ในเวลานี้ เฟิงถิงเซินได้เอ่ยปากพูดขึ้นว่า “เอาสิ”
หรงฉือนั่งลงที่ฝั่งตรงกันข้ามของเขา
หลังจากหลินอู๋หายตะลึง ไม่นานก็กลับมาตั้งสติได้ เธอจึงมีสีหน้าท่าทางที่เย็นชาดังเดิมในทันทีทันใด
หลังจากเธอได้กล่าวทักทายกับพวกผู้อาวุโสจี้แล้ว ก็กลับไปยืนอยู่ข้าง ๆ เฟิงถิงเซิน
อันที่จริง คนที่ตกตะลึงไม่ได้มีเพียงพวกเฮ่อฉางปั่วและคนตระกูลหลินกับตระกูลซุนเท่านั้น
จี้ชิงเยว่กับผู้อาวุโสจี้ก็ค่อนข้างอึ้งเช่นกัน
แม้ว่าเมื่อครู่ตอนอยู่ที่โถงนิทรรศการภาพวาดด้านนอก จี้หวนอิงได้แนะนำหรงฉือให้กับทุกคนแล้ว
แต่ไม่ว่าจะเป็นจี้ชิงเยว่หรือผู้อาวุโสจี้ ก็ล้วนไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์โดยรวมของหรงฉือมากนัก
แต่กระนั้นพวกเขาเห็นว่าหรงฉือดูอ่อนหวานและพูดน้อย ลักษณะไม่เหมือนคนที่ชอบทำตัวเองให้โดดเด่นนัก
ต่อให้เธอเล่นหมากล้อมเป็น แต่ดูแล้วก็ไม่คล้ายเป็นพวกที่จะเป็นฝ่ายขอแข่งเองในสภาวการณ์แบบนี้
ผู้อาวุโสฉินก็ไม่ได้รู้จักมักจี่กับหรงฉือ
แต่สังเกตเห็นเธอแล้ว
เนื่องจากหรงฉือมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเหลือคณา หนำซ้ำยังดูสง่างามและสุภาพอ่อนหวาน ดู ๆ แล้วราวกับว่าเป็นเด็กผู้หญิงว่าง่ายและเชื่อฟังที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากครอบครัวมาเป็นอย่างดี
เด็กผู้หญิงเช่นนี้ ในสายตาเขามองว่าเหมาะสมที่จะมาเป็นหลานสะใภ้ของเขาทีเดียว...
เขาเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าหรงฉือจะเล่นหมากล้อมเป็นด้วย
เฟิงถิงเซินมองหรงฉือ “คุณจะเริ่มก่อนไหม?”
การแข่งขันเล่นหมากล้อม ฝ่ายเริ่มก่อนมักได้เปรียบเสมอ
หรงฉือได้ยินเขาพูดมาเช่นนี้ เธอก็ไม่ปฏิเสธ วางหมากลงไปก่อนเม็ดหนึ่งทันที
เฟิงถิงเซินวางหมากตาม
ในตอนแรก พวกเขาล้วนวางหมากไปเรื่อย ๆ โดยไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเลย
แล้วพวกเขาก็ไม่คุยกันด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...