เข้าสู่ระบบผ่าน

คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว นิยาย บท 386

แม้จะบอกว่าหรงฉือกับอวี้มั่วซวินให้เลขาเฉียนปฏิเสธคำเชิญเข้าพบของเควิน สมิธ

สองวันต่อมา เควิน สมิธยังคงมาหาโดยไม่ได้รับเชิญ

ในเมื่อเขามาหาด้วยตัวเองแล้ว หรงฉือกับอวี้มั่วซวินก็คงเลี่ยงที่จะไม่พบหน้าเขาไม่ได้

พวกเขาให้การต้อนรับแบบพอเป็นพิธี แต่หลังจากคุยกันได้สิบกว่านาที ก็เชิญเขากลับไป

หลังจากนั้นเมื่อเควิน สมิธนัดพบพวกเขาอีกครั้ง พวกเขากลับเพิกเฉย

หรงฉือกับอวี้มั่วซวินมีท่าทีแน่วแน่ ไม่ยอมให้สมิธพบหน้า วันถัดมา เขาจึงนัดหลินอู๋ออกมาทานข้าว

ตอนกินข้าว สมิธได้พูดคุยกับเธอถึงเรื่องสายงานเล็กน้อย จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ถ้าปีก่อนเธอเข้าทำงานที่ฉางโม่ เธอคงจะเติบโตขึ้นมาก น่าเสียดาย”

ตอนที่เจอกันครั้งก่อน สมิธมีสอบถามสถานการณ์ในตอนนี้ของเธออยู่บ้าง

ก่อนหน้านี้พอรู้ว่าเธอไม่ได้เข้ามาในฉางโม่ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ตอนนี้กลับคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก ก็ถอนหายใจออกมา

หลินอู๋รู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร

วิทยานิพนธ์ของ ‘หรงฉือ’ สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ

คนในวงการพูดกันว่า ในเมื่อฉางโม่กล้าที่จะนำผลงานวิจัยที่สำคัญขนาดนั้นมาเขียนเป็นวิทยานิพนธ์แล้วเผยแพร่ต่อสาธารณะ นั่นก็หมายความว่า ภายในฉางโม่ยังมีเทคโนโลยีหลักอื่น ๆ ที่ยอดฝีมือยังไม่ได้เผยแพร่ออกมาอีกมากมาย

เรื่องนี้ หลินอู๋ก็เชื่อ

เมื่อปีที่แล้ว เธออยากเข้าทำงานที่ฉางโม่ก็เพราะภาษาการเขียนโปรแกรมของฉางโม่ เธอก็คิดไม่ถึงเลยว่าในเวลาเพียงไม่นาน ฉางโม่จะเติบโตและพัฒนามาถึงจุดนี้ได้

หากรู้อย่างนี้แต่แรก ปีที่แล้วไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะเข้าทำงานที่ฉางโม่ให้ได้

เป็นอย่างที่สมิธพูด หากปีที่แล้วเธอเข้าทำงานที่ฉางโม่จริง ๆ ป่านนี้เธอคงเติบโตในสายวิชาชีพไปมากแล้ว

หากเธอทำงานที่ฉางโม่สักสองสามปี พอตอนที่เธอออกมาจากฉางโม่ คาดว่าคงจะมีความสามารถพยุงบริษัทเทคโนโลยีของครอบครัวได้ด้วยตัวคนเดียวแล้ว

ตอนนี้กลับมาคิดย้อนดู เธอถึงพบว่าตอนนั้นหรงฉือขัดขวางไม่ให้เธอเข้าทำงานที่ฉางโม่ สิ่งที่เธอเสียไปไม่ใช่แค่โอกาสได้รู้จักอวี้มั่วซวินเท่านั้น แต่ยังเสียโอกาสสำคัญในการพัฒนาตัวเองอีกด้วย!

สมิธพูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้เธอยังมีแผนอยากจะเข้าไปในฉางโม่อยู่อีกไหม?”

เธอจะไม่อยากได้อย่างไร?

ทว่า หากอวี้มั่วซวินยังไม่เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อหรงฉือแม้แต่วันเดียว เธอก็อาจจะไม่มีโอกาสนี้

แน่นอนว่า คำพูดนี้เธอไม่มีทางจะพูดกับสมิธแน่

เธอจึงพูดแค่ว่า “ตอนนี้ฉันมีบริษัทเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ก่อนหน้านี้ก็เคยร่วมมือกับฉางโม่ ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยด้านเทคโนโลยี ประธานอวี้คงไม่พิจารณาให้ฉันเข้าทำงานในฉางโม่หรอกค่ะ”

สมิธได้ยินดังนั้น ก็กล่าวด้วยความผิดหวังเล็กน้อยว่า “อย่างนั้นเหรอ”

ความหมายคร่าว ๆ คือถามเธอว่าเคยไปประเทศเอนาวาหรือยัง บอกว่าหากเธออยากมาเที่ยวที่ประเทศเอนาวา เขาสามารถเป็นไกด์พาเธอชมความงามของภูเขาแม่น้ำในประเทศเอนาวาได้ แถมยังบอกว่าจะพาเธอไปรู้จักกับบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการของประเทศเอนาวา แล้วยังจะเล่าให้เธอฟังถึงทิศทางการวิจัยของบริษัทยักษ์ใหญ่บางแห่งในประเทศเอนาวาตอนนี้ด้วย

แม้ในอีเมลของสมิธจะถามเธอว่าอยากมาเที่ยวที่ประเทศเอนาวาหรือเปล่า แต่ความจริงกลับมีความคิดจะดึงตัวเธอ

ที่เขาเอ่ยถึงทิศทางการวิจัยโปรเจกต์ต่าง ๆ ของบริษัทยักษ์ใหญ่ ก็เพื่อจะบอกเธอเป็นนัยว่า หากเธอตกลง เธอจะได้รับความสำคัญอย่างล้นหลาม

หรงฉือเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ตอบกลับอีกฝ่ายว่าระยะนี้ตัวเองไม่มีแผนการออกนอกประเทศ จากนั้นก็ออกจากระบบอีเมลไป

ตอนเย็น หลังหรงฉือเลิกงาน ก็มุ่งหน้าไปยังห้องส่วนตัวที่คุณหญิงเฟิงจองเอาไว้

ตอนเธอมาถึงห้องส่วนตัว คุณหญิงเฟิงก็มาถึงแล้ว

เธอเพิ่งจะนั่งลง ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เฟิงจิ่งซินวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้นแล้วพูดว่า “คุณแม่!”

หรงฉือจึงทำได้แค่เอื้อมมือไปอุ้มเฟิงจิ่งซินที่วิ่งเข้ามาหา

คนที่เข้ามาด้วยกันกับเฟิงจิ่งซินคือป้าหลิว แต่กลับไม่เห็นเงาร่างของเฟิงถิงเซินเลย

เฟิงจิ่งซินนั่งอยู่ข้างหรงฉือ ตอนที่คุณหญิงเฟิงให้หรงฉือกับเฟิงจิ่งซินสั่งอาหาร ก็เอ่ยปากพูดว่า “วันนี้ตอนเช้าโทรไปหาถิงเซิน เขาบอกว่าเขาไม่ว่างเลยมาไม่ได้แล้ว หึ เขาไม่มาพวกเราก็กินกันเองได้ ทำเหมือนกับพวกเราอยากจะให้เขามาอย่างนั้นแหละ”

หรงฉือได้ยิน ก็ยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็ตอบรับ “ค่ะ” เสียงหนึ่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว