คลั่งรักร้ายนายวิศวะ Chapter 65 อาการแปลกๆ

sprite

2 เดือนต่อมา

ด้านริวและวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สองหนุ่มแฝดนั้นกลับบ้านในรอบหลายเดือน เนื่องจากส่วนใหญ่ทั้งสองนั่นจะคลุกตัวอยู่ที่คอนโดมากกว่า และช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ริวเองต้องเรียนรู้งานในบริษัทจากบิดา หลังจากเรียนจบมาได้ไม่นาน บิดาก็ประเดิมให้เข้าทำงานเลยทันที ส่วนเรื่องของเขาและเจนิสนั้นตั้งแต่วันที่ทะเลาะกับเจนิส เขาแต่เธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย กลายเป็นว่าเขานั้นเป็นคนในอดีตของเจนิสไปเสียแล้ว เจ็บสุดๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นับว่าเจนิสเป็นผู้หญิงคนแรกที่ปฎิเสธเขาแบบไม่ใยดี เขารู้ได้เลยทันทีต่อให้ในชีวิตนี้เขามีทุกอย่าง แต่ถ้าเธอไม่เอา เธอไม่ต้องการเขารั้งให้ตายยังไงก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี

หลังจากที่เลิกงานจากบริษัท ร่างสูงของริวเดินเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลดังด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาที่ซีดเชี่ยว พอมาถึงริวก็ล้มตัวลงนอนที่โซฟาตัวยาวภายในห้องรับแขก ฝ่ามือหนาล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงหยิบยาดมขึ้นมาสูดเข้าจมูก เพื่อบรรเทาอาการเวียนหัว ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเขานั้นรู้สึกแปลกๆ เบื่ออาหาร และมักจะเวียนหัวแบบนี้อยู่บ่อยๆ

"ให้ตายเถอะ นี้เขาเป็นอะไร" ริวได้แต่ครุ่นคิดกับอาการที่ตนกำลังเผชิญ

ด้านริกขณะที่เดินตามหลังน้องชาย เห็นสภาพของริวถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยท่าทีสงสัย จะว่าอาการอกหักโดนเมียทิ้งก็ไม่น่าใช่ เพราะริวและเจ นิสนั้นทั้งสองไม่ได้ติดต่อกันนานร่วมเดือน อีกอย่างก่อนหน้านี้ริวเองก็คลุกทำงานอยู่ที่บริษัทมากกว่าคลับ ซึ่งต่างจากตอนเป็นนักศึกษานั้นเอง จะว่าอกหักเมาค้างก็ไม่น่าใช่

"สภาพไม่น่ารอดแบบนี้ยกซักแก้วไหม เผื่ออาการเวียนหัว จะได้ดีขึ้น" ริกเอ่ยพร้อมกับเผยรอยยิ้มร้ายให้กับริวที่นอนอยู่บนโซฝาด้วยท่าทีหมดสภาพ โดนสาวทิ้งถึงกับล้มป่วยก็ไม่ใช่

"สัสริก" ริวเอ่ยว่าให้กับริกมาด้วยท่าทีไม่พอใจนัก ที่เขารู้สึกเวียนหัวแบบนี้ไม่ใช่เพราะเมาค้างอย่างที่ริกคิดหรอกนะ

"ปากดีแบบนี้ แสดงว่ามึงไม่เป็นอะไรมาก ไม่ถึงขั้นให้กูต้องเรียกรถพยาบาลให้" ริกที่เห็นท่าทีของริวถึงกับหลุดรอยร้ายยิ้มออกมา จากนั้นก็หยิบขวดบรั่นดีนั้นขึ้นมาเพื่อจะดื่ม แต่ในจังหวะนั้นคุณหญิงปรางทิพย์ที่กำลังจะไปงานสมาคมก็เดินเข้ามาทักสองหนุ่มของบ้านทันที

"ว้าย...นี้แม่ไม่ได้ตาฟาดไปใช่ไหม ลมอะไรหอบ ลูกชายแม่เข้าบ้านคะ" มารดาที่เห็นใบหน้าของบุตรชายทั้งสองถึงกับรีบเดินเข้ามานั่งข้างริวที่นอนอยู่บนโซฟา

