เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1118

บทที่ 1118.3 รวบรวมกลุ่มภูเขาให้เป็นภูเขาเดียว
ยอดเขาเทียนตูที่อยู่ใกล้เคียง ภูเขากินอาณาบริเวณกว้างขวางมาก เป็นรองแค่ภูเขาลัวพั่วเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าภูเขาลูกใหญ่ขนาดนี้กลับมีผู้ฝึกลมปราณอยู่แค่สิบกว่าคน

อีกทั้งในภูเขายังไม่มีแม้กระทั่งโอสถทองสักคน พรรคบนภูเขาของยอดเขาเทียนตูมีชื่อเสียงไม่โด่งดังนักในแจกันสมบัติทวีป รากฐานพอๆ กับพรรคหวงเหลียง

มีบรรพจารย์ก่อกำเนิดคนหนึ่งที่เล่าลือกันว่าปิดด่านมานานหลายปี เจ้าประมุขคนปัจจุบันคือเซียนดินโอสถทองที่นั่งพิทักษ์ภูเขา นอกจากนี้ก็มีลูกศิษย์ผู้เป็นที่ภาคภูมิใจ

ที่ว่ากันว่ามีคุณสมบัติของเซียนดินอยู่สามสี่คน นอกจากโอสถทองจริงแท้แน่นอนที่เป็นเจ้าประมุขซึ่งไม่ใช่เรื่องเท็จแล้ว อีกสองคำกล่าวที่เหลือ ไม่ใช่คำเล่าลือ

แต่เป็นการพูดต่อๆ กันมา เซี่ยโก่วเอ่ยต่ออีกว่า ”ราคาตลาดในปีนั้น ยอดเขาเทียนตูที่ได้มาอยู่ในมือก็น่าจะไม่เกินเงินเหรียญทองแดงแก่นทองสิบเหรียญ

แน่นอนว่าหากอิงตามราคาตลาดในทุกวันนี้ก็ต้องเพิ่มอีกเป็นสิบเท่าแล้วคูณด้วยห้า เงินเหรียญทองแดงแก่นทองห้าร้อยเหรียญ พอหรือไม่?”

เว่ยป้อกล่าว ”คนซื้อยอดเขาเทียนตูไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงิน” เกี่ยวกับสถานะเจ้าขุนเขาภายนอกของยอดเขาเทียนตู รวมไปถึงเจ้าของที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลัง

ภูเขาพือวิ่นไม่สะดวกจะแพร่งพรายความลับ และเฉินผิงอันเองก็เข้าใจได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ไม่เคยทำให้เว่ยป้อต้องลำบากใจในเรื่องนี้

เซี่ยโก่วยังไม่ถอดใจ “ไม่เห็นความสำคัญกับเงินเลย หรือว่าไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเงินสักเท่าไร” เว่ยป้อกล่าว “ตั้งแต่ต้นจนจบทางฝั่งนั้นก็ไม่เคยคิดจะอาศัย

ยอดเขาเทียนตูมาทำกำไรแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว” เซี่ยโก่วเอ่ยอย่างจนใจ “ไม่ยอมพูดเรื่องเงินก็เจรจากันได้ยากแล้ว”

หากอยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร้างก็ไม่เหมือนกันแล้ว ทั้งสองฝ่ายนั่งลงแล้วยอมเจรจาเรื่องเงิน นั่นต่างหากถึงจะพูดคุยได้ยาก

เว่ยป้อพูดอย่างอมพะนำว่า ”ยอดเขาเทียนตูจะตกเป็นของใครก็ต้องให้เฉินผิงอันเป็นราชครูต้าหลีก่อนถึงจะพูดคุยกันได้”

เซี่ยโก่วเซื่องซึมหมดชีวิตชีวา ภูเขาลูกอื่นๆ นางไม่ค่อยเห็นอยู่ในสายตาสักเท่าไร ก่อนหน้านี้มีคนต่างถิ่นคนหนึ่งที่บอกว่าตัวเองมีฉายาว่าเปิงเล่อเจินจวิน

ใช้จ่ายมือเติบ แวะเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ มีสถานะบนทำเนียบของไป๋ถงทวีปที่มีหลักฐานให้สืบเสาะได้ เขาเปิดราคาสูงที่ยากจะทำให้คนปฏิเสธกับทั้งสิบสองพรรค

