บทที่ 858 จ้าวชีหลาง
เหล่าผู้ฝึกฝนจากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นต่างชักกระบี่ออกมา บรรยากาศตึงเครียด พวกเขาจ้องพวกจ้าวอู่เจียง สายตาดุดัน
“พวกเจ้าเข้าใจผิดอีกแล้ว” จ้าวอู่เจียงกล่าว ขณะแย้มยิ้มเต็มใบหน้า
“ข้าไม่ได้กำลังหาที่ตาย ข้ากำลังหาความยุติธรรมต่างหาก”
“เอาอย่างนี้ พวกเจ้าคุกเข่าขออภัยนักกระบี่จากหมู่บ้านตระกูลจ้าว แล้วมอบกระบี่ทั้งหมดให้ข้า ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป”
“ไอ้หนุ่ม เจ้าเป็นใคร?” หัวหน้าของกลุ่มคนจากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นตะโกนถามด้วยความหวาดระแวง
ทั้งสามคนตรงหน้าช่างไร้ความเกรงกลัวเกินไป อาจเป็นศิษย์จากสำนักใหญ่สักแห่ง
“พวกข้าเป็นเพียงผู้ฝึกฝนเถื่อน อย่ากลัวไปเลย ไม่มีเบื้องหลังอะไรทั้งนั้น” จ้าวอู่เจียงกล่าว สายลมเริ่มหมุนวน และค่อย ๆ ไหลไปรวมกันบนฝ่ามือ
หัวหน้าของคนจากสำนักกระบี่ซ่อนเร้นชะงัก รู้สึกเหมือนถูกหลอก เขายิ้มเหี้ยมเกรียมด้วยความโกรธ
“ไม่มีเบื้องหลัง แต่กล้าสอดมือยุ่งเรื่องชาวบ้าน กล้าล่วงเกินสำนักกระบี่ซ่อนเร้นของพวกข้า ช่างไม่รู้จักประมาณตน!”
กล่าวจบเขาก็โบกมือ คนนับสิบคนของสำนักกระบี่ซ่อนเร้นฟาดฟันกระบี่โจมตี
บรรดาผู้ฝึกตนที่มุงอยู่รอบ ๆ ถอนหายใจพลางส่ายหน้า พวกเขาต่างคิดว่า พวกจ้าวอู่เจียงที่ช่วยเหลือนักพรตหนุ่มช่างโง่เขลาที่ก่อเรื่องบาดหมางกับสำนักกระบี่ซ่อนเร้น ต้องเผชิญหน้ากับคนนับสิบ พวกเขาย่อมถูกสับเป็นชิ้น ๆ แน่
นักพรตหนุ่มทั้งหวาดกลัวและเสียใจ ถ้าเขายอมแพ้เร็วกว่านี้ บางทีข้าอาจไม่ต้องทำให้ทั้งสามคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือต้องตกอยู่ในอันตราย
หลี่ฉวนจวินกำหมัุด ต่อยไปทางขวา จ้าวอู่เจียงโบกไปทางซ้าย ส่วนเซวียนหยวนจิ้งก็โบกพัด เคลื่อนไหวงดงาม
ปราณกระบี่สองสายพุ่งผ่าน
กระบี่ของคนสำนักกระบี่ซ่อนเร้นนับสิบคนแตกกระจายไปตาม ๆ กัน ร่างกายปรากฏขาดแผล ก่อนจะล้มลงไปนอนครวญครางกับพื้น
หัวหน้าของมือกระบี่สำนักกระบี่ซ่อนเร้นถูกตัดขาด กระบี่แตกกระจาย เศษกระบี่ปักเต็มร่าง สีหน้าเขาชัดเจนว่ายังงุนงง แต่ไม่นานความเจ็บปวดก็ดึงเข้าสู่ความจริง เขาส่งเสียงร้องด้วยเจ้บปวกและหวาดกลัว
ท่ามกลางซากปรักหักพัง จ้าวอู่เจียงและอีกสองคนยืนอยู่กล่างแอ่งเลือด
บรรดาผู้ฝึกกระบี่ที่มุงอยู่รอบ ๆ ตกตะลึง จิตใจปั่นป่วนราวกับคลื่นทะเลก่อตัว
นักดาบในชุดนักพรตเบิกตากว้าง มองไปยังบุรุษในชุดคลุมดำผู้มีทั้งความอำมหิตและอ่อนโยน ก่อนจะพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“จ้าวฝูกุ่ย คือ คือพ่อข้า…”
“จ้าวชีหลาง…” จ้าวอู่เจียงถอนหายใจเล็กน้อย เขาวางมือใหญ่ของตนเบา ๆ ลงบนมือของจ้าวชีหลาง พร้อมส่งมอบกระบี่ยาวซึ่งเป็นอาวุธวิเศษระดับมนุษย์ให้กับจ้าวชีหลาง เขายิ้มอย่างอ่อนโยน
“เจ้าไม่ได้กลับบ้านมานานแล้วสินะ ถ้ามีเวลาก็กลับไปเยี่ยมบ้างเถิด”
จ้าวชีหลางสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากกระบี่ เขารู้ทันทีว่าต้องเป็นอาวุธล้ำค่าอย่างแน่นอน แต่ชายตรงหน้ากลับมอบให้เขาราวกับไม่ใส่ใจ
เขารีบปล่อยมือจากกระบี่ โค้งคำนับด้วยความนอบน้อมแล้วกล่าว
“ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณ ชีหลางจะจดจำใส่ใจ แต่กระบี่ล้ำค่าเล่มนี้ ข้าไม่อาจรับไว้ มันล้ำค่าเกินไป”
เหล่ามือกระบี่รอบ ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างอิจฉา ใจคิดว่าจ้าวชีหลางช่างโง่เขลาถึงได้ปฏิเสธกระบี่ยอดเยี่ยมเช่นนี้
หากเป็นพวกเขาคงน้อมรับด้วยความยินดี ทว่าก็ได้แค่คิด เพราะไม่มีใครกล้าคิดแย่งกระบี่จากชายหนุ่มในชุดคลุมดำผู้แข็งแกร่งสักคน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า