เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1124

บทที่ 1124.3 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสำรอง (สี่)

สตรีกลับมีความรู้สึกประหลาด ก่อนหน้านี้กำจัดปีศาจที่วัดร้าง จากนั้นยังมีสหายบนภูเขามาร่ายวิชาอภินิหารเป็นเจินเหรินที่เปิดเผยหน้าตาติดต่อกัน

เฉินเซียนซือที่ลักษณะเป็นบัณฑิตอ่อนแอผู้นี้… คนเราจะดูกันแต่รูปโฉมภายนอกไม่ได้จริงๆ

เซี่ยโก่วยืนพิงกำแพง อ้าปากหาว

นักพรตเนิ่นยิ้มตาหยีถามว่า “เจ้าขุนเขาเฉิน สหายท่านนี้คือ?”

เซี่ยโก่วแย่งตอบ “เจ้าก็คือเจ้าตัวที่สหายจื่อสือเลี้ยงเอาไว้…”

เฉินผิงอันกระแอมหนึ่งที เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวก็ได้แต่เปลี่ยนคำพูดใหม่ “คือสุนัขผู้นั้น?”

คำกล่าวว่าสุนัขนี้เป็นคำพูดที่เรียนรู้มาจากเจิ่งจวีจงตอนอยู่ที่กำแพงเมืองปราณกระบี่ก่อนหน้านี้

เฉินผิงอันไม่กล้าให้เซี่ยโก่วพูดคุยกับนักพรตเนิ่นมากไปกว่านี้จริงๆ จึงใช้เสียงในใจอธิบายว่า ”นามแฝงคือเซี่ยโก่ว ฉายาไป๋จิ่ง นางกับเสี่ยวโม่เป็นคนรักกัน”

นักพรตเนิ่นมีสีหน้าเป็นปกติ กุมหมัดเอ่ย “ที่แท้ก็ผู้อาวุโสไป๋จิ่ง”

เซี่ยโก่วเบ้ปาก ไม่รับคำ

ตัวนางเองมีจินตนาการความคิดแล่นไปไกล หากพูดกันถึงแค่หนังหน้า เฒ่าตาบอดของภูเขาใหญ่แสนลี้ ปีนั้นก็ช่างหล่อเหลาคมคายจริงๆ

พูดไปแล้วก็แปลก ในอดีตก็เคยเจอจื่อสือที่ควักลูกตาของตัวเองอยู่หลายครั้ง แต่เซี่ยโก่วกลับไม่เคยมีความรู้สึกเหมือนตอนที่ได้พบเสี่ยวโม่

เฉินผิงอันดึงตัวนักพรตเนิ่นมาพูดคุยเรื่องลำน้ำใหญ่กัน

นักพรตเนิ่นถ่อมตัวอย่างมากแค่ว่าไปตามสถานการณ์ ไม่พูดถึงความเหนื่อยยากของตัวเองเลยสักนิด เหมือนบุคคลผู้มีความเมตตาและยึดมั่นในความชอบธรรมที่ไม่รับคำชมเชยจากคนอื่น

เซี่ยโก่วไม่ชอบฟังกิจธุระในโลกมนุษย์พวกนี้ จึงเข้าห้องไปเลือกหนังสือ เจอชื่อหนังสือที่ถูกใจก็เอาหนังสือยัดใส่ไปชายแขนเสื้อ

เพียงไม่นานนักพรตเนิ่นก็ขอตัวลาจากไป ตรงดิ่งไปที่เมืองหลวงแคว้นอวิ่นเหยียนด้วยก้าวเดียวอีกครั้ง ในใจยังหวาดผวาหวั่นเกรงไม่คลาย

เฉินผิงอันนั่งกลับลงไปที่เก้าอี้ เปิดกล่องไม้ออก ด้านในมีใบถงสิบแผ่นที่ล้ำค่าหายาก

ผ่านเหตุการณ์นี้มา สองสามีภรรยาก็เริ่มมีความคิดอยากจะแยกทางออกไปแล้ว

ฟ่านถงเป็นคนที่ไม่รู้จักพูด ยังคงเป็นเซี่ยซานเหนียงที่เปิดปาก หาข้ออ้างในการแยกตัวออกไป

