เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 857

บทที่ 857 ข้าว่าพวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว

ผู้ฝึกวิชากระบี่จากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นกวาดตามองซากปรักหักพังรอบด้าน ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงอีก

ด้วยจำนวนและอำนาจของสำนักกระบี่ซ่อนเร้นมีมากในชั้นนี้ ส่วนมือกระบี่คนอื่น ๆ ล้วนเป็นผู้ฝึกวิชาอิสระ ไม่มีภูมิไม่หลังอันใด เว้นแต่จะมีพลังแก่กล้าถึงขั้นจุดไฟวิญญาณได้เจ็ดแปดส่วน ไม่เช่นนั้นย่อมไม่อาจต่อกรกับมือกระบี่จากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นได้

ชายในชุดนักพรตถือกระบี่ไม้ท้อมองเหล่าผู้ฝึกวิชาจากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นที่ทำท่าดุดัน เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ ตัดสินใจว่าจะลงไปแสวงหาโชคลาภในดินแดนลับเต๋อเหลียนชั้นล่างแทน ไม่จำเป็นต้องหาโชคหรือสมบัติที่เกี่ยวกับวิถีแห่งกระบี่เสมอไป

แล้วเขาก็เตรียมจะเดินออกจากเมืองที่เต็มไปด้วยปรักหักพัง ท่าทีผิดหวัง

“หยุด!” ผู้ฝึกวิชาจากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นเอ่ยขึ้น

“เมื่อครู่เจ้าผู้เดียวเผชิญหน้ากับพวกข้าสิบคน ชัดเจนว่าดูถูกสำนักกระบี่ซ่อนเร้นของข้า เจ้าคิดจะหนีไปง่าย ๆ โดยไม่ให้คำอธิบายได้หรือ?”

“เป็นเจ้า เป็นพวกเจ้าต่างหากที่รุมรังแกข้า” นักพรตโกรธขึ้นมาแล้ว

“ผู้ใดยืนยันให้เจ้าได้?” คนสำนักกระบี่ซ่อนเร้นกวาดตามองผู้ฝึกวิชารอบข้าง แล้วเอ่ยอย่างขบขัน “หิม? ใครเห็นบ้าง?”

“ไม่มี! หมายความว่าเป็นเจ้าดูแคลนสำนักกระบี่ซ่อนเร้น คุกเข่าขอขมาพวกข้า แล้วมอบกระบี่ไม้ท้อของเจ้าให้ข้าเป็นการปลอบขวัญเสีย!”

“หาไม่ พวกข้าจะหักแขนหักขาเจ้า แล้วโยนเข้าไปในเตาหลอมกระบี่ ให้เจ้าไปแสวงหาโชคชะตา”

“พวกเจ้า พวกเจ้า…” นักพรตหนุ่มอัปยศนัก เขามองไปรอบ ๆ เหล่าผู้ฝึกฝนคนอื่น ๆ ไม่กล้าพูดอะไร สำนักกระบี่ซ่อนเร้นทรงอิทธิพลใครเล่าจะกล้า นักพรตหนุ่มชักกระบี่ท้อไม้ ชี้กระบี่ไปทางคนของสำนักกระบี่ซ่อนเร้น สั่นเทาไปทั้งตัวขณะตวาดเสียงดัง

“รังแกกันเกินไปแล้ว!”

สิ้นเสียง นักพรตก็ฟันกระบี่ไม้ท้อ ปราณกระบี่ราวกับสายลมเอื่อยอ่อน เรียบง่ายแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งปรัชญา

ผู้ฝึกตนสำนักกระบี่ซ่อนเร้นยังคงยืนกอดอก ราวกับกำลังดูละครตลก ปล่อยให้นักพรตแสดงวิชากระบี่

นักพรตออกกระบวนท่ากระบี่ไม่หยุด ปราณกระบี่หมุนเวียนรอบกายเขา ดอกบัวสีฟ้าอ่อนปรากฏ แม้เขาจะมีพลังเพียงระดับต้นของการบรรลุขอบเขตเทวะ แต่กลับแสดงปราณกระบี่ได้เทียบเท่ากับผู้ที่บรรลุขอบเขตเทวะระดับสูง

ผู้ชมตกตะลึงกับวิชากระบี่ของนักพรตไม่ที่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นเขาจะแสดงปราณกระบี่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้อย่างไร

คนของสำนักกระบี่ซ่อนเร้นหัวเราะเยาะ นักพรตที่จุดไฟวิญญาณแล้วคนหนึ่งก้าวมาข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะฟันกระบี่ออกไปหนึ่งครั้ง

ดอกบัวปราณของนักพรตสะบั้นในคราวเดียว แล้วปราณกระบี่หลงเหลือก็โจมตีร่างของนักพรตจนเขากระเด็นไปตกลงบนกองหินอย่างแรง

ตู้ม!

จ้าวอู่เจียงยืนอยู่เบื้องหน้านักพรต เก็บกระบี่ไม้ท้อที่หักขึ้นมา แล้วส่ายหน้ายิ้ม ๆ

“กระบี่ของสำนักกระบี่ซ่อนเร้นไม่เลวจริง ๆ วิชากระบี่ไม่เลว ปราณกระบี่ก็ไม่เลว แต่น่าเสียดายที่คนกลับใช้การไม่ได้”

หลี่ฉวนจวินดึงนักนักพรตขึ้น ตบฝ่ามือลงบนแผ่นหลังของเขา รักษาอาการบาดเจ็บให้

เซวียนหยวนจิ้งกวาดตามองไปรอบ ๆ มือถือพัดกระดาษพลางโบกเบา ๆ รูปโฉมงดงาม ท่าทางสง่าองอาจราวกับคุณชายผู้สูงศักดิ์

“ขอบ…ขอบคุณท่านทั้งสามที่ช่วยเหลือ” นักพรตประสานมือให้อย่างจริงใจ สีหน้าซีดเผือด

“พวกเจ้าเป็นใคร? กล้าดีอย่างไรมาดูถูกสำนักกระบี่ซ่อนเร้นของพวกข้า?!” ผู้ฝึกวิชาของสำนักกระบี่ซ่อนเร้นตวาดด้วยความโกรธ คนสิบคนล้อมพวกจ้าวอู่เจียงทั้งสามคนเอาไว้ ผู้ฝึกวิชาที่มุงอยู่รอบ ๆ ตกใจถอยหนี ไม่กล้าสอดมือเข้ายุ่ง

“โอ้ ข้าคิดว่าพวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างชั่วร้าย:

“ข้าไม่ได้กำลังดูถูกสำนักกระบี่ซ่อนเร้น ข้าดูถูกพวกเจ้าต่างหาก หากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นมีแต่พวกไร้ค่าเช่นพวกเจ้า ข้าว่าก็ควรรีบยุบสำนักเสียจะดีกว่า”

“เจ้า! เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก!” ผู้ฝึกวิชาสำนักกระบี่ซ่อนเร้นโกรธจนควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว ชี้กระบี่ไปยังจ้าวอู่เจียง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า