เขายังยินดีจะมอบเงินมัดจำให้ก้อนใหญ่ ขอแค่มีความประสงค์ไปในทิศทางเดียวกันก็สามารถเอาเงินมัดจำไปได้เลย เงินถุงหนึ่งหล่นลงบนโต๊ะโดยตรง

สิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในนั้นก็คือเงินฝนธัญพืช! เปิงเล่อเจินจวินผู้นั้นยังพูดจาน่าเชื่อถือว่าหากวันใดเปลี่ยนใจ หรือถึงขั้นที่ว่าไม่ว่าจะเป็นใครที่เปลี่ยนใจ

การค้าไม่สำเร็จ มิตรภาพยังคงอยู่ ก็ไม่ต้องคืนเงินมัดจำ หากไม่วางใจ กังวลว่าจะเป็นกับดักกลโกงก็สามารถให้คนที่ทำงานอยู่ในฝ่ายคลังของที่ว่าการอำเภอไหวหวงมา

แล้วให้ทั้งสองฝ่ายลงนามสัญญาฉบับร่างกันได้ ใต้หล้านี้มีการค้าที่ไม่เห็นเงินเป็นเงินแบบนี้ด้วยหรือ? เจ้าควรชื่อว่าเหรินอี้ (น้ำใจและความชอบธรรม)

เจินจวินมากกว่ากระมัง? แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าเขากล้าซื้อ แต่พวกเขากลับไม่แน่เสมอไปว่าจะกล้าขาย เงินและสินค้าแลกเปลี่ยนครบถ้วนเสร็จเรียบร้อย

มีการแลกเปลี่ยนโฉนดที่ดินกันอย่างเป็นทางการทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องไปเจอกันที่กรมคลังของราชสำนักต้าหลี หากว่าใครเปลี่ยนมือขายภูเขาออกไปในราคาสูง

กลายเป็นว่าเปิงเล่อเจินจวินผู้นั้นหันหน้ากลับก็เริ่มก่อเรื่อง เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ก็ไม่ใช่ว่าเงินเทพเซียนหนึ่งถุงใหญ่ยังไม่ทันกุมให้ร้อน

ก็ต้องไปขอขมาที่ภูเขาลั่วพั่วหรือไม่ก็ไปอธิบายเรื่องนี้ให้กับกรมอาญาของต้าหลีแล้วหรอกหรือ หรือยกตัวอย่างเช่นว่าผู้ซื้อของไป๋ถงทวีป แท้จริงแล้วคือถุงเงิน

ของผู้ฝึกตนบนยอดเขาบางท่าน เนื่องจากได้ข่าวลือเล็กๆ บางอย่างมาก่อนจึงต้องการจะชิงซื้อภูเขามาด้วย “ราคาต่ำ” ก่อนจะไปตีฆ้องร้องป่าว

ต่อหน้าเจ้าขุนเขาเฉินของภูเขาลั่วพั่ว เปิดราคาสูงเทียมฟ้า? ต่างก็คาดเดากันว่านี่จะเป็นการระบายความแค้นของเซียนกระบี่ผู้อาวุโสบางท่านของภูเขาตะวันเที่ยง

หรือไม่? เจ้าให้พวกเราตั้งป้ายหินไว้ริมอาณาเขต พวกเราก็จะซื้อภูเขาข้างบ้านเจ้า จงใจทำให้ภูเขาลั่วพั่วสะอิดสะเอียน?

จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าสกุลฝูนครมังกรเฒ่าทุ่มทองพันชั่ง ใช้เงินในการเปิดทาง หมายจะอาศัยสิ่งนี้คลี่คลายความสัมพันธ์กับเจ้าขุนเขาเฉินให้ดีขึ้น?

