเพียงนี้ไม่ใช่ว่าไร้สาเหตุ
สำนักเทพบุปผา สำนักแม่น้ำสวรรค์ และสำนักใหญ่อื่น ๆ ล้วนไปแสวงหาโชคลาภในชั้นที่สูงกว่าของดินแดนลับเต๋อเหลียน ดินแดนลับเต๋อเหลียนชั้นที่สิบสาม นอกจากผู้ฝึกฝนกระบี่ แทบไม่มีใครเต็มใจจะพำนักนาน
ส่งผลให้ผู้ฝึกฝนที่พำนักอยู่ในดินแดนลับเต๋อเหลียนชั้นที่สิบสามมีพลังไม่แข็งแกร่ง อิทธิพลไม่ยิ่งใหญ่นัก
เสือไม่อยู่ป่า ลิงขึ้นเป็นราชา
สิ่งนี้ทำให้สำนักกระบี่อย่างสำนักกระบี่ซ่อนเร้นที่เป็นสำนักขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ กลายเป็นผู้ไร้คู่ต่อสู้
หากไม่เกรงว่าจะเป็นที่ขุ่นเคืองของผู้คนเกินไป เหล่านักฝึกกระบี่แห่งสำนักกระบี่ซ่อนเร้นคงขับไล่ทุกคนออกจากดินแดนลับเต๋อเหลียนชั้นที่สิบสามทั้งหมด เพื่อไม่ให้ผู้ใดได้ล่วงล้ำเข้าไปในถ้ำแห่งวิถีกระบี่ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า