บทที่ 1124.2 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสำรอง (สี่)
ย้อนกลับไปมองทางฝั่งของโต้วโค่ว มีแค่วัตถุที่หลอมเล็กในอดีตไม่กี่ชิ้นที่ถูกละทิ้งไม่ได้เอาไปใช้งาน ระดับขั้นล้วนไม่สูง
นี่ก็สอดคล้องกับการที่นางมีชาติกำเนิดเป็นผู้ฝึกตนอิสระแล้ว
ผู้ฝึกกระบี่อัตคัดขัดสนจริงๆ
ใส่ของสองชิ้นไว้ในชายแขนเสื้ออีกครั้ง ต้องรอให้สามีภรรยาที่ลั่นกลองรบถอนทัพคู่นั้นกลับมาถึงจะออกเดินทางได้
อยู่ว่างๆ ก็ไม่มีอะไรทำ เฉินผิงอันจึงกลับเข้าไปในห้อง ช่วยจัดระเบียบตู้โต๊ะที่ล้มระเกะระกะให้กลับมาตั้งวางดีๆ ใหม่อีกครั้ง
มองออกว่าเจ้าของคนเก่าคือบัณฑิตที่แท้จริงคนหนึ่ง ตำราที่เก็บสะสมไว้ไม่มีฉบับใดที่พิมพ์ซ้ำ
บนตำราส่วนใหญ่จะต้องมีตราประทับ คำวิจารณ์ขอบหน้า คำจารึกท้ายเล่ม เป็นการอ่านหนังสือจริงๆ ไม่ใช่การ ”ดู” หนังสือที่ดี
วันนี้สามีภรรยาคู่นั้นไปที่เรือนด้านหลังที่เงียบสงบกันอีกครั้ง
ตอนกลับมากลับเห็นว่ามีสตรีสวมชุดสีเขียวหน้าตางดงามหาตัวจับยากคนหนึ่งเพิ่มมา
เซี่ยซานเหนียงถึงกับรู้สึกละอายใจที่ตัวเองสู้อีกฝ่ายไม่ได้
สตรีชุดเขียวผู้นั้นนั่งใต้ชายคาเคียงข้างเฉินเซียนซือ
ชายฉกรรจ์เห็นบุคคลที่คล้ายเทพธิดาบนสวรรค์เช่นนาง ไหนเลยจะกล้ามีความคิดไม่ซื่อ
รู้สึกเพียงว่าเฉินเซียนซือเดินอยู่ในตลาดกับนางย่อมทำให้คนอดคาดเดาไม่ได้ว่าบุรุษต้องมีเงินมากเลยกระมัง
ผู้ที่มาเยือนก็คือชิงถงที่เดินทางจากเมืองหลวงแคว้นอวิ่นเหยียนมาที่นี่ อันที่จริงยังอยู่ห่างจากตำแหน่งที่นัดหมายกันไว้ในจดหมายอีกหลายร้อยลี้
เพียงแต่ว่าชิงถงทนอยู่ว่างๆ ไม่ไหว
แม้เฉินผิงอันจะจงใจเก็บกลิ่นอายมรรคาบนร่างลงไป แต่กลับไม่ได้คิดจะปิดบังร่องรอยการเดินทางเสียทั้งหมด
จะดีจะชั่วชิงถงก็เป็นขอบเขตบินทะยานคนหนึ่ง ร่ายวิชามองขุนเขาสายน้ำผ่านฝ่ามือ มองมาไกลๆ ก็เห็นได้แล้ว
แต่ก็ยังรอให้เฉินผิงอันมาหลบฝนที่นี่ก่อนถึงจะตัดสินใจเผยตัวก่อนกำหนด
ส่วนทำไมเฉินผิงอันถึงพาชายหญิงที่ติดไฟกันได้ง่ายคู่นั้นติดตามมาข้างกายด้วย ชิงถงไม่ได้ประหลาดใจกับเรื่องนี้นัก
จำต้องยอมรับว่าขอบเขตของทั้งสองคนต่ำต้อย สามารถมองข้ามไปได้เลย
ทว่าลูกเล่นบนเตียงกลับมีมากมายนัก เรียกได้ว่าหากเล่นหมากล้อมก็เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ เป็นแม่ทัพก็เจอยอดฝีมือ
