เสียงรถดังมาจากบริเวณลานบ้าน
ฟู่ซือเหยียนกลับมาแล้ว
เสิ่นชิงซูถือที่ตรวจครรภ์ไว้พลางเปิดประตูห้องน้ำ
มีเสียงกระดี๊กระด๊าของฟู่ซืออวี่ดังแว่วขึ้นมาจากชั้นล่าง
“พ่อครับ!”
เสิ่นชิงซูค่อย ๆ เดินลงมาตามขั้นบันไดทีละก้าว ๆ
ฟู่ซืออวี่ยืนอ้าแขนไปทางฟู่ซือเหยียนจากบนโซฟา “พ่อ อุ้มหน่อย!”
ฟู่ซือเหยียนโน้มกายอุ้มร่างฟู่ซืออวี่ขึ้นมา
เสิ่นชิงซูสังเกตเห็นว่าฟู่ซือเหยียนได้เปลี่ยนชุดมาแล้ว
นึกเชื่อมโยงถึงโทรศัพท์สามสายนั้นที่ไม่มีใครรับ…
ความจริงอันโหดร้ายราวกับตะโกนออกมา
เสิ่นชิงซูหยุดลงตรงบันไดขั้นสุดท้าย ข้อนิ้วของมือข้างนั้นซึ่งกำที่ตรวจครรภ์อยู่กลายเป็นสีขาว
ฟู่ซืออวี่กอดคอฟู่ซือเหยียน แล้วมองมาที่เสิ่นชิงซู “แม่ พ่อจะพาผมไปเที่ยว แม่จะไปด้วยกันไหม?”
เสิ่นชิงซูเหลือบมองฟู่ซืออวี่แวบหนึ่ง จากนั้นเคลื่อนสายตาไปยังใบหน้าของฟู่ซือเหยียน
วันนี้ฟู่ซือเหยียนไม่สวมแว่นตา แววตาล้ำลึกไม่ปรากฏความรู้สึกใดสักนิด
ในที่สุดเขาก็มองมาทางเธอ มันยังคงเย็นชาเหมือนเคย
“หลายวันนี้ลำบากคุณแล้ว ช่วงนี้ผมจะอยู่ที่เมืองเป่ยตลอด เดี๋ยวผมดูแลซืออวี่เอง”
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ไพเราะจับใจ เพียงแต่ทุกคำที่เอื้อนเอ่ยกลับเปี่ยมล้นด้วยความห่างเหิน
ความห่างเหินที่มีต่อเธอ
เสิ่นชิงซูได้ฟังก็ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ดวงตาพลันร้อนผ่าว
เธอรู้สึกว่ามันช่างเสียดสี
เสียดสีในความยินดีปรีดาที่พรั่งพรูในใจเมื่อตัวเองได้เห็นผลตรวจในห้องน้ำเมื่อกี้
ฟู่ซืออวี่เห็นว่าเสิ่นชิงซูไม่ยอมพูดจาสักที ก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
เขายังไม่ลืมที่เสิ่นชิงซูบอกว่ามีธุระต้องไปทำตอนอยู่ร้านกาแฟ เมื่อครู่ที่เขาถามอย่างนั้น ก็เป็นเพราะมั่นใจว่าเสิ่นชิงซูต้องไม่ตอบรับแน่นอน
แต่ถ้าหากเสิ่นชิงซูตอบตกลงขึ้นมา แล้วเขาจะทำอย่างไร?
เขากับพ่อกำลังจะไปหาแม่นะ!