"ไม่มีลมอะไรหอบทั้งนั้นแหละครับ แค่แอบมาดูว่าคุณพ่อไม่อยู่คุณหญิงปรางทิพย์จะแอบคุณพ่อไปเที่ยวที่ไหน" ริกเอ่ยพร้อมกับผุดรอยยิ้มให้กับมารดาด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์

"ต๊าย...จริงลูกคนนี้ทำไมถึงได้ว่าแม่แบบนี้ได้นะคะพี่ริก" เมื่อโดนบุตรชายคนโทษแกล้งเอ่ยเช่นนั้นถึงกับมองค้อนริกทันที

"ผมแค่ล้อเล่นเองครับคุณแม่" ริกเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาสวมกอดมารดา ซึ่งนานๆ กลับเข้าคฤหาสน์ที ก็มีลูกอ้อนกับมารดาเป็นธรรมดา แต่คุณหญิงปรางทิพย์กับต้องขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยท่าทีสงสัย ปกติลูกอ้อนแบบนี้มักจะเป็นบุตรชายคนเล็กของท่านเสียมากกว่า

"ตาริว เป็นอะไรหรือเปล่าลูกหน้าซี๊ดเชียว" มารดาที่เห็นสีหน้าและท่าทีของริวถึงกับรีบอังมือมาที่หน้าผากของบุตรชายคนเล็กด้วยท่าทีเป็นห่วง ที่ดูไม่ปกติเอาเสียเลย

"ผม แค่เวียนหัวครับ คุณแม่" ริวเอ่ยด้วยเสียงเบา

"แล้วนี้ทานยาหรือยัง หรือให้แม่บ้านเอามาให้ไหม"

"ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ผมแค่รู้สึกอยากทานอะไรเปรี้ยวๆ เวียนหัว คลื่นใส่เหมือนจะอาเจียน" ริวเอ่ยกับมารดาด้วยสีหน้าซีดเชี่ยว เขารู้สึกอยากทานอะไรแปลกๆ แบบที่ไม่เคยทาน

"เครียดเรื่องงานที่บริษัทหรือเปล่าลูก"

"ไม่ครับ"

"ต๊ายจริง นี้ลูกฉันเป็นอะไรไป งั้นแม่จะสั่งแม่บ้านเอามะม่วงที่หน้าบ้านมาให้ละกัน ถ้าไม่ดีขึ้นยังไง พี่ริกพาน้องไปหาคุณหมอด้วยนะลูก" คุณหญิงปรางทิพย์สั่งกับบุตรชายคนโต ริกถึงกับหลุดขำให้กับท่าทีของริว หึ...! ปกติไอ้ริวนั้นทานผลไม้ที่ไหนกัน ผักน้องชายยังไม่ชอบทานเลย

"ครับคุณแม่" ริกเอ่ยตอบมารดา จากนั้นคุณหญิงปรางทิพย์ก็เดินออกไป พร้อมกับขมวดคิ้วมาด้วยท่าทีสงสัย ตายๆ ถ้าเป็นลูกสาว อาการแบบนี้ลูกฉันท้องแน่เลย แต่นี้เป็นลูกชายตาริวท้องไม่ได้ คุณหญิงปรางทิพย์ครุ่นคิดภายในใจ จากนั้นสั่งแม่บ้านเสร็จก็ออกไปงานทันที

จนกระทั้งเวลาล่วงเลยเป็นถึงสามทุ่ม ริกและริว สองที่น้องยังคงนั่งที่ห้องรับแขก โดยที่ริกนั้นนั่งกระดกบรั่นดี ส่วนริวนั้นนั่งทานมะม่วงจิ้มเกลือ

"เชี่ย...มึงแดกไปได้ยังไงวะ แค่ชิ้นเดียวกูยังทานไม่หมด" ริกที่เห็นน้องชายทานมะม่วงชิ้นแล้วชิ้นเล่าด้วยท่าทีเอร็ดอร่อยถึงกับทนไม่ไหว หยิบมาทานแต่กัดเข้าไปคำเดียว เปรี้ยวจี๊ดถึงกับต้องวางลง