ก่อนหน้านี้เห็นว่าข้างกายเฉินผิงอันไม่มีเสี่ยวโม่ที่สวมหมวกเหลืองรองเท้าเขียวติดตามมาด้วย ชิงถงก็อดรู้สึกผ่อนคลายสบายใจอย่างห้ามไม่ได้
นักพรตเนิ่นที่พอจะถือว่าเป็นคนบ้านเดียวกันได้ครึ่งตัวรู้เรื่องวงในมากยิ่งกว่า
ดังนั้นพอได้ยินเรื่องนี้ก็ค่อนข้างจะไม่พอใจ
เจ้าขุนเขาเฉินท่านผู้มีความประพฤติสูงส่งและคุณธรรมอันผ่องใส ไม่ชอบชื่อเสียงจอมปลอม ถ้าอย่างนั้นก็ยกให้ข้าเสียสิ
โลกภายนอกต้องรู้ว่าข้านักพรตเนิ่นลงมือด้วยตัวเอง มีหรือจะรู้สึกสงสัยอะไร
เนื่องจากเฒ่าตาบอดกับหลี่หวยต่างก็ไม่อยู่ข้างกาย ทุกวันนี้นักพรตเนิ่นจึงเหมือนตัวพองได้แล้ว
แคว้นเล็กขนาดเท่าฝ่ามืออย่างแคว้นอวิ่นเหยียนนี้ เมืองหลวงจะใหญ่ได้สักแค่ไหนกันเชียว ทว่าสถานที่เล็กๆ แห่งนี้กลับมีบินทะยานอยู่ถึงสามคน
หยางจื่อที่ใช้นามแฝงว่าจิ่งชิง กลายมาเป็นผู้ถวายงานของสกุลเหยาต้าเฉวียน
นักพรตเนิ่นที่ทั้งการย้ายภูเขาและการหลอมภูเขาล้วนทำไปพร้อมกันได้ทั้งสองอย่าง ขอบเขตบินทะยานตนนี้ ออกมาจากภูเขาใหญ่แสนลี้แล้วก็คล้ายกับว่าเริ่มจะดวงดีเจริญก้าวหน้า
ยังต้องรวมถึงเฝิงเซวี่ยเทาที่มีฉายาว่าชิงหมี่ด้วยอีกคน
ทุกวันนี้เขาถูกเจียงซ่างเจินทำให้เดือดร้อน ชื่อเสียงในใบถงทวีปฉาวโฉ่เละเทะ เขาไม่ยินดีจะไปอยู่ที่สำนักกุยหยกหรือไม่ก็พื้นที่มงคลถ้ำเมฆา
จึงมาอยู่ที่แคว้นอวิ่นเหยียนทำท่าเป็นผู้ถวายงานแทนจางเฟิงกู่ที่มีฉายาว่าเหล่าเซียงผู้นั้น
จางเฟิงกู่คือบรรพจารย์ที่ทุกวันนี้มีลำดับอาวุโสสูงที่สุดและมีอายุมากที่สุดของสำนักกุยหยก คือศิษย์น้องของสวินยวน
ไม่ว่าจะเป็นเจียงซ่างเจินหรือเว่ยอิง เจ้าสำนักก่อนหลังสองคนต่างก็พูดได้ว่าล้วนเป็นผู้เฒ่าที่มองดูพวกเขาเติบโตมา
ต้องมีคนคอยช่วยสำนักกุยหยกจับตามองที่นี่ ขณะเดียวกันก็รับผิดชอบจัดการกิจธุระต่างๆ
สำนักกุยหยกไม่กล้าเรียกใช้งานผู้ถวายงานขอบเขตบินทะยานเช่นนี้ ดังนั้นเจียงเหิงนายน้อยแห่งพื้นที่มงคลถ้ำเมฆาจึงต้องมาประจำการอยู่ที่เมืองหลวง
บิดาของเขาสามารถพูดคุยกับผู้อาวุโสชิงหมี่ได้อย่างไร้ข้อจำกัดยำเกรง
แต่เจียงเหิงกลับไม่กล้าละเลยอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรก็เป็นขอบเขตบินทะยานที่ตบะลึกล้ำสูงส่งคนหนึ่ง
