“ลิษาชักอีกแล้ว เรายื้อให้คลอดธรรมชาติไม่ได้แล้วครับ”
อินทัชพูดแค่นั้น ก่อนจะออกคำสั่งเร่งด่วนให้นำอลิษาไปที่ห้องคลอดทันที หลังจากช่วงสายที่ความดันของภรรยาลดลงเล็กน้อย อินทัชก็อธิบายทุกอย่างให้เธอฟัง เรื่องที่ต้องคลอดก่อนกำหนดทำให้หัวใจคนเป็นแม่ปวดร้าว อลิษาใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะยอมรับได้ เธอร้องขอสามีว่าต้องการคลอดเอง แต่เพราะอายุครรภ์ที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอด คุณหมออินทัชจึงต้องให้ยาเร่งคลอดเพื่อให้ปากมดลูกเปิด
ยังไงอลิษาก็ต้องคลอดวันนี้ อาการของเธอน่าเป็นห่วง ถ้าฝืนไว้จะเป็นอันตรายกับทั้งแม่และลูก
ช่วงบ่ายระหว่างที่รอให้ปากมดลูกเปิดเพียงพออลิษาเริ่มมีอาการชักเกร็งอ่อน ๆ ความดันที่เพิ่งลดลงพุ่งสูงจนน่าตกใจ อินทัชจึงรอไม่ได้อีกต่อไป ทีมพยาบาลรีบนำตัวอลิษาไปยังห้องคลอดที่เตรียมไว้ทันที ส่วนตัวเขารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดปลอดเชื้อ เตรียมตัวผ่าคลอดลูก ๆ ที่อายุเพียงสามสิบสองสัปดาห์ด้วยตัวเอง
คุณหมอมากประสบการณ์มือสั่นจนน่าหงุดหงิดระหว่างสวมถุงมือยาง อินทัชยอมรับว่าวันนี้เป็นวันที่เขากลัวที่สุดในชีวิต แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เขามีสติ ข่มความกลัวไว้แล้วทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอย่างสุดความสามารถ
อลิษากับลูกหมูจะต้องไม่เป็นอะไร
.
.
“คุณหมออินทัชมาแล้วค่ะ” บุศยากระซิบบอกอลิษา มือเรียวรีบยกขึ้นไขว่คว้าหาสามี ปัดป่ายไปทั่วอย่างไร้จุดหมาย
“ลิษา”
“พี่อิน อยู่ไหนคะ”
เสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาแหบพร่า เธอร้องเรียกหาสามีอย่างต้องการที่พึ่งพิง อลิษาไม่ได้หมดสติ เธอรับรู้ทุกอย่างทั้งความวุ่นวายและความเจ็บปวดของร่างกาย แต่ดวงตากลับมองไม่เห็น
ไม่เห็นอะไรเลย..
“พี่อิน ลิษามองไม่เห็น ไม่เห็นอะไรเลย ทำไมลิษามองไม่เห็นคะ!”
เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะ หัวใจของอินทัชเหมือนถูกกระชากออกจากอก คุณหมอแทบยืนต่อไปไม่ไหว อาการของอลิษาทรุดหนักจนสูญเสียการมองเห็นไปแล้ว..
“พี่อิน”
“ครับ.. ไม่เป็นไรนะครับลิษา” อินทัชพยายามอย่างหนัก เพื่อบังคับไม่ให้เสียงที่เปล่งออกไปสั่นเครือ “เดี๋ยว.. เดี๋ยวพอคลอดลิษาก็หาย”
“หายจริง ๆ ใช่ไหมคะ ลิษาจะได้เห็นหน้าลูกหมูใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ ลิษาจะได้เห็นหน้าลูกหมูแน่นอนครับ” เขารับปาก ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง เขาจำต้องโป้ปด เพื่อให้อลิษามีกำลังใจ ไม่อย่างนั้นการทำคลอดจะยิ่งยาก
อินทัชต้องเก็บความเสียใจไว้คนเดียว เขาไม่สามารถแชร์มันกับใครได้ และต้องแบ่งปันกำลังใจที่เหลือเพียงน้อยนิดให้ภรรยา
ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเชื่อเรื่องของปาฏิหาริย์ แต่ตอนนี้เขากลับขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง ขอให้ทั้งสามคนที่เขารักปลอดภัย ขอให้อลิษากลับมามองเห็นได้อีกครั้ง
ได้โปรด..
“ดะ ดีจัง”
น้ำตาของอลิษาเอ่อคลอ ดวงตามองเหม่ออย่างไร้จุดหมาย เพราะไม่ว่ามองไปตรงไหนก็มีแต่ความมืดมิด
“อย่าเครียดนะลิษา พี่อยู่ตรงนี้”
“พี่อิน ลิษารู้ว่ามันอาจจะไม่ได้ง่ายเหมือนที่พี่อินบอก เพราะฉะนั้นพี่อินช่วยรับปากลิษาก่อนได้ไหมคะ” เธอร้องขอเสียงเครือ “หะ หากว่ามันจำเป็นต้องเลือก พี่อิน.. เลือกลูกนะคะ”
“ลิษา!!”
“พี่อินเลือกลูกก่อนนะคะ ลิษาไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเลย”
“คุณบุศ นะ หนาวจังค่ะ”
“อีกนิดเดียวค่ะ”
อลิษาปิดเปลือกตาลง เพราะถึงลืมตาไปเธอก็มองไม่เห็นอะไรอยู่ดี แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็กลับรู้สึกว่าร่างกายมันหวิว ๆ แปลก ๆ เหมือนคนที่กำลังจะหลับ คล้ายกับมีแรงดึงดูดมหาศาล มาดึงให้เธอจมลงไปในห้วงอวกาศสีดำสนิท
เธอพยายามฝืนตัวเองไม่ให้หลับ เพราะอยากได้ยินเสียงลูกก่อน
“ความดัน 190/120 แล้วค่ะหมออินทัช!”
“เลือดไหลเยอะ ให้เลือดสำรองเพิ่มเดี๋ยวนี้!”
“คุณหมอ คุณอลิษาอ่อนเพลียมากค่ะ”
“แอ้~ แอ้!”
“คนแรกออกมาแล้วค่ะ”
“ผู้ชายออกมาก่อนนะครับ”
“คนแรกเป็นผู้ชายนะคะคุณอลิษา”
อลิษายิ้มอย่างอ่อนล้าเมื่อได้ยินประโยคที่น่ายินดี ก่อนที่ทารกตัวจิ๋วสภาพเปลือยเปล่าจะถูกวางลงบนอก เพื่อให้ลูกได้สัมผัสแม่หลังคลอดเป็นครั้งแรก อลิษาไม่มีแรงโอบกอดลูก ไม่มีแม้แต่แรงจะเอื้อนเอ่ยคำพูดต้อนรับลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก
“อุแว้! อุแว้!”
เธอฝืนตัวเอง ฝืนร่างกายจนกระทั่งได้ยินเสียงร้องไห้ที่สอง ลูกคนที่สองถูกวางลงบนอกอีกข้าง บุศยากระซิบบอกว่าคนนี้เป็นลูกสาว เสียงดีกว่าคนพี่เป็นเท่าตัว และร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีทั้งคู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20