ไม่ว่าภายนอกจะพากันพูดไปหลากหลายแค่ไหน การทุ่มเงินอย่างจริงใจครั้งนี้ของโจวอันดับหนึ่ง ภายหลังก็ได้ถูกเจ้าขุนเขาเฉินสั่งให้หยุด

ผลคือพรรคทั้งหลายที่เลือกจะมองดูอยู่เฉยๆ ตอนนั้นไม่ได้รับเงินมัดจำมาจึงค่อนข้างจะเสียใจภายหลัง คนที่รับเงินมาแล้วก็รู้สึกว่ามโนธรรมในใจไม่สงบ

เพราะถึงอย่างไรทุกวันนี้ภูเขาลั่วพั่วก็มีสำนักเบื้องล่างแล้ว สำนักกระบี่ชิงผิงยังดึงเอาตัวสมาชิกศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี๋เซ่อไปไม่น้อย

อีกทั้งภูเขาลั่วพั่วยังป่าวประกาศแก่ภายนอกว่าจะปิดภูเขายี่สิบปี เรื่องที่ “กลุ่มภูเขากลายเป็นหนึ่งเดียว” ก็เป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนจริงๆ

นอกจากตัวเจ้าขุนเขาเฉินเองที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลือ เกี่ยวกับกลุ่มภูเขาทางทิศตะวันตกจะกลายเป็น “ดอกไม้ที่หล่นในตระกูลเฉิน”

ทั้งหมดหรือไม่ ตอนนี้ก็ยังบอกได้ยาก เซี่ยโก่วถามชวนคุย ”ข้าเห็นว่าสำนักกระบี่หลงเฉวียนที่ย้ายไปมีพลังอำนาจไม่น้อย

ดูจากภาพบรรยากาศแล้วไม่ด้อยกว่าห้ามหาบรรพตเลย” ทางฝั่งของสำนักกระบี่หลงเฉวียน หร่วนฉงที่เป็นอริยะผู้เฝ้าพิทักษ์ถ้ำสวรรค์หลีจูเป็นคนสุดท้าย

สุดท้ายได้เลือกภูเขาเสินซิว ภูเขาเที่ยวเติงและยอดเขาเหิงซั่วไป ภายหลังก็ซื้อภูเขาไปอีกสี่ลูก สามลูกยกให้ลูกศิษย์ผู้สืบทอดสามคนอย่างต่งกู่ สวีเสี่ยวเฉียว

และเซี่ยหลิง เก็บยอดเขาโหยวอี่ไว้ให้หลิวเสี่ยนหยางที่ไปอยู่อาศัยกับสกุลเฉินผู้รอบรู้ชั่วคราว เว่ยป้อพยักหน้าเอ่ย ”ต่งกู่ลูกศิษย์คนแรกพากเพียรจนได้

ขอบเขตหยกดิบ สวีเสี่ยวเฉียวก็มีโชควาสนาอย่างอื่น นางได้ครอบครองยอดเขาจูไห่ นี่ก็คือโชควาสนาในการฝึกตนของนาง เจ้าเด็กคิวยาวที่บุญบารมีลึกล้ำคนนั้น

ก่อนหน้านี้ปิดด่านเลื่อนเป็นห้าขอบเขตบนออกจากด่านมาได้ไม่นานเท่าไรก็ได้อาศัยเจดีย์วิเศษเล็กจิ๋วที่เป็นระดับอาวุธเซียนทำให้บรรลุมรรคา

ท่ามกลางสายฝน อาศัยการเรียกสมบัติล้ำค่าชิ้นนั้นมาดักเอาคุณูปการคุณความชอบไปจากในน้ำฝนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เอาเป็นว่าถงซานจวินได้ให้คนนำดินห้าสีถุงนั้นไปมอบให้กับกรมพิธีการต้าหลีแล้ว น้ำหนักไม่เบา มือเติบอย่างมาก หากเปลี่ยนมาเป็นข้า

ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะตัดใจเอาออกมาทีเดียวได้มากขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่จิ้นซิงจะบ่นพึมพำว่าได้ตกลงกับเจ้าขุนเขาเฉินมาก่อนแล้วหรือไม่

จงใจให้ตาเฒ่าถงช่วยปั่นราคาให้สูงเกินจริง” เจ้าขุนเขาเฉินที่อยู่ในห้องเดินบนเส้นทางของการหล่อหลอมทั่วไปที่มีวัตถุแห่งชะตาชีวิตห้าธาตุเป็นส่วนประกอบ

เมื่อหลายปีก่อนโชคดีที่มีลูกศิษย์อย่างชุยตงซานคอยช่วยเหลือจึงได้ดินมาห้าถุง แต่ระดับขั้นของดินห้าสีในเวลานั้นกลับยังไม่ถือว่าสูงมากนัก

ห้ามหาบรรพตของแจกันสมบัติทวีป แน่นอนว่าต้องเป็นหนึ่งในดินห้าสี เมื่อพวกเว่ยป้อเลื่อนจากซานจวินของหนึ่งแคว้นเป็นซานจวินของหนึ่งทวีป

แล้วเลื่อนขั้นเป็นเสินจวิน ระดับขั้นของดินห้าสีก็เป็นเหมือนเรือที่ลอยสูงตามกระแสน้ำไปด้วย เซี่ยโก่วยิ้มเอ่ย “ฮ่องเต้คนนี้ฉลาดนัก คือคนที่รู้จักใช้ชีวิต

เห็นได้ชัดว่านี่คือการใช้ความใจกว้างของคนอื่นมาทำประโยชน์ให้แก่ตน ทำไมเขาไม่เอาเงินเหรียญทองแดงแก่นทองกองหนึ่งออกมาจากคลังสมบัติของแคว้นเลยเล่า?”

เว่ยป้อทำท่าจะพูดไม่พูด แต่คิดไปคิดมาก็ยังเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า ”ฮ่องเต้เคยบอกข้าเป็นนัยๆ ว่า รอให้เจ้าขุนเขาของพวกเจ้ารับหน้าที่เป็นราชครู

สมบัติที่อยู่ในคลังลับทั้งหลายของต้าหลี จะให้ราชครูคนใหม่มาเลือกไปได้ตามใจชอบ” ดวงตาสองข้างของเซี่ยโก่วเป็นประกาย ร้องว้าว ถูมือเอ่ย

”มีพรสวรรค์ล้ำเลิศและแผนการชาญฉลาด ช่างเป็นคนดีเหลือเกิน ถูกชะตา ถูกชะตา สกุลซ่งต้าหลียังขาดผู้ถวายงานเชื้อพระวงศ์หรือไม่?

มาช้าไปสักหน่อย เป็นผู้ถวายงานอันดับหนึ่งไม่ทัน ข้าสามารถเป็นอันดับรองได้นะ!” เว่ยป้อยิ้มถาม “จริงหรือ?”

เซี่ยโก่วถามหยั่งเชิง ”อาจารย์เว่ย พวกเราคือพวกเดียวกัน ท่านห้ามช่วยคนนอกหลอกคนกันเองนะ” เว่ยป้อหัวเราะร่วน “แม่นางเซี่ยไม่เห็นเป็นจริงเป็นจังก็ช่างเถิด”

ไม่มีเรื่องจะคุยเรียกเว่ยเย่โหยว มีเรื่องจะปรึกษาเรียกอาจารย์เว่ย? ภูเขาลั่วพั่วของพวกเจ้าช่างมีขนบธรรมเนียมที่ดีจริงๆ

แต่ละคนต่างก็ไม่รู้ว่าไปเรียนรู้นิสัยเสียๆ มาจากใคร เซี่ยโก่วเอ่ยเร่งรัด “พี่ใหญ่เว่ย ให้คำยืนยันที่แน่ใจมาสักคำสิ”

เว่ยป้อร้องเอ๊ะ เขาถึงกับเรือนกายไม่มั่นคง ไม่เพียงแค่สองเท้าที่เหมือนจมอยู่ใต้โคลนเท่านั้น แต่ราวกับว่าเนินฝูเหยาทั้งแห่งล่องลอยเหมือนกระดาษบางๆ

แผ่นหนึ่งที่ส่ายไหวไปตามสายลม เพียงแต่ว่าภาพเหตุการณ์ผิดปกติที่ไม่ธรรมดานี้เกิดขึ้นแค่วูบเดียวก็หายไป ย้อนกลับไปมองเด็กสาวสวมหมวกขนเตียว

นางกระทืบเท้าเบาๆ ช่วยสลายริ้วกระเพื่อมของปราณแห่งมรรคาส่วนนี้ทิ้งไป คล้ายกับว่าเคยชินกับสิ่งนี้มานานแล้ว

เว่ยป้อใช้เสียงในใจถาม “นี่คือ?” เซี่ยโก่วยิ้มกว้าง เพียงแค่ใช้เสียงในใจตอบกลับไปคำเดียวว่า “มรรคา”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!