เฉินผิงอันก็ไม่ได้รั้งเอาไว้ เพียงแค่บอกว่ารอสักเดี๋ยว แล้วเขาก็ไปหยิบตำราสองเล่มมาจากในห้อง มอบให้พวกเขาคนละเล่ม เอ่ยสัพยอกไปว่าในตำราย่อมมีเรือนทองคำและข้าวเปลือกจำนวนมาก

นี่ถือว่าเป็นการเอาของของคนอื่นมาใช้เป็นประโยชน์ของตนหรือไม่? คาดไม่ถึงว่าเทพเซียนผู้เฒ่าที่ดูแคลนเงินทองประเภทนี้จะยังรู้จักใช้ชีวิตด้วย

เพียงแต่ว่าการกระทำตามมารยาทนี้กลับทำให้ฟ่านถงและเซี่ยซานเหนียงรู้สึกตกใจที่ได้รับความเมตตาโดยไม่คาดฝันจริงๆ

แม้จะบอกว่าแรกเริ่มที่มาสวามิภักดิ์ต่อเซียนซือผู้นี้ก็เพราะคาดหวังว่าจะได้โชควาสนาตระกูลเซียน

แต่สามารถเดินทางเคียงข้างเขามาได้ระยะทางหนึ่ง ได้พบเจอกันด้วยดีและจากลากันด้วยดีก็ถือว่าดีเยี่ยมมากแล้ว

ออกจากเรือนพำนักกลางป่าแห่งนั้นมาไกลมากแล้ว เซี่ยซานเหนียงไม่เหมือนกับชายฉกรรจ์ที่หยาบกระด้าง

นางหยิบตำราเล่มนั้นออกมาจากชายแขนเสื้อ ทันใดนั้นก็ต้องเบิกตากว้าง ก่อนจะหันไปมองหน้าฟ่านถงตาปริบๆ

คำว่าในตำรามีอะไร ไม่ใช่คำโกหกจริงๆ เพราะในตำราแต่ละเล่มมีเงินเทพเซียนเหรียญหนึ่งสอดแทรกเอาไว้

เซี่ยซานเหนียงเป็นผี จะดีจะชั่วก็เคยจับเงินเกล็ดหิมะ เคยเห็นเงินร้อนน้อย และเคยได้ยินชื่อเงินฝนธัญพืชมาก่อน

สองนิ้วของเซี่ยซานเหนียงที่คีบเงินเทพเซียนเหรียญนั้นสั่นเทา พึมพำว่า

“เงินฝนธัญพืช ต้องเป็นเงินฝนธัญพืชในตำนานแน่นอน เท่ากับเงินเกล็ดหิมะถึงหนึ่งพันเหรียญเชียวนะ”

มิน่าเล่าก่อนหน้านี้มีครั้งหนึ่งที่พูดคุยกัน เซียนซือผู้นั้นมองดูคล้ายถามชวนพวกเขาสองสามีภรรยาคุยว่าในมือมีเงินเหลือหรือไม่ จะใช้ชีวิตกันอย่างไร

นางพลันหันไปจ้องชายฉกรรจ์เขม็ง ฟ่านถงกำเงินเทพเซียนเหรียญนั้นไว้แน่น คล้ายกับว่าต้องการถือให้พอใจเสียก่อน ก่อนจะเป็นฝ่ายยื่นส่งไปให้นาง

ฟ่านถงเคยพูดคุยกับเซียนซือท่านนั้นเป็นการส่วนตัว ฝ่ายหลังบอกว่าในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเซี่ยซานเหนียงสามารถตายเพื่อเขาได้

แน่นอนว่าฟ่านถงต้องคลางแคลงไม่เข้าใจ บอกว่าเรื่องประเภทนี้จะรู้ได้อย่างไร จะแน่ใจได้อย่างไร คงไม่ใช่ว่าเซียนซือดูดวงได้หรอกนะ?