หากมาเป็นแขกที่ใบถงทวีปเร็วกว่านี้สักสี่สิบห้าสิบปี เกรงว่าผู้นำเซียนซือที่พยศ แข็งกร้าวอย่างตู้เม่าก็น่าจะยังไม่กล้าตะโกนสั่งการผู้ฝึกตนอิสระอย่างเฝิงเซวี่ยเทาเลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่ว่าเมื่ออยู่กับเฉินผิงอันที่ห่างจากท่าเรืออวี่หลินไปแค่ไม่กี่ก้าว ชิงถงกลับจงใจละไว้ไม่พูดถึงหยางจื่อ
เฉินผิงอันจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้ตามไปด้วย
ชิงถงกล่าว “ขอบคุณนะ”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย ”สะดวกคนอื่นก็สะดวกต่อตัวเอง
ที่บ้านเกิดมีคำโบราณบอกไว้ว่าเรื่องดีๆ ที่ออกแรงเล็กน้อยแต่ไม่ต้องจ่ายเงิน หากทำได้ก็ทำ ต้องทำให้เยอะๆ ด้วย พอแก่ตัวไปจะได้มีโชคในช่วงบั้นปลายได้ง่าย”
ที่แท้นอกจากจะย้ายออกไปจากพื้นที่ภาคกลางของใบถงทวีปแล้ว อันที่จริงสำหรับผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจในพื้นที่ของทวีปนี้แล้ว ช่วงนี้ยังมีสถานที่ดีๆ ที่ไปเยือนได้เพิ่มขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง
คือพรรคอักษรจงที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาบนโลก ชื่อว่าภูเขาอู๋ถง เจ้าสำนักมีฉายาว่าชิงอวี่คือผู้ฝึกตนขอบเขตหยกดิบคนหนึ่งที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
ภูเขาอู๋ถงป่าวประกาศแก่ภายนอกว่าที่พรรคจะรับแค่ผู้ฝึกลมปราณ “น้ำขุ่นบนภูเขา” ที่มีชาติกำเนิดมาจากภูตเท่านั้น
ส่วนแบ่งที่ทำให้ได้สร้างสำนักใหม่ขึ้นมาในใบถงทวีปนี้ แน่นอนว่าเป็นเฉินผิงอันที่ช่วยไปขอมาให้
อันที่จริงจากคุณวุฒิและประสบการณ์ของชิงถงแล้ว หากเขาคิดจะส่งจดหมายไปให้ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางแล้วบอกว่าตัวเองอยากก่อตั้งสำนัก เป็นบรรพบุรุษเปิดภูเขาของพรรคอักษรจงแห่งหนึ่ง ก็อาจจะได้และอาจจะไม่ได้
เพียงแต่ว่าชิงถงกลับกลัวจะเสียหน้า ยิ่งมิอาจยอมรับผลที่หากถูกทางศาลบุ๋นปฏิเสธมาได้
ดังนั้นเฉินผิงอัน หรือควรจะพูดให้ถูกก็คือรองผู้อำนวยการเหมาแห่งสถานศึกษาหลี่จี้จึงทำตัวเป็น “พ่อสื่อ” ไปรอบหนึ่ง
ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางอนุญาตให้ชิงถงสร้างสำนักใหม่ เปิดประตูต้อนรับเผ่าปีศาจในท้องถิ่นของใบถงทวีป
ช่วยให้พวกภูตตามป่าเขาที่ทุกวันต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญผวา ลำบากยากเข็ญเกินกว่าจะบรรยายทั้งหลายให้มีที่พึ่งพิง
