วันจันทร์ หรงฉือไปทำงานตามปกติ
เธอที่ยุ่งจนตัวเป็นเกลียวต้องวิ่งไปมาระหว่างเจี๋ยเซี่ยวกับฉางโม่
เวลาเลิกงานในเย็นวันอังคาร ภายในลิฟต์ หรงฉือมองวันที่ในโทรศัพท์แล้วหลุบตาลง
ยุ่งมาทั้งวัน อวี้มั่วซวินเองก็เหนื่อยล้าไปทั้งกาย
อยู่ ๆ เขาก็มีความคิดผุดขึ้นมา เอ่ยถามออกไปว่า “พรุ่งนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายของช่วงทบทวนตัวเองนี่?”
หรงฉือเก็บโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋า พลางว่า “ใช่”
เรื่องราวระหว่างเธอกับเฟิงถิงเซินกินเวลามานานหลายปี จวบจนตอนนี้ก็ใกล้จะจบลงอย่างเป็นทางการ ชั่วขณะหนึ่งอวี้มั่วซวินพลันไม่รู้ว่าควรจะดีใจกับเธอหรือเสียใจกับเธอดี
แม้ในใจเขาจะไม่พอใจเฟิงถิงเซินอยู่หลายอย่าง
แต่พอนึกถึงว่าหรงฉือรักเขามานานหลายปี กลับได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างในทุกวันนี้แล้ว ในใจก็อดรู้สึกเศร้าใจแทนหรงฉืออยู่หลายส่วนไม่ได้
ทว่าไม่ว่าเรื่องราวมันจะยากลำบากแค่ไหน สุดท้ายมันก็จะผ่านไป
เมื่อหย่าขาดอย่างเป็นทางการแล้ว หรงฉือถึงจะเริ่มต้นใหม่อย่างจริงจังได้อีกครั้ง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาจึงตบบ่าหรงฉือเบา ๆ เป็นการปลอบใจ ทว่าไม่ได้พูดอะไรมากมาย
เช้าวันต่อมา หลังหรงฉือวิ่งและกินมื้อเช้าเป็นที่เรียบร้อย ก็กลับไปที่บริษัทและเตรียมเริ่มทำงาน ทันใดนั้นโทรศัพท์พลันดังขึ้นมา
เป็นสายจากเฟิงถิงเซิน
ก่อนหน้านี้ที่พวกเขากำลังดำเนินการทำเรื่องหย่านั้น ก็ได้ตกลงไว้แล้วว่าจะเข้าไปรับทะเบียนหย่าในวันแรกที่สิ้นสุดช่วงทบทวนตัวเองอย่างเป็นทางการ
พรุ่งนี้เป็นวันที่พวกเขาจะได้รับทะเบียนหย่าอย่างเป็นทางการแล้ว การที่เฟิงถิงเซินโทรศัพท์มาหาเธอนั้น ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
เธอกดรับสาย “ฮัลโหล”
เมื่อพูดจบ เธอก็ชิงพูดออกไปก่อนโดยไม่รอให้ทางฝั่งเฟิงถิงเซินพูดอะไร “พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้า ฉันจะไปถึงตรงเวลา...”
ได้ยินเธอพูดถึงตรงนี้ เฟิงถิงเซินก็พูดตัดบทขึ้นมาว่า “ตอนนี้ผมมาดูงานที่ต่างประเทศ”
หรงฉือชะงัก ยังไม่ทันได้พูดอะไร เฟิงถิงเซินก็พูดต่ออีกว่า “อีกสองสามวันผมน่าจะกลับไปได้ พวกเราอาจจะต้องไปรับทะเบียนหย่าช้าไปสักสองสามวัน”
หรงฉือขมวดคิ้วแน่น นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร
ทางเฟิงถิงเซินเหมือนว่าจะรู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจ เลยกล่าวขอโทษเธอ “ขอโทษนะ ครั้งนี้ผมผิดเอง”
หรงฉือสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลังเงียบไปสองสามวินาทีถึงพูดขึ้นว่า “เข้าใจแล้ว”
พูดจบ เธอก็กดวางสายทันทีโดยไม่รอให้เขาพูดอะไร
พอวางสาย เธอก็ขมวดคิ้วมุ่น ทว่ายังไม่ทันได้ปรับสภาพอารมณ์ให้ดี โทรศัพท์ของเธอก็กรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง
เฟิงถิงเซินไม่ได้เป็นคนที่โทรเข้ามาหาเธออีกครั้ง
คนที่โทรเข้ามาหาเธอในครั้งนี้คือจี้ชิงเยว่
หรงฉือขมวดคิ้วแน่นยิ่งกว่าเดิม
วันข้างหน้าเธอน่าจะต้องไปที่ฐานบ่อยครั้ง
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาเลยพูดต่อไปโดยไม่รอให้หรงฉือตอบ “อีกหลายวันผมถึงจะเสร็จงาน ไว้ผมเสร็จงานแล้ว...”
เขายังไม่ทันพูดจนจบประโยค หรงฉือก็ตัดบทเขาเสียก่อนด้วยการบอกไปตามความจริงว่า “เดิมทีก็ใช่ แต่ตอนนี้ต้องเลื่อนออกไปก่อน”
รอยยิ้มบนใบหน้าจี้ชิงเยว่ชะงักค้าง ผ่านไปถึงสองสามวินาทีถึงได้เอ่ยถามต่อ “พอจะบอกได้ไหมว่าทำไมต้องเลื่อนออกไปก่อน? สาเหตุมาจากคุณ หรืออีกฝ่าย...”
“เขาไปดูงานที่ต่างประเทศ กลับมาไม่ทันพรุ่งนี้”
“ซึ่งก็หมายความว่า พอเขากลับมาจากไปดูงานแล้ว พวกคุณก็จะรีบไปรับทะเบียนหย่า?”
หรงฉือ “...ค่ะ”
แบบนั้นก็ดี
และตัวเขาเองก็หวังว่า เมื่อถึงช่วงพักของเขา สองคนนั้นจะได้รับทะเบียนหย่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในใจของจี้ชิงเยว่คิดแบบนี้ ทว่าไม่ได้พูดออกไป
ตอนนี้เอง หรงฉือก็พูดขึ้นว่า “คุณจี้คะ อันที่จริงแล้วที่ฉันรับสายคุณก็เพราะอยากบอกกับคุณ...”
เขาตัดบทเธอด้วยการพูดว่า “ผมรู้ว่าคุณจะบอกว่า การที่คุณรับสายผมน่ะไม่ได้มีความคิดอะไรกับผม แค่รับสายเพราะรู้สึกไม่สบายใจ และอยากรับสายเพื่อพูดกับผมให้ชัดเจน ผมเข้าใจ”
หรงฉือ “คุณ...”
“ผมเข้าใจ” จี้ชิงเยว่หัวเราะเล็กน้อย รู้สึกว่าความตรงไปตรงมาและจริงใจของเธอนั้นช่างน่ารักเสียเหลือเกิน จากนั้นจึงพูดออกไปว่า “แต่ความรู้สึกของผมไม่เปลี่ยนไปหรอกนะ” พูดจบก็พูดขึ้นอีกว่า “ผมมีเวลาไม่มาก ไว้เสร็จงานแล้วผมค่อยนัดคุณไปกินข้าวกัน เจอกันครั้งหน้านะ”
พูดจบเขาก็วางสายไปทันที โดยไม่รั้งรอให้เธอได้พูดอะไร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...