บทที่ 945 จ้าวอู่เจียงหนี พวกเขาไล่ตาม
เสื้อผ้าสีดำของจ้าวอู่เจียงเปื้อนคราบเลือดหลายแห่ง ภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส สะท้อนเป็นริ้วสีดำเข้ม
เขาไม่คาดคิดว่าผู้ที่ไล่ตามเขาทันเป็นคนแรกจะไม่ใช่คนตระกูลหลี่ แต่เป็นกลุ่มผู้ฝึกตนอิสระ
พวกผู้ฝึกตนอิสระเหล่านี้พอเห็นหน้าเขาก็ใช้พลังวิชาอันแข็งแกร่งทันที หมายจะขัดขวางเขา
เขาไม่ได้คิดอะไรมาก ทั้งไม่มีความเมตตาใด ๆ เหลืออยู่ เขาปลดปล่อยพลังสังหารกลุ่มผู้ฝึกตนอิสระเหล่านั้น บดขยี้พวกมันให้กลายเป็นละอองเลือดกระจายไปทั่วฟ้า
ผู้ใดขวางทางเขาย่อมเป็นศัตรูถึงตาย เขายังคงหลบหนีอยู่ และยังคงรู้สึกได้ถึงพลังสองสายที่กำลังจับจ้องเขา
ขณะที่พลังของหลี่ชางเซิงที่แข็งแกร่งที่สุดก่อนหน้านี้เหมือนจะหายไปแล้ว
เหมือนว่าจูกัดเซี่ยวไป๋จะลงมือจริง ๆ ไม่รู้ว่ายังมีใครช่วยถ่วงเวลาให้เขาอยู่… จ้าวอู่เจียงถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลายเป็นเช่นนี้
ดินแดนลับเต๋อเหลียนที่ปิดไปแล้ว ตามกฎ ผู้ที่อยู่เหนือขั้นจักรพรรดิไม่สามารถเข้าไปได้ แต่หลี่ชางเซิงกลับปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน วรยุทธ์ของเขาอย่างน้อยก็เหนือกว่าจักรพรรดิระดับสามแน่ ส่วนอีกสองคนจากตระกูลหลี่ก็อยู่ในขั้นจักรพรรดิเช่นกันแม้จะระดับหนึ่งก็ตาม
หากต้องการแก้ไขเรื่องนี้ ทางเดียวคือต้องสังหารหลี่ชางเซิงให้ได้ แต่เขายังขาดพลังบางอย่าง
หากเขาสามารถก้าวข้ามไปสู่ขั้นจักรพรรดิ หรือหล่อหลอมร่างกายขึ้นใหม่ได้ เขาก็น่าจะสามารถต่อกรกับหลี่ชางเซิงได้
แต่การก้าวข้ามสู่ขั้นจักรพรรดิต้องการสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ตอนนี้เขาถูกไล่ล่า เป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้น
ส่วนการหล่อหลอมร่างกายใหม่ก็ไม่สามารถทำได้ในตอนนี้
อันดับแรก การหลอมร่างใกม่ต้องมีเมล็ดบัวเพียงพอเสียก่อน แต่เขาไม่มีเวลามากพอ
หากไม่มีทางเลือกอื่น เขาจำเป็นต้องเปิดเผยวิชามารกลืนสวรรค์
ใช้ปัญหาใหญ่บดบังปัญหาเล็ก แสวงหาชีวิตใหม่ท่ามกลางความวุ่นวาย
เสียงฝ่าอากาศดังมาไม่หยุดจากทุกทิศทาง มีคนจับจ้องเขาอีกแล้ว สายตาเหี้ยมเกรียมมาก
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ จ้าวอู่เจียงไม่รู้จักเลย
“ขออนุญาต ข้าอยากสร้างความตื่นเต้นสักหน่อย” จูกัดเซี่ยวไป๋ยิ้มน้อย ๆ
“พี่ชางเซิงลองเดาดูสิว่าสิ่งล้ำค่านี้คืออะไร จากที่ข้ารู้จักเจ้า เจ้าเป็นคนฉลาดหลักแหลมและช่างสังเกต ข้าเชื่อว่าเจ้าคงจะเดาได้อย่างรวดเร็ว”
หลี่ชางเซิงขมวดคิ้ว เขาไม่อยากเดา แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธคำพูดของจูกัดเซี่ยวไป๋
ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด สิ่งล้ำค่าคืออะไรกันแน่ ทำไมจูกัดเซี่ยวไป๋ถึงต้องทำตัวลึกลับขนาดนี้
จูกัดเซี่ยวไป๋ดื่มชาอย่างเรียบเฉย
แม้ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้วางแผนร่วมกับหลู่เสี่ยวจิ่น แต่หลู่เสี่ยวจิ่นก็เป็นคนฉลาด ทำให้พวกเขาเข้าใจรู้ถึงจุดประสงค์กัน
พวกเขาร่วมมือกันแสดงละคร ใช้คำพูดปั่นหัวหลี่ชางเซิง ทำให้หลี่ชางเซิงไม่สามารถหลุดพ้นไปได้ เพื่อให้จ้าวอู่หยางมีเวลาหลบหนีมากขึ้น
ในบรรดาสามคนของตระกูลหลี่ หลี่ชางเซิงมีพลังที่คุกคามจ้าวอู่หยางได้มากที่สุด พวกเขารู้ว่าเพียงแค่ถ่วงเวลาหลี่ชางเซิงไว้ อีกสองคนที่เหลือจ้าวอู่หยางพอรับมือได้
แต่จ้าวอู่หยางไม่สามารถหนีไปได้ตลอด จำเป็นต้องคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน จูกัดเซี่ยวไป๋ก็ไม่อาจหน่วงเหนี่ยวหลี่ชางเซิงได้ตลอดไป สถานการณ์ที่ดีที่สุดก็คือ ถ่วงเวลาหลี่ชางเซิงไว้จนกว่าจะค่ำ จ้าวอู่หยางก็จะมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคืน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า