เรื่องของการค้นภูเขาของเหล่าผู้ฝึกลมปราณในทวีปต่างๆ มักจะเกิดเรื่องสกปรกโสมมที่มิอาจบอกกล่าวใครได้เสมอ
ทั้งๆ ที่เป็นการหลบหายนะเหมือนกัน ผู้ฝึกตนทำเนียบได้กลับมาเห็นแสงตะวันอีกครั้ง ได้สร้างพื้นที่ประกอบพิธีกรรมขึ้นมาใหม่ แต่พวกเขากลับต้องคอยหลบซ่อนตัวอยู่ตลอด ความไม่พอใจจึงมีอยู่ไม่น้อย
ทุกวันนี้สถานศึกษาต้าฝูต้องคอยจัดการเรื่องความขัดแย้งหลากหลายรูปแบบ ยุ่งจนหัวหูแทบไหม้
เป็นเหตุให้ในบางระดับแล้ว การก่อสร้างการขุดเจาะลำน้ำใหญ่ของใบถงทวีป ได้ทำการจัดระเบียบเส้นแบ่งระหว่างภูเขาสายน้ำของสถานที่ต่างๆ ให้ชัดเจน
พอได้ยินอย่างนี้เซี่ยโก่วก็ไม่พอใจทันที ยังดีที่เสี่ยวโม่บอกอีกว่าหากไม่ตีกันก็ไม่ได้รู้จักกัน
อีกฝ่ายเป็นผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อของสำนักกระบี่ชิงผิงแล้ว แล้วยังถูกเจ้าขุนเขามองเป็นผู้ปกป้องมรรคาเบื้องหลังของสำนักเบื้องล่างทั้งแห่งอีก
เซี่ยโก่วจึงเอ่ยไปประโยคหนึ่งว่า ไม่เลือกเลยจริงๆ
แต่ชิงถงกลับจำเด็กสาวสวมหมวกขนเตียวที่สองแก้มแดงเป็นปื้นตรงหน้านี้ไม่ได้
ทว่าการที่นางเอ่ยคำว่าสหายปี้เซียว เสี่ยวโม่ของข้า กลับทำให้ชิงถงรู้หนักเบารู้ผลดีและผลร้ายได้
อายุขัยในการฝึกตนยาวนานพอก็สามารถคุยโวได้โดยไม่ต้องร่างคำพูด
บอกว่าตัวเองเป็นสหายสนิทกับใครก็ได้ แต่แทบไม่มีใครที่กล้าบอกว่าตัวเองสนิทกับเจ้าแห่งถ้ำปี้เซียวเรียกอีกฝ่ายว่าสหายได้
หากเจ้าแห่งถ้ำปี้เซียวรู้เข้าก็จะทำให้คนประเภทนี้ได้ “สนิท” ด้วยจริงๆ แล้ว
เฉินผิงอันเห็นว่าอีกฝ่ายจำเซี่ยโก่วไม่ได้ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก หาไม่แล้วจะไม่กลายเป็นว่าใช้บุญคุณของผู้อื่นมาเป็นเกราะป้องกันตัวเอง แล้วยังข่มขู่หลอกล่อด้วยผลประโยชน์หรอกหรือ?
ชิงถงไม่กล้าอยู่นาน ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็หยิบเอากล่องไม้ใบหนึ่งที่เตรียมไว้ในชายแขนเสื้อมานานแล้วออกมา ยื่นส่งให้เฉินผิงอัน
เฉินผิงอันเอ่ยขอบคุณ ชิงถงบอกว่าหากมีเวลาว่างก็ไปนั่งเล่นที่ภูเขาอู๋ถงบ้าง
เฉินผิงอันบอกว่าแน่นอน เพียงแต่ชิงถงไม่ลืมเอ่ยเตือนไปประโยคหนึ่งว่า ถึงเวลานั้นเจ้าขุนเขาขึ้นไปบนภูเขาแล้วก็อย่าได้บอกกล่าวสถานะ
เฉินผิงอันพูดไม่ออก
มีใครเขาเชื้อเชิญแขกขึ้นภูเขาอย่างเจ้าบ้าง? ไม่เห็นข้าเป็นคนนอกเลยจริงๆ ?
