พอได้ยินความเคลื่อนไหว เฟิงถิงเซินก็หันหน้ากลับมา
หรงฉือลงจากรถ หลังปิดประตูก็เดินไปเงียบ ๆ แล้วหยิบร่มจากมือเขากลับคืน
เฟิงถิงเซินก้มลงมองเท้าของเธอพร้อมกับถามว่า “เท้าไม่เป็นอะไรแล้วเหรอ?”
เจ็บนิดหน่อย แต่ยังสามารถเดินได้
แต่ทว่า หรงฉือไม่ได้พูดอะไรออกไป
เธอขี้เกียจจะต้องคิดว่าทำไมวันนี้เขาถึงเป็นฝ่ายเข้ามาพยุงและอุ้มเธอ
เธอจึงตอบกลับอย่างเรียบเฉยว่า “เรื่องหย่าคุณจัดการเสร็จแล้วค่อยติดต่อมาหาฉัน”
ความนัยคือ หากไม่ใช่เรื่องหย่า พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อกันอีก
พูดจบ เธอก็ถือร่มไว้ ก่อนจะเดินผ่านเขาแล้วจากไป
เฟิงถิงเซินมองแผ่นของเธอ แต่กลับไม่ได้ห้ามอะไร ปล่อยให้เธอจากไปแบบนั้น
รถของพวกเขาจอดอยู่ไม่ไกลกันมากนัก
พอเห็นเธอขึ้นรถอย่างปลอดภัย เฟิงถิงเซินก็หมุนตัวขี้นรถไป
หลังจากนั้นไม่นาน รถของเขาก็ขับออกจากลานจอดรถ
หลังเฟิงถิงเซินจากไป รถของเหรินจี่เฟิงก็รีบขับตามไปเช่นกัน
ระหว่างการเสวนา การประชุมและการรับประทานอาหารในวันนี้ ล้วนมีผู้สื่อข่าวอยู่ในสถานที่
หรงฉือไปโรงพยาบาล ตอนกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว จากนั้นเพิ่งกินข้าวได้ไม่นาน ข่าวเกี่ยวกับการเสวนาก็เริ่มออกอากาศ
ในรายงานข่าว เธอกับเฟิงถิงเซินต่างปรากฏอยู่ในภาพ
และในขณะเดียวกัน
หลินอู๋กับซุนเยว่ชิงก็เห็นข่าวแล้วเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าหลงฉือเป็นตัวแทนฉางโม่ไปร่วมงานสำคัญของรัฐบาลแบบนี้ หลินอู๋กับซุนเยว่ชิงต่างก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นมา
ไหนบอกว่าความสัมพันธ์ของหรงฉือกับคนแซ่อวี้นั่นมีปัญหากันไม่ใช่เหรอ?
ทำไมหรงฉือยังสามารถเป็นตัวแทนอวี้มั่วซวินไปเข้าร่วมงานสำคัญแบบนี้ได้?
หลินอู๋รู้ ในเมื่อตอนนี้หรงฉือยังสามารถเป็นตัวแทนอวี้มั่วซวินไปเข้าร่วมงานที่สำคัญแบบนี้ได้ เช่นนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากว่าเรซูเม่ที่เธอส่งไปคงเสียเปล่าแล้ว
ไม่นานคิ้วที่ขมวดกันแน่นของซุนเยว่ชิง ก็ผ่อนคลายลง
เธอรับยาบำรุงที่คนใช้ตุ๋นให้เธออย่างสง่างาม แล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องรีบร้อนหรอก รอไปอีกหน่อยเถอะ”
หรงฉือเป็นคนหน้าตาดี อวี้มั่วซวินไม่อาจจากไปได้ในทันที พวกเขาทั้งสองจะแยกทางและกลับมาคบกันก็เป็นเรื่องปกติ
ในเมื่อมีสัญญาณการเลิกรา แสดงว่าความสัมพันธ์ย่อมเกิดปัญหา แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะยังคบกัน แต่คาดว่าคงยากที่จะยืนยาว
ดังนั้น ไม่ว่าหลินอู๋อยากจะเข้าไปในฉางโม่ หรือทำลายน้ำแข็งของอวี้มั่วซวิน ล้วนเป็นเรื่องที่อีกไม่นานก็จะเกิดขึ้นจริง
หลินอู๋เข้าใจความหมายของแม่เธอดี
เธอก็คิดคล้าย ๆ กัน
นอกจากนั้นแล้ว ตอนที่เห็นในการเสวนา หรงฉือนั่งติดกับเฟิงถิงเซิน เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
เพราะไม่ว่าจะเป็นต่อตัวเอง หรือว่าต่อเฟิงถิงเซิน เธอต่างก็มีความมั่นใจมากพอ
เวลานี้ หลินเช่อเดินลงมาจากชั้นบนพูดขึ้นว่า “พี่ กลับมาแล้วเหรอครับ?”
