บทที่ 907 อายุสิบสี่หรือ?
สิ่งที่เขาแบกรับบนบ่าทั้งสองข้างไม่จำเป็นต้องเป็นความรับผิดชอบเสมอไป
สิ่งที่หยินเถาเอ๋อร์พยายามดูดซับก็ไม่จำเป็นต้องเป็นบทเรียนเสมอไป และสิ่งที่ถูกจับจุดอ่อนก็ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดอ่อนเสมอไปเช่นกัน
จ้างอู่เจียงได้คิดวิธีรับมือกับกลอุบายนี้ และได้บอกวิธีให้หยินเถาเอ๋อร์รู้ และนางก็ส่งคนไปดำเนินการแล้ว
เดิมทีเขาคิดจะเล่าเรื่องราวของน้องชายให้หยินเถาเอ๋อร์ฟัง เพื่อให้นางเข้าใจเขามากขึ้น แต่เขาก็ตัดสินใจว่าไม่เล่าดีกว่า เพราะเรื่องราวของน้องชายเขา…ยาวเกินไป
เรื่องข่าวลือที่แพร่สะพัดนี้ เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับตัวเขาเอง แต่กังวลเกี่ยวกับพวกเซวียนหยวนจิ้งมากกว่า
ตอนนี้เขาอยู่ในที่พำนักของสำนักหวงเหอบรชั้นที่ยี่สิบเอ็ดของดินแดนลับเต๋อเหลียน และมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ จึงนับว่าปลอดภัยพอสมควร
จ้าวอู่เจียงกังวลก็แต่ว่า พวกที่ต้องการสืบหาว่าเขามีวิชามารกลืนสวรรค์หรือไม่ เมื่อหาตัวเขาไม่พบ อาจจะไปสร้างความยุ่งยากให้กับเซวียนหยวนจิ้งและคนอื่น ๆ
……
ตอนนี้พวกเซวียนหยวนจิ้งกำลังเป็นห่วงจ้าวอู่เจียง
พวกนางเป็นกังวลถึงความปลอดภัยของจ้าวอู่เจียง เมื่อวานทั้งวันเขาไม่ได้กลับมายังชั้นที่สิบหกเลย นั่นคงเป็นเพราะเขากังวลเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับวิชามารกลืนสวรรค์ เขาคงกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อพวกนาง เลยแบกรับเรื่องนี้เพียงลำพัง
เรื่องนี้ยังเป็นเพียงข่าวลือ ยังไม่ได้รับการยืนยัน
แต่พวกนางรู้ดีถึงพลังของคำซุบซิบนินทา
ข่าวลือประเภทนี้ที่ไม่มีหลักฐานแต่ชวนให้คนคาดเดาจะทำให้ผู้คนเชื่อถือมากกว่าข่าวลือที่มีการกล่าวอ้างอย่างหนักแน่นเสียอีก
เพราะหลายสิ่งหลายอย่างเป็นสิ่งที่ไม่ควรคาดเดา หาไม่ การคาดเดาก็จะกลายเป็นคำตอบในใจไปได้
เซวียนหยวนจิ้งกังวลว่าจะมีผู้ใดมากระพือข่าวลือ ยุยงส่งเสริม และฉวยโอกาสกวนน้ำให้ขุ่นเพื่อแก้แค้นจ้าวอู่เจียง
พวกนางเลยอยากตามหาจ้าวอู่เจียง
แต่ขณะนี้พวกนางขาดการติดต่อกับจ้าวอู่เจียงไป ข่าวสุดท้ายก็มีเพียงคำพูดที่หลี่ฉวนจวินนำกลับมาเมื่อวานว่า…ไม่ต้องกังวล
แล้วก็เป็นจริงอย่างที่พวกเซวียนหยวนจิ้งกงัวล ตอนนี้เริ่มมีคนปั่นข่าวลือ ยุยงส่งเสริม จนข้อมูลเกี่ยวกับจ้าวอู่หยางถูกเปิดเผยออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ
เหล่าอัจฉริยะมากมายได้ยินเรื่องราวลับ ๆ ที่สั่นสะเทือนจิตใจของพวกเขาทีละเรื่อง
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่? เจ้าจ้าวอู่หยางไม่เพียงแต่รู้วิชามากลืนสวรรค์ แต่ยังรู้วิชาทองคำไร้พ่าย และวิชาในตำนานสามมหาเทพ ‘หมื่นหนทางมรรคผล’ อีกด้วย!”
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่? จ้าวอู่หยางไม่ใช่แค่ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระธรรมดา แต่เป็นทายาทของสถานทีศักดิ์สิทธิ์ลับแห่งหนึ่ง”
“ได้ยินแล้วหรือไม่? จ้าวอู่หยางเป็นคนรุ่นหลังที่ประมุขสำนักเติมฟ้ารักและเอ็นดูเป็นที่สุด!”
“จ้าวอู่หยางเริ่มฝึกลมปราณตั้งแต่อายุสามขวบ สร้างรากฐานตอนห้าขวบ หลอมวิญญาณทองคำตอนเจ็ดขวบ รวมพลังปฐมกำเนิดตอนเก้าขวบ บรรลุขั้นเทวะตอนสิบสามขวบ บัดนี้อายุเพียงสิบสี่ขวบก็มีพลังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้ว!”
แต่ข่าวลือที่ว่าจ้าวอู่หยางมีสัมพันธ์กับสตรีชั้นสูงมากมายเป็นความจริงหรือ?
เป็นคู่ครองกับหลู่เสี่ยวจินหรือ?
เรื่องราวความรักที่น่าประทับใจกับหลินเสี่ยวเคออีก?
แม้แต่กับหยินเถาเอ๋อร์ก็มีด้วย?
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นเพื่อนวัยเด็กกับหวังซี?
ที่เหลือเชื่อยิ่งกว่า คือ การเป็นผู้กลับชาติมาเกิดของผู้แข็งแกร่งที่สุด?
เรื่องนี้ก็แล้วไปเถอะ แต่จ้าวอู่หยางตอนนี้เพิ่งอายุสิบสี่ปี?
หา?
พวกเขาทุกคนก็เคยเห็นรูปร่างหน้าตาของจ้าวอู่หยางมาแล้ว
สิบสี่ปีบ้าอะไรกัน?
บ้านใดเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปีที่หน้าตาเป็นเช่นนั้นแล้ว?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า