รอกระทั่งชิงถงที่จิตใจละเอียดอ่อนดุจเส้นผมซึ่งไม่ได้หดย่อภูเขาสายน้ำเดินจากไปไกลแล้ว เซี่ยโก่วก็เอ่ยอย่างอัดอั้นว่า “นี่มันเรื่องอะไรกัน เจ้าหมอนี่รำคาญข้ามากเลยหรือ?”
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “คาดว่าสหายชิงถงน่าจะเดาตัวตนของเจ้าออกแล้ว”
สามีภรรยาคู่นั้นไม่กล้าหายใจแรง เฉินผิงอันแนะนำพวกเขาให้รู้จักกัน “ข้ามีภูเขาลูกเล็กอยู่ลูกหนึ่ง นางคือผู้ถวายงานอันดับรอง”
ไม่รอให้คนทั้งสองพูดจาตามมารยาท เซี่ยโก่วก็โบกมือเป็นวงกว้าง “อย่าได้เกรงใจ”
เซี่ยโก่วพลันหัวเราะคิกคักถามว่า ”พวกเจ้าสองคนเป็นสามีภรรยากันหรือ?”
ฟ่านถงกับเซี่ยซานเหนียงไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ แต่ก็ยังคงพยักหน้ารับ
เซี่ยโก่วยกสองมือกุมเป็นหมัด ยิ้มกว้างเอ่ยว่า ”ขอให้ร่วมชีวิตกันด้วยความผูกพันรักใคร่ ให้กำเนิดบุตรในเร็ววัน”
เท้าหน้าของชิงถงเพิ่งจะจากไป ก็มีผู้เฒ่าชุดเหลืองมาร่วมวงความครึกครื้นที่นี่ ตบะสูงส่งลึกล้ำ หนึ่งก้าวก็ข้ามผ่านภูเขาสายน้ำหนาชั้นมาได้
สองเท้าของผู้เฒ่าเหยียบลงบนผิวน้ำ ชายแขนเสื้อสองข้างพองสะบัด วิชาอภินิหารหลบเลี่ยงน้ำที่มีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดทำให้น้ำในสระซัดกระเพื่อมไม่หยุด ก่อนจะถูกกวาดไปหมดเกลี้ยง
ประหนึ่งมีดอกไม้น้ำสีมรกตดอกใหญ่มโหฬารผุดขึ้นมา เพียงแต่ว่าดอกไม้น้ำนี้เบ่งบานเพียงชั่วครู่เดียวก็หายวับไป กลับคืนไปสู่สระน้ำอีกครั้ง
ผู้เฒ่าชุดเหลืองเดินย่ำคลื่นน้ำมาทางเรือนหลังนั้น สะบัดชายแขนเสื้อ หัวเราะร่วนเอ่ยว่า ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอเจ้าขุนเขาเฉินในสถานที่กันดารเช่นนี้
นักพรตเนิ่นไล่ตามภาพเหตุการณ์ผิดปกติของแสงรุ้งเส้นนั้นมา อยากจะมาดูว่าจะมีโอกาสได้สร้างชื่อให้ระบือไกลหมื่นทิศหรือไม่
ก่อนหน้านี้อยู่ที่เกาะยวนยาง ต่อสู้ตัวต่อตัวกับผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานของไพศาล รสชาติจากการที่มีชื่อเสียงในศึกศึกเดียว ไม่เลวเลยจริงๆ นะ
พอมาถึงแล้วถึงได้พบว่าเป็นเจ้าเฉินผิงอันผู้นี้ นักพรตเนิ่นจึงรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
ฟ่านถงอดทอดถอนใจในใจไม่ได้ เฉินเซียนซือรู้จักคนประหลาดมหัศจรรย์เยอะมากจริงๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!