“อืม” หลินอู๋ถาม “เรียนเป็นยังไงบ้าง?”
ตอนนี้หลินเช่อเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า ตั้งแต่ภาคเรียนนี้เป็นต้นไป เขาก็จะย้ายมาเรียนที่เมืองตูเฉิง
ขั้นตอนการย้ายโรงเรียนเฟิงถิงเซินหาคนมาช่วยดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
แต่หนังสือเรียนของเมืองเหยียนเฉิงกับเมืองตูเฉิงนั้นแตกต่างกัน
หลังวันปีใหม่ หลินเช่อตามคุณครูไปศึกษาความแตกต่างระหว่างหนังสือเรียนของทั้งสองแห่งอย่างจริงจัง เพื่อตรวจหาส่วนที่ขาดและเติมเต็มให้ครบถ้วน
เธอจึงเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ประธานเหริน มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอคะ?”
“คุณหรงคิดมากเกินไปแล้ว” เหรินจี่เฟิงเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “ผมคิดว่าระหว่างพวกเรา ไม่มีเรื่องให้พูดคุยได้เลย”
ข่าวการเสวนาเมื่อคืนอวี้มั่วซวินกับเฮ่อฉางปั่วต่างก็เห็นกันหมด
ดังนั้นย่อมรู้ว่าเมื่อคืนหรงฉือกับเหรินจี่เฟิงได้เจอกันแล้ว
อวี้มั่วซวินได้ยินแบบนี้ ก็คาดเดาได้ว่าพวกเขาน่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ลงรอยกันในการเสวนาเมื่อคืนแน่ ๆ
เขามองไปทางเหรินจี่เฟิงด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “โอ้? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
หรงฉือไม่อยากเสียเวลา ไม่รอให้เหรินจี่เฟิงเอ่ยปาก ก็พูดขึ้นเสียก่อนว่า “ไม่มีอะไร”
จากนั้น ยังพูดกับเฮ่อฉางปั่วอีกว่า “ประธานเฮ่อ เชิญด้านนี้ค่ะ”
เฮ่อฉางปั่วพยักหน้า หลังจากเหลือบมองเหรินจี่เฟิงแวบหนึ่ง ก็เดินตามหรงฉือไปยังห้องประชุม
แม้หรงฉือกับอวี้มั่วซวินจะไม่ได้พูดกันอย่างชัดเจน แต่อวี้มั่วซวินรู้ดีว่าความไม่ลงรอยกันระหว่างพวกเขาจะต้องหนีไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลินอู๋อย่างแน่นอน
แต่หรงฉือไม่พูด เขาก็ไม่ถาม จากนั้นก็พูดกับเหรินจี่เฟิงด้วยเสียงเรียบว่า “ประธานเหริน เชิญด้านในค่ะ”
หลังวันส่งท้ายปีเก่า นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เฮ่อฉางปั่วได้พบกับหรงฉือ
ตอนที่เห็นเธอครั้งแรก สายตาของเขาก็แทบจะมองเธออยู่ตลอดเวลา
เพียงแต่ เพราะความไม่ลงรอยระหว่างหรงฉือกับเหรินจี่เฟิง พวกเขาทั้งสามจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นก็เท่านั้น
พอเข้ามาในห้องประชุม เฮ่อฉางปั่วชักสายตากลับ ตอนที่นั่งลงก็พูดขึ้นว่า “การเสวนาเมื่อคืนตอนแรกผมก็ตั้งใจจะไปเข้าร่วม แต่ต้องไปทำงานต่างเมืองอย่างช่วยไม่ได้ เวลาไม่เพียงพอ จึงทำได้แค่ให้คนอื่นไปเข้าร่วมแทนผม”
ลูกค้าพูดคุยกันสองสามคำก่อนจะเข้าสู่เรื่องสำคัญก็เป็นเรื่องปกติ
หรงฉือไม่ได้คิดไปในทางอื่นเลย
เธอจึงพูดขึ้นว่า “อย่างนี้นี่เอง”
พอเห็นว่าหรงฉือไม่ตระหนักถึงความคิดของเขาเลย เฮ่อฉางปั่วก็ก้มหน้า เปลี่ยนหัวข้อสนทนา แล้วหันไปพูดคุยเรื่องงานแทน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...