เป็นหรงฉือจริง ๆ ด้วย!
เหรินจี่เฟิง ซุนเยว่ชิง ซุนลี่เหยา แม้พวกเขาจะไม่ได้เรียนด้านเอไอ เดิมทีพวกเขาก็ไม่รู้หรอกว่า งานวิจัยที่หรงฉือเผยแพร่นั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างรู้ดีว่าเควิน สมิธอาจารย์ที่ปรึกษาระดับปริญญาเอกของหลินอู๋เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างมากในแวดวง AI
ขนาดบุคคลระดับโลกยังให้ความสำคัญกับวิทยานิพนธ์ฉบับหนึ่ง ถึงขั้นติดต่อหลินอู๋เป็นพิเศษให้เธอศึกษาเนื้อหาสำคัญในวิทยานิพนธ์ให้ดีแบบนี้ แถมเมื่อครู่ลูกศิษย์ปริญญาเอกของศาสตราจารย์หม่าก็ยังบอกอีกว่า วิทยานิพนธ์ของหรงฉือได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ จนวิศวกรระดับแนวหน้าของวงการต้องอ่านกันข้ามคืน
สามารถเห็นได้ว่า วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ของหรงฉือ มีมูลค่าอย่างมาก
แต่วิทยานิพนธ์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ หรงฉือจะเป็นคนเขียนได้อย่างไรกัน?
ศาสตราจารย์หม่าไม่รู้ว่าหรงฉือเป็นใคร และยิ่งไม่รู้ถึงบุญคุณความแค้นระหว่างหรงฉือ ตระกูลหลิน และตระกูลซุน
แม้เขาจะยังไม่ได้อ่านวิทยานิพนธ์ของหรงฉือ แต่พอรู้ว่าวิทยานิพนธ์ฉบับนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อความยาวของโมเดลขนาดใหญ่ได้มากกว่าสิบเท่า แค่คิดถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในนั้น ก็ทำให้เขาตื่นเต้นจะแทบทนไม่ไหวแล้ว
เขารีบถามอวี้มั่วซวิน “ไม่ทราบว่าวิศวกรที่ชื่อหรงฉือ ตอนนี้อยู่ในงานหรือเปล่า?”
“อยู่ครับ” อวี้มั่วซวินยิ้ม แล้วหันไปมองหรงฉือ จากนั้นก็กล่าวแนะนำกับศาสตราจารย์หม่า “เธอก็คือหรงฉือครับ”
แค่ได้ยินเสียงอ่านชื่อ Rong Ci โดยไม่รู้ว่าเขียนเป็นตัวอักษรว่าอย่างไร ก็แยกไม่ออกจริง ๆ ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
ไม่ว่าจะเป็นตอนประชุมที่เฟิงซื่อหรือเมื่อสักครู่ หรงฉือมักจะนิ่งเงียบราวกับไม่มีตัวตน แต่เพราะเธอสวยเกินไป ต่อให้คนที่อยู่ในงานหลายคนไม่รู้จักเธอ และแม้จะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่เพราะหน้าตาของเธอ ก็ทำให้ทุกคนจดจำเธอได้อย่างแน่นอน
เพียงแต่ พวกเขาไม่เคยคิดว่าเธอจะเก่งขนาดนี้
เมื่อทราบว่าวิทยานิพนธ์ที่สร้างความฮือฮาในแวดวงเอไอนั้น แท้จริงแล้วเป็นผลงานของเธอ ศาสตราจารย์หม่าตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นเดินมาหาหรงฉือ พร้อมกับกล่าวแนะนำตัวเองว่า “สวัสดีคุณหรง ผมเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยวาย แซ่หม่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมล้วนทำงานด้านการวิจัยทฤษฎีพื้นฐานของเอไอกับพัฒนาเชิงประยุกต์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
หรงฉือลุกขึ้น จับมือกับเขาพร้อมกับพูดว่า “สวัสดีค่ะศาสตราจารย์หม่า คุณเกรงใจแล้ว คำพูดนี้ฉันควรเป็นคนพูดมากกว่า”
ตอนศาสตราจารย์หม่าแนะนำตัวดูสุภาพและนอบน้อมอย่างมาก
คนที่ไม่รู้ ยังคิดว่าเขาเป็นรุ่นน้อง ส่วนหรงฉือต่างหากที่เป็นรุ่นพี่
ซุนลี่เหยามอง ในใจก็ขุ่นเคืองเล็กน้อย
ก็แค่เผยแพร่วิทยานิพนธ์ฉบับเดียว จำเป็นต้องถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
ซุนเยว่ชิงก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน
เวลานี้ อวี้มั่วซวินมองไปทางหลินอู๋ ยิ้มแล้วพูดว่า “เมื่อครู่คุณหลินบอกว่าจะตั้งใจอ่านและศึกษาวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ให้ดี หากในอนาคตคุณหลินมีข้อสงสัยในระหว่างศึกษาวิทยานิพนธ์นี้ ก็ยินดีให้มาเพื่อขอคำปรึกษากับเสี่ยวฉือได้ทุกเมื่อเลยนะครับ”
หลินอู๋เม้มริมฝีปากแน่น
ศาสตราจารย์หม่าเป็นถึงอาจารย์ระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ กลับแสดงท่าทีถ่อมตัวกับหรงฉือที่เป็นแค่รุ่นน้องขนาดนั้น
เมื่อได้ยินอวี้มั่วซวินกล้าพูดออกมาว่าให้พี่สาวของตัวเองไปขอคำปรึกษาด้านวิชาการจากหรงฉือ เธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ลุกพรวดขึ้นทุบโต๊ะ และตะโกนเสียงดังว่า “คุณพูดจาเหลวไหล...”
“คุณพูดจาเหลวไหลอะไร! พี่สาวฉันจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก แล้วหรงฉือเธอเป็นใคร? ก็แค่เด็กปริญญาตรีคนหนึ่งแท้ ๆ จะให้พี่สาวฉันไปขอคำปรึกษาจากเธอเนี่ยนะ? ล้อเล่นกันหรือเปล่า?”
“แค่วิทยานิพนธ์ฉบับเดียว ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าเธอเก่งกว่าพี่สาวฉันแล้วเหรอ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...