บทที่ 995 กระจกเซวียนหยวน
สวรรค์และพื้นพิภพเหมือนจะพลิกกลับทันทีที่เสี่ยวไป๋พบปัญหา
จ้าวอู่เจียงกับเสี่ยวไป๋ร่วงหล่นลงสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ
เหนือศีรษะของพวกเขา ลาวาร้อนระอุไหลเอื่อย สะพานโซ่เหล็กทอดยาวคดเคี้ยว
บนโลงศพที่ถูกพันด้วยโซ่ ยันต์ต่าง ๆ เหมือนจะได้รับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วง หรืออาจเป็นเพราะเวลาที่ผ่านมานานเกินไปจนสูญเสียประสิทธิภาพ ยันต์ร่วงหล่นกระจัดกระจายสู่ท้องฟ้าดาวพร่างพราย
จ้าวอู่เจียงพบว่าสวรรค์และพื้นพิภพพลิกกลับ เขาพยายามเค้นพลัง แต่พลังของกลับถูกท้องฟ้ากลืนกินไปในพริบตา สายลมหวีดหวิวอยู่ข้างหูของเขา กระแสลมพัดแรงพองตัว เสื้อคลุมสีดำของเขาส่งเสียงดัง
เสี่ยวไป๋ร้องครวญคราง
ภาพอันน่าขนลุกนี้ทำให้มันตกใจจนสติแตก
ไม่รู้ว่าร่วงหล่นลงมานานเท่าใด กระทั่งสะพานโซ่เหล็กในสายตาของจ้าวอู่เจียงเหลือเพียงเส้นบางราวกับด้ายฝ้าย โลงศพที่ถูกพันด้วยโซ่ทองสำริดกลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ
เพล้ง! เพล้ง!
เสียงดังขึ้นสองครั้งติดราวเสียงแก้วแตกดังกังวานไปทั่ว
หลังจ้าวอู่เจียงกระแทกเข้ากับสิ่งที่เย็นเฉียบ
เขาตกใจ ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวไม่ใช่ท้องฟ้าจริง ๆ แต่กลับเป็นกระจกบานหนึ่ง
เขาลุกขึ้น ร่างสั่นเทา ใต้เท้าคือความมืดมิดไร้ขอบเขต รอบด้านเป็นเศษกระจกแตกลอยอยู่กลางอากาศ
เหมือนว่าเมื่อครู่เขากับเสี่ยวไป๋ตกลงมาและทำให้กระจกที่สะท้อนท้องฟ้าแตกกระจาย เสี่ยวไป๋ลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับว่ากำลังว่ายน้ำ กวัดแกว่งแขนขาไปมา
เศษกระจกใสราวกับผลึกแก้วปลิวว่อน พุ่งผ่านร่างวิญญาณของจ้าวอู่เจียง
หยดเลือดสีม่วงแดงค่อย ๆ หยดลงสู่ความมืดมิดไร้ขอบเขตเบื้องล่าง
ฟ้าดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษกระจกแตกรอบด้านหยุดนิ่งกลางอากาศชั่วขณะ
แล้วเศษกระจกก็เหมือนจะถูกจ้าวอู่เจียงดึงดูด เศษกระจกไหลเข้ามาแล้วหมุนวนอยู่รอบตัวเขาไม่หยุด แล้วค่อย ๆ กลายเป็นแสงสีดำพุ่งเข้าสู่มือของจ้าวอู่เจียง แล้วเปลี่ยนรูปเป็นกระจกทองสำริดขนาดเท่าฝ่ามือ กระจกเงาแตกร้าวเป็นส่วนใหญ่ ตรงรอยแตกคือความมืดมิดที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง
กลิ่นอายยิ่งใหญ่ที่แผ่ออกมาจากกกระจกทำให้วิญญาณสั่นสะท้าน
ราชาแห่งภูเขาทั้งสองแห่งนี้คือ ราชาหมาป่าเลือดแดงและพยัคฆ์ลมดำ
สายตาของจีปอฉางเต็มไปด้วยความร้อนแรง ตำแหน่งได้ถูกค้นพบแล้ว เหลือแค่ไปเอาอาวุธเต๋ามา
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ระดับของอาวุธ แต่การที่ปรมาจารย์จักรพรรดิสั่งกำชับอย่างจริงจัง แม้จะไม่ใช่อาวุธเทพ ฃก็ต้องเป็นอาวุธวิเศษที่มีพลังใกล้เคียงกับอาวุธเทพแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ปรมาจารย์จักรพรรดิของเขายังกล่าวว่า อาวุธชิ้นนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับสายตระกูลเสวียนหยวนในยุคโบราณ นั่นก็คือมีความสัมพันธ์อย่างมากกับตระกูลจีในปัจจุบัน
มันจะกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่ทำให้ตระกูลจีครอบครองอาณาจักรกลางและเก้าสวรรค์ในอนาคต
หากไม่ใช่เพราะกังวลว่าในดินแดนลับเต๋อเหลียนจะมีคนมากและสายตามากมาย อีกทั้งยังถูกจำกัดด้วยกฎของดินแดนลับเต๋อเหลียน ตระกูลจีคงไม่ส่งเขา จีปอฉาง มาในครั้งนี้ แต่เป็นเหล่าพระอนุชาหรือนักฆ่าชั้นยอดที่มีพลังอำนาจมหาศาล
“รอคอยอย่างสงบ อีกสองวันเมล็ดบัวในดินแดนลับเต๋อเหลียนจะสุกงอม เมื่อถึงเวลานั้นเหล่านักปฏิบัติธรรมจะมุ่งหน้าไปยังใจกลางบัว เราจึงค่อยลงมือ”
จีเป๋อฉางถอนหายใจยาวแล้วสั่งการว่า
“สองวันนี้ให้รอจังหวะเหมาะแล้วค่อยเคลื่อนไหว อย่าแหวกหญ้าห้งูตื่น”
“พ่ะย่ะค่ะ! องค์ชายทรงปรีชาญาณยิ่ง!” เหล่านักฆ่าแห่งราชวงศ์ต้าโจวประสานเสียงอย่างนอบน้อม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า