“แม่?” ฟู่ซืออวี่ลองเรียกแบบหยั่งเชิงดู
เสิ่นชิงซูตวัดสายตาฉับพลัน สบกับสายตาที่ดูร้อนรนเล็กน้อยของฟู่ซืออวี่เข้า
สมองเธอสับสนมาก ไม่มีใจมองลึกเข้าไปในแววตาของฟู่ซืออวี่เพื่อดูว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร เพียงพูดเสียงเรียบ “แม่ไม่ไป ลูกกับพ่อไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะ”
อันที่จริงเธอรู้ว่าฟู่ซือเหยียนน่าจะพาฟู่ซืออวี่ไปหาโจวอวี๋ชู แต่จู่ ๆ เธอรู้สึกว่าจะอะไรก็ช่างเถอะ เธอไม่อยากสนใจแล้ว
ฟู่ซืออวี่ถอนหายใจโล่งอกออกมาเฮือกใหญ่
“ถ้างั้นแม่พักผ่อนอยู่บ้านมาก ๆ นะครับ” ฟู่ซืออวี่พูดพลางมองไปยังฟู่ซือเหยียน ก่อนจะพูดอย่างอดใจรอไม่ไหวว่า “พ่อ พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
ฟู่ซือเหยียนตอบรับเสียงเรียบ อุ้มฟู่ซืออวี่ขึ้นแล้วหมุนตัว แต่ขณะเดินผ่านโต๊ะกาแฟ หางตาก็เหลือบเห็นข้อตกลงการหย่าฉบับนั้น
เพียงแต่คำว่า ‘การหย่า’ สองคำนี้ที่อยู่บนหนังสือข้อตกลงถูกของเล่นของฟู่ซืออวี่ทับไว้
ฟู่ซือเหยียนชะงักฝีเท้า
เสิ่นชิงซูมองฟู่ซือเหยียนอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อสายตาของเขาไปตกอยู่บนข้อตกลงการหย่าฉบับนั้น เธอพลันหยุดหายใจตามอย่างอดไม่ได้
แม้เธอรู้ดีว่าฟู่ซือเหยียนจะขอหย่าแน่ แต่กลับไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะได้รับข้อตกลงการหย่าฉบับนี้จากมือคนรักของฟู่ซือเหยียน แม่ผู้ให้กำเนิดฟู่ซืออวี่
ก่อนที่วันนี้จะมาถึง เสิ่นชิงซูนึกว่าต่อให้ระหว่างเธอกับฟู่ซือเหยียนจะไม่มีความรักต่อกัน แต่ก็ถือว่าเป็นสามีภรรยาที่เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ไม่คิดมาก่อนเลยว่าการแต่งงานครั้งนี้ที่เธอทั้งซาบซึ้งและทุ่มเทใจให้อย่างไม่เคยนึกดายนั้น เพิ่งจะมาค้นพบในตอนสุดท้ายว่า...เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงแผนการหลอกลวงที่ฟู่ซือเหยียนวางแผนไว้อย่างแยบยลเพื่อคนที่เขารักสุดหัวใจ
ฟู่ซือเหยียนถึงขั้นยอมแลกด้วยชีวิตแต่งงานของตัวเองเพื่อปกป้องคนที่เขารัก สร้างสถานจองจำที่เรียกว่าการแต่งงานเพื่อเธอโดยเฉพาะ เขากักขังเธอไว้ในสถานจองจำนี้ ดูเธอทุ่มเททุกอย่างให้กับเด็กที่เกิดมาจากเขาและคนรักอย่างทุ่มเทเหมือนตัวตลก
ห้าปีเชียวนะ ไม่เคยมีแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวที่ฟู่ซือเหยียนรู้สึกผิดบ้างเลยเหรอ?
เสิ่นชิงซูคิดถึงภาพเหตุการณ์ตอนที่โจวอวี๋ชูเอาหนังสือข้อตกลงให้เธอ ในใจก็ทั้งเจ็บทั้งโกรธ
เพื่อนสนิท : [!!!]
