อลิษายิ้มอย่างยินดีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะดับไป
หยดน้ำตาไหลซึมออกมาจากหางตาทั้งสองข้าง ลมหายใจของคนเป็นแม่รวยริน แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าซีดเซียวก็ยังมีรอยยิ้มที่งดงาม
อย่างน้อย ๆ เธอก็ได้ยินเสียงลูกครั้งแรก อย่างน้อย ๆ เธอก็ได้สัมผัสเนื้อตัวลูกครั้งแรก..
ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง เธออาจจะได้ตื่นมาเฝ้าดูเด็กทั้งสองเติบโตอย่างที่เคยวาดฝันเอาไว้
“คุณแม่ตกเลือด ให้เลือดเพิ่มเดี๋ยวนี้”
“คุณอลิษาสลบไปแล้วค่ะคุณหมอ!”
“สัญญาณชีพอ่อนมาก เร่งช่วยเหลือด่วน!”
“ลิษา ตื่นขึ้นมานะครับ อย่าทิ้งพี่กับลูกไปได้ไหม”
.
.
สองคุณปู่คุณย่าเกาะกระจก มองเด็กทารกที่นอนหลับสนิทในตู้อบด้วยรอยยิ้ม เด็กชายขุนเขา อัครวินท์ น้ำหนักแรกเกิด 2,300 กรัม และเด็กหญิงพาดา ภาวิดา น้ำหนักแรกเกิด 2,375 กรัม ทั้งคู่แข็งแรงดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร อวัยวะทำงานได้เต็มที่ ตัวใหญ่กว่าเด็กแฝดที่คลอดก่อนกำหนดโดยเฉลี่ยสมเป็นลูกหมู
“พาดาตื่นค่ะคุณ!” อิงอรชี้ไปยังหลานสาวที่ขยับตัวไปมา จากนั้นก็อ้าปากหาววอดใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะจากปู่ย่าได้เป็นอย่างดี
“หาวน่ารักเชียวหลานปู่”
“หน้าตาได้แม่มาขนาดนี้ หัวบันไดบ้านเราไม่แห้งแน่ ๆ ค่ะ”
“ลองมาจีบหลานปู่สิ ปู่จะไล่ตะเพิดไปให้หมด”
“คุณก็” อิงอรหัวเราะเสียงใส “หวงกว่าพ่อแท้ ๆ อีกนะคะ”
อินทัชเดินเข้ามาสมทบราวกับมีญาณรู้ คุณหมอจดจ้องมองลูกสาวและลูกชายด้วยความรักที่ล้นอก เขาเพิ่งรู้ในวันนี้ว่าความรักที่ไม่มีเหตุผลมันเป็นยังไง
“ลิษาเป็นยังไงบ้างอิน”
“ยังไม่ฟื้นครับ” อินทัชตอบ ไร้ร่องรอยกังวลในน้ำเสียง “เธอดีขึ้นมากแล้ว”
“แม่ดีใจมากนะที่ลิษากับหลาน ๆ ปลอดภัย แม่อยากจะขอบคุณลิษาเหลือเกินที่เสียสละขนาดนี้”
“คุณแม่เองก็เสียสละครับ ตอนคลอดผมคุณแม่ก็ลำบากมากเลยใช่ไหมครับ”
“อะไรกันคะ จะมาทำซึ้งเหรอ” อิงอรหัวเราะ ก่อนจะรั้งลูกชายตัวโตเข้ามากอด “เพื่อลูก คนเป็นแม่ยอมได้ทุกอย่างค่ะ”
“ตอนที่ลิษาสัญญาณชีพอ่อน ผมเหมือนจะขาดใจ”
อินทัชนึกถึงเรื่องราวในห้องคลอดเมื่อหลายชั่วโมงก่อน การช่วยเหลือชีวิตอลิษาเกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่แผลผ่าตัดยังไม่ได้ถูกเย็บ อลิษาตกเลือดอย่างรุนแรง ตัวซีด อ่อนแรง และหัวใจเต้นอ่อนลง
กว่าจะกระตุ้นให้หัวใจกลับมาเต้นปกติ กว่าที่ร่างกายอลิษาจะกลับมามีสีเลือดอีกครั้ง ทีมแพทย์พยาบาลต้องปฐมพยาบาลเหมือนเดิมซ้ำ ๆ เป็นชั่วโมง เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอินทัชก็แทบทรุด
ราวกับเป็นนาทีแห่งปาฏิหาริย์ นาทีที่ต้องยืนอยู่บนเส้นแบ่งของความเป็นความตาย แต่พวกเขาสู้ไม่ถอย จนในที่สุดวิ่งหนีความตายมาได้
อลิษาต้องอยู่ในห้องคลอดอีกหกชั่วโมงเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด และตอนนี้เธอถูกย้ายไปพักในห้องพักแล้ว เธอยังไม่ได้สติ แต่ร่างกายไม่ได้ซีดจนน่ากังวลอีกต่อไป
“มันผ่านมาแล้วอิน ไม่เป็นไรนะคะ อินช่วยชีวิตลิษาไว้ได้แล้ว จากนี้ไปก็ใช้ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันให้คุ้มค่า รักกันให้มาก ๆ อินรู้ดีว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน”
“ครับคุณแม่”
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ วันนี้วันเกิดของลูกหมูเชียวนะ ดูสิคะ พาดาหาวอีกแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20