เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 956

บทที่ 956 คิดเล็ก คำนวณน้อย

แขนซ้ายจ้าวอู่เจียงมีของเหลวสีเงินขาวของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน ชั่วพริบตามันก็ห่อหุ้มทั้งแขนซ้ายกลายเป็นเกราะ

เผชิญหน้ากับหลี่ชางโส่วที่พุ่งเข้ามาด้วยความมุ่งร้าย จ้าวอู่เจียงไม่หลบหลีก ทั้งยังต่อยหมัดซ้ายสวนออกไป

พลังแข็งแกร่งราวกับจะทุบท้องฟ้าให้พังทะลายได้

ตู้ม!

คนสองคนปะทะกัน รัศมีหลายจั้งจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ สายฝนหายไปกะทันหัน ด้วยถูกแรงกระแทกทำให้เป็นละอองกระจายออกไป จ้าวอู่เจียงถอยหลังหลายก้าว ปากและจมูกมีเลือดสีม่วงแดงไหลออกมา เขาเช็ดเลือดออก ใบหน้าเปื้อนเลือดไปบ้าง แต่รอยยิ้มยังคงไม่จางหาย

หลี่ชางโส่วครางเบา ๆ ด้วยความโกรธ ร่างกายสั่นเทา ภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นร้อนรุ่มและตกตะลึง

“สหายทั้งหลาย ผู้ใดช่วยตระกูลหลี่ของข้าจับตัวจ้าวอู่หยาง ตระกูลหลี่จะต้องตอบแทนแน่นอน” หลี่ชางโส่วหอบหายใจหนัก ขอความช่วยเหลือจากผู้รอบด้าน

หลี่ชางโส่วรู้ดี บรรดาผู้ที่ยืนดูอยู่นี้ ส่วนใหญ่มาเพื่อซ้ำเติมจ้าวอู่เจียง ตลอดทางพวกเขาก็ช่วยเขาและหลี่ชางหมิงขัดขวางการหลบหนีของจ้าวอู่เจียงหลายครั้ง

แต่พอเขาและหลี่ชางหมิงไล่ตามทัน พวกเขากลับยืนดูเฉย ๆ ราวกับว่าไม่ใช่เรื่องของตน ตอนนี้หลี่ชางหมิงตายแล้ว ตายต่อหน้าต่อตาเขา และเขาเพียงลำพังก็ยากจะหยุดยั้งจ้าวอู่หยางได้

เขาจำเป็นต้องอาศัยพลังของผู้คนเหล่านี้

เขาจำต้องจับตัวจ้าวอู่หยางให้ได้ แม้ไม่อาจนำตัวจ้าวอู่หยางที่มีชีวิตกลับไปยังตระกูลหลี่ ก็ต้องนำศพของจ้าวอู่หยางกลับไปให้ได้

ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบกระสับกระส่ายอยากลงมือ

ชั่วขณะถัดมา ฝู้ฝึกฝนอิสระผู้หนึ่งพุ่งทะยานฝ่าม่านฝนเข้าโจมตีจ้าวอู่หยาง เมื่อมีคนเปิดย่อมมีคนตาม

คำสัญญาของตระกูลหลี่ ทำให้พวกเขาละทิ้งความหวาดกลัว

ขณะเดียวกัน การได้มีส่วนร่วมในการโค่นล้มจ้าวอู่หยางด้วยมือตนเองก็ทำให้พวกเขาใจคาดหวัง

ไหน ๆ ก่อนหน้านี้ก็ทำให้จ้าวอู่หยางขุ่นเคืองแล้ว จะถอยกลับก็คงไม่ได้ มีแต่ต้องเดินหน้าต่อให้สุดทาง

หอกยาวสีดำเล่มหนึ่งพุ่งทะลุม่านฝน ปักทะลุร่างของผู้ฝึกฝนอิสระคนหนึ่งที่เข้าใกล้จ้าวอู่เจียง

ชายชุดดำคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าจ้าวอู่เจียงเริ่มต้านทานการโจมตีของเหล่าผู้ฝึกฝนที่บุกเข้ามา

จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้ว เขารู้สึกได้ถึงความร้อนของยาเม็ดหนึ่งในถุงเก็บของ

ยิ่งมีคนตายมาก ยิ่งโหดร้าย ยิ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่า ภารกิจครั้งนี้มีคุณค่ามากเพียงใด เมื่อเขา หลี่ชางเซิง กลับไปยังตระกูล รางวัลและค่าตอบแทนที่จะได้รับก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งจูกัดเซี่ยวไป๋ยังบอกเขาว่า แม้เขาจะไม่ลงมือ หลี่ชางโส่วก็คงมีวิธีการอยู่ดี เช่น การขอความช่วยเหลือจากคนอื่น โดยสัญญาว่าจะให้รางวัลตอบแทนอย่างงาม

และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ

บัดนี้จีปอฉางปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ต้องการพาตัวจ้าวอู่หยางไป

หลี่ชางเซิงอยากรอดูสักครู่ อยากรอให้จีปอฉางและหลี่ชางโส่วกับคนอื่น ๆ ต่อสู้กันไปอีกสักพักก่อน

ขณะนี้จูกัดเซี่ยวไป๋ก็วิเคราะห์อยู่ข้างหูเขาอีกว่า “ถึงเวลาแล้วที่พี่ชางเซิงต้องลงมือแล้ว จัดการกับจีปอฉางเสีย ไม่อาจปล่อยให้เขาพาจ้าวอู่หยางไปได้เด็ดขาด หากท่านลงมือตอนนี้ ท่านจะทั้งสามารถแย่งชิงกระดูกจอมจักรพรรดิและจับตัวจ้าวอู่หยางได้พร้อมกัน”

“ยิ่งไปกว่านั้น การลงมือในตอนนี้ยังมีเหตุผลอันชอบธรรม แม้ท่านจะสังหารจีปอฉางและชิงกระดูกจอมจักรพรรดิมา แต่ก็เป็นเพียงการปฏิบัติภารกิจ โดยไม่รู้ว่าจีปอฉางปลอมตัวมา”

“แม้ว่าเรื่องการแย่งชิงกระดูกจะถูกเปิดโปง และราชวงศ์ต้าโจวล่วงรู้ พี่ชางเซิงก็ยังมีข้ออ้างที่จะแก้ตัวได้”

“แต่หากปล่อยให้เขาพาจ้าวอู่หยางไป สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดเดาไม่ได้ และจะเป็นผลเสียต่อท่าน”

หลี่ชางเซิงพยักหน้า จูกัดเซี่ยวไป๋คิดถึงเขาในทุกเรื่อง ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย และหาทางออกที่ดีที่สุด ทำให้เขาอดซาบซึ้งใจไม่ได้

แล้วเขาก็ก้าวเท้าเข้าสู่สนามรบ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า