จากนั้นก็หยิบมะม่วงเป็นชิ้นๆ นั้นเข้าปากต่อ แม่บ้านที่เห็นท่าทีของริวถึงกับเข็ดฟันตาม ที่คุณชายเล็กนั่นทานหมดเป็นลูกๆ และยังบอกอีกว่าหายจากอาการเวียนหัว ถ้าเป็นผู้หญิงฉันเนี้ยคงคิดว่าคุณริวท้องแล้วแหละ อาการเหมือนตอนที่ฉันท้องเจ้าสามภพลูกชายเลยแม่บ้านได้แต่คิดในใจ

ประเทศออสเตรเลีย

ร่างบางในสุดกางเกงยีนส์ขายาวและเสื้อโค๊ชสีครีมตัวใหญ่ ที่นั่งอ่านหนังสือในหอสมุด ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในเมืองซิดนีย์ ตลอดสองเดือนที่ผ่านฉันรู้สึกมีความสุขมากกับการที่ได้ใช้ชีวิตที่นี่เป็นอย่างมาก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นอาจจะเป็นว่าฉันมีความฝันอยากจะเรียนที่ต่างประเทศอยู่แล้วก็เลยทำให้ฉันรู้สึกดีแบบนี้ ช่วงสัปดาห์แรกมันอาจจะเป็นอุปสรรคกับเรื่องการปรับเวลา และการปรับตัวบ้าง เรื่องของอาหารบ้าง แต่ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ฉันเองก็ค่อยๆ ปรับตัวให้อยู่กับที่นี่ได้ ส่วนกับเพื่อนๆ ของฉันพวกยัยแซมมี่ ยัยเฟย์ ยัยน้ำอุ่นเราก็คุยกับแทบจะทุกวันเป็นปกติ ฉันอาจจะอ่านไลน์กลุ่มช้าหน่อย เพราะเป็นเรื่องของเวลาที่ห่างกันทั้งสี่ชั่วโมง ส่วนกับพี่ริว นั่นก็อย่างที่รู้ๆ กันดี ฉันไม่ได้เคลียร์ปัญหาอะไรของเรา เพราะเขาหล่อและฮอตขนาดนั้นเขาคงมีใหม่และหาได้ดีกว่าฉัน เรื่องความรักในตอนนี้ยอมรับว่าบางครั้งก็มีคิดถึงเขาบ้างช่วงที่เหงาๆ เวลาอยู่คนเดียว มันเป็นธรรมดาที่ฉันยังตัดเขาไม่ขาด แต่จะให้มานั่งเสียใจเป็นเดือนๆ กับเรื่องความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันก็ไม่ใช่ อีกอย่าง ณ ตอนนี้ฉันขอโฟกัสแค่เรื่องเรียนเรื่องเดียวก็พอ ฉันไม่อยากคิดอะไรไปมากกว่านี้

เช้าวันต่อมา

ด้านเจนิสหลายวันนี้ฉันรู้สึกเพลียแปลกๆ รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากจะลุกจากที่นอน แต่วันนี้ฉันมีเรียนช่วงเช้า ขณะที่ต้นเตยรูมเมทฉันที่เรามาจากไทยด้วยกันอาบน้ำเสร็จแล้วนั้น

นิจะครึ่งแล้วนะ เธอไม่ตื่นไปเรียนเหรอ" ต้นเตยเอ่ยถามขณะที่ร่างบางนั้นกำลังจะก้าวขาออกจากห้อง

ง่วงๆ อะ เธอไปก่อนเลย" เจนิสเอ่ยกับเพื่อนด้วยสีหน้าอันซีดเซียว พร้อมกับซุกตัวใต้ผ้าห่ม อากาศหนาวๆ เย็นๆ แบบนี้ฉันก็ไม่อยากจะตื่น

อ่าน คลั่งรักร้ายนายวิศวะ Chapter 65 อาการแปลกๆ - มังงะที่ดีที่สุดของปี 2020

จาก Kim Nayeol เรื่องราวที่ฉันเคยอ่านบางทีสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือ คลั่งรักร้ายนายวิศวะ เรื่องดีเกินไปทิ้งให้ฉันมีข้อสงสัยมากมาย ขณะนี้มังงะได้รับการแปลเป็น Chapter 65 อาการแปลกๆ แล้ว มาอ่านเรื่อง คลั่งรักร้ายนายวิศวะ Kim Nayeol ของผู้แต่งที่นี่