วินาทีต่อมา เพื่อนก็โทรมาทันที
เวลานี้เสิ่นชิงซูสงบสติอารมณ์แล้ว เธอกำลังเก็บกระเป๋าเดินทาง
เมื่อเห็นว่าชื่อผู้โทรที่แสดงขึ้นคือ ‘ซิงซิง’ เธอจึงวางเสื้อในมือที่พับไปได้ครึ่งหนึ่งลง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดปุ่มรับสาย
“ฟู่ซือเหยียนรู้หรือเปล่า” เฉียวซิงเจียที่อยู่ปลายสายน้ำเสียงเคร่งเครียดจริงจัง “เธอต้องคิดให้ดี นี่มันลูกคนแรกของเธอเชียวนะ”
“เขาไม่รู้” เสิ่นชิงซูเสียงเบามาก “เราจะหย่ากันแล้ว เขามีฟู่ซืออวี่ ไม่สนใจชีวิตของชีวิตที่มาแบบไม่คาดคิดคนนี้หรอก”
เฉียวซิงเจียที่อยู่ปลายสายได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับหมดคำพูดไปชั่วขณะเหมือนกัน
เฉียวซิงเจียนั้นรู้ดีเกี่ยวกับการแต่งงานครั้งนี้ของเสิ่นชิงซูกับฟู่ซือเหยียน
“ถึงตอนแรกฉันจะไม่เห็นดีเห็นงามเรื่องเธอกับฟู่ซือเหยียน แต่ห้าปีนี้ฉันเห็นว่าเธอกับพวกเขาสองพ่อลูกก็ยังถือว่าเข้ากันได้ดี จนฉันถึงขั้นสงสัยว่าพวกเธอคงจะใช้ชีวิตกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ใครจะไปคิด…เฮ้อ! เธอรู้ไหมว่ามันเป็นความรู้สึกยังไง? เหมือนฉันตั้งใจตามซีรีส์เรื่องหนึ่งอยู่ แต่สุดท้ายมันกลับจบไม่ดีไงล่ะ!”
เสิ่นชิงซูกะพริบตาที่ปวดตึงเล็กน้อย
เธอไม่อาจเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้เฉียวซิงเจียฟังได้ ถ้าจะโทษก็คงทำได้แค่โทษที่เธอรักคนผิดเพราะควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้
“พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอ” เสิ่นชิงซูน้ำเสียงแน่วแน่
เฉียวซิงเจียรู้สึกสงสารจนเอาแต่ถอนหายใจ “พรุ่งนี้ยังทำไม่ได้หรอก ต้องตรวจก่อน เธอมาแล้วค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน”
“อืม”
หลังจากวางสาย เสิ่นชิงซูวางมือถือลงแล้วเก็บกระเป๋าเดินทางต่อ
แม้ว่าฟู่ซือเหยียนจะยกคฤหาสน์หนานซีให้เธอแล้ว แต่เธอไม่คิดที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ต่อ
เธอรู้ว่าฟู่ซือเหยียนไม่เสียดายบ้านหลังนี้แน่นอน ดังนั้นเธอจึงตั้งใจว่าพอหย่ากันแล้วก็จะขายมันเสีย
อย่างไรก็เป็นบ้านที่อยู่มาห้าปี จึงมีของใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ไม่น้อย
เสิ่นชิงซูเก็บกลับไปเฉพาะเสื้อผ้าและกระเป๋าแบบที่ใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น ที่เหลือก็สุดแล้วแต่ว่าฟู่ซือเหยียนจะจัดการอย่างไร ถ้าฟู่ซือเหยียนขี้เกียจจะจัดการก็ค่อยรอจัดการพร้อมกันทีเดียวตอนขายบ้านแล้วกัน
พอเก็บกระเป๋าเดินทางเสร็จ เสิ่นชิงซูได้ทำการเซ็นชื่อลงในข้อตกลงการหย่า จากนั้นก็นำข้อตกลงการหย่าไปวางไว้บนโต๊ะกาแฟที่สะดุดตาที่สุด
เสิ่นชิงซูเดินลากกระเป๋าเดินทางสองใบออกมาจากคฤหาสน์หนานซี ก่อนจะปิดประตูแล้วออกมาอย่างไม่หันหลังกลับ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...