ตอนนั้นเซียนซือผู้นั้นพูดอย่างหนักแน่นบอกว่าตัวเองเคยตั้งแผงดูดวงมาก่อน พอจะดูโหงวเฮ้งคนเป็นอยู่บ้างจริงๆ

ฟ่านถงรู้สึกว่าเซียนซือไม่มีความจำเป็นต้องหลอกตน เขาจึงเชื่อ

ในเมื่อกระทั่งชีวิตของตัวเอง สตรีก็ยังสละได้ ก็ไม่มีเหตุผลให้ตนสละเงินเทพเซียนเหรียญเดียวไม่ได้

เวลานี้สตรีเลิกคิ้ว คลี่ยิ้มหวาน ชายฉกรรจ์ที่มีโชคด้านความรักไม่เลวก็รู้แล้วว่ามีลูกเล่นแปลกใหม่รอตนอยู่แล้ว

อันที่จริงในหนังสือเล่มนั้นของชายฉกรรจ์ยังมีเงินร้อนน้อยอีกเหรียญ ชายฉกรรจ์เข้าใจได้ทันทีว่าสามารถเก็บไว้เป็นเงินส่วนตัวได้!

ต้องเป็นคนมีประสบการณ์มาก่อนซึ่งตอนอยู่บ้านกระเป๋าเงินเคยฟีบแบนแน่นอน!

มิน่าเล่าครั้งนี้เฉินเซียนซือเดินทางอยู่ข้างนอกถึงได้ไม่รีบไม่ร้อน เยือกเย็นได้ถึงเพียงนี้

บนเส้นทางนอกภูเขา หันหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งของเรือนเก่าโทรมกลางภูเขา สตรีที่ทุกวันนี้เคยชินกับการไม่แต่งหน้าประทินโฉมยอบกายคารวะอย่างสำรวม ชายฉกรรจ์ก็กุมหมัดคารวะอยู่ไกลๆ

เมื่อวานจากไปอย่างรีบร้อน วันพรุ่งนี้ที่มาถึงอย่างเชื่องช้า ตัวอยู่ตรงกลาง มีแต่ความมึนงง

พาเซี่ยโก่วมาถึงริมชายแดนของแคว้นอวิ่นเหยียน เฉินผิงอันเดินไปบนยอดเขาลาดชันห้าแห่งที่เหมือนนิ้วมือเอื้อมแตะไปยังฟ้าคราม

สถานที่ที่ภูเขาสวยน้ำใสมักจะมีสิ่งปลูกสร้างเก่าของตระกูลเซียนอยู่เป็นจำนวนมาก

ในภูเขามีวัดวาอารามที่ปริแตกผุพังและร่องรอยของการหลอมยาอยู่ไม่น้อย

น่าเสียดายที่ทุกวันนี้ปราณวิญญาณบางเบา ไอสกปรกขุ่นมัวปะปนกัน ไม่เหมาะกับการบุกเบิกเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอีกครั้ง

การที่มาเยือนที่นี่ก็เพราะเฉินผิงอันสังเกตเห็นว่าในภูเขามีประกายแสงวิบวับ เดี๋ยวมีดเดี๋ยวสว่าง เห็นได้ชัดว่าเป็นลางของการสร้างศาลเถื่อน

เฉินผิงอันกล่าว “หากรู้สึกเบื่อก็ไปเดินเล่นได้”

เซี่ยโก่วถาม ”พวกเราอ้อมเส้นทางมาที่นี่เพราะจะมาดูว่าเทพภูเขาในพื้นที่เป็นฝ่ายธรรมะหรืออธรรม? แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะช่วยอีกฝ่ายหรือจะปิดภูเขาสั่งห้ามเข้าพื้นที่?”

หากเป็นเช่นนี้จริง นางก็ไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อเลยสักนิด นางกำหมัดถูฝ่ามือ ทำท่ากระเหี้ยนกระหือรือ

เพียงแต่ว่าใบถงทวีปผ่านการค้นภูเขาต่อเนื่องมานานหลายปี คิดอยากจะหาตัวกากเดนเผ่าปีศาจของเปลี่ยวร้างให้เจอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการขุดเจาะลำน้ำใหญ่ ภูเขาสายน้ำในภาคกลางของทวีป ผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจในท้องถิ่นต่างก็ไม่กล้าไปหาเรื่องซวยใส่ตัว พากันย้ายออกไปอยู่ที่อื่นให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

แน่นอนว่าต้องด่าพวกตัวการร้ายอย่างสำนักกระบี่ชิงผิง สำนักกุยหยก สกุลเหยาต้าเฉวียนสักสองสามประโยค

เพราะคนต่างถิ่นแซ่เฉินผู้นั้น เขาคือเจ้าแห่งสำนักเบื้องบนของสำนักกระบี่ชิงผิง

ได้ยินว่าคนผู้นี้เป็นคนรู้จักเก่ากับฮ่องเต้หญิงสกุลเหยา จึงมีการแต่งเรื่องราวรักใคร่ของชายหญิงวัยเดียวกันคู่นี้ขึ้นมา

เนื้อหาน่ะหรือ แต่งให้ละเมียดละไมอ่อนหวานได้เท่าไรก็แต่งให้ได้มากเท่านั้น โรงพิมพ์จัดพิมพ์เป็นเล่ม ยอดขายไม่เลว ตั้งกำไรน้อยแต่ขายได้มาก ถึงกับเป็นเส้นทางทำเงินเส้นหนึ่งจริงๆ

ท่าเรือตระกูลเซียนขนาดไม่ใหญ่แต่ใช้วิธีการดิบเถื่อนก็ล้วนขายตำราเล่มนี้ หรือไม่ก็ถูกโรงเตี๊ยมตระกูลเซียนบางแห่งที่ถือโอกาสทำกานค้าไม่ถูกไม่ควรเอามามอบให้แขกเปล่าๆ ด้วย

ดูเหมือนว่าเฉินผิงอันจะกำลังรอคน หรือไม่ก็รอเหตุการณ์ จึงให้คำแนะนำกับเซี่ยโก่วว่า “ได้ยินมาว่าทางทิศใต้ของใบถงทวีปมีพื้นที่ลับไร้เจ้าของแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นมา เจ้าสามารถแวะไปดูที่นั่นได้”

ดูเหมือนว่าจะเป็นซากปรักพื้นที่ประกอบพิธีกรรมส่วนตัวของจินเซียนยุคบรรพกาล หอสูงงามวิจิตรประหนึ่งวิมานสวรรค์ ดั่งพระราชวังของจักรพรรดิ สถานที่หลอมยาของเซียนเหรินยุคโบราณ ไม่ใช่กลายเป็นเทพลอยขึ้นฟ้าทิ้งบ่อหยกเอาไว้ก็กลายเป็นหญ้ารกชุ่มน้ำจมจนแทบกลายเป็นเกาะ

จากข่าวลือเล็กๆ ที่แพร่ออกมาในทุกวันนี้ ซากปรักแห่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาบนป้ายศิลาหรือตัวอักษรที่แกะสลักไว้บนหน้าผา ล้วนใช้ถ้อยคำที่ใหญ่โตมาก

ยกตัวอย่างเช่นป้ายหินหน้าประตูภูเขาก็มีประโยคที่ว่า ”มอบตำรับอมตะให้ เจ้าสามารถหลอมแก่นธาตุและวิญญาณได้ หลอมสามพลังสำคัญด้วยน้ำและไฟ”

กินยาบินทะยาน ในยุคโบราณก็ยังมีกรณีตัวอย่างแท้จริงที่มีหลักฐานให้พิสูจน์อยู่หลายกรณี นับตั้งแต่ยุคโบราณลงมา เวลาสามพันกว่าปี ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครที่ทำวีรกรรมนี้สำเร็จได้อีก

ดังนั้นเกี่ยวกับซากปรักที่เล่าลือกันว่าอาจจะมีโอสถเซียนอยู่ขวดหนึ่งแห่งนี้ ทางฝั่งของสำนักกุยหยกก็มีการลงมือแล้ว มองว่าเป็นของในกระเป๋าที่ต้องได้มาครองอย่างแน่นอน

บางทีตัวแปรเพียงหนึ่งเดียวก็คือได้ยินมาว่าหวงถิงแห่งภูเขาไท่ผิงก็ไป…เสี่ยงดวงที่นั่นด้วย

ส่วนชุยตงซานและสำนักกระบี่ชิงผิง เอาเป็นว่าตอนนี้ยังไม่ได้ส่งข่าวใดๆ มาให้ตน

เซี่ยโก่วถามอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าขุนเขามีความคิดเกี่ยวกับว่าพื้นที่ลับแห่งนั้นควรจะตกเป็นของใครแล้วหรือ?”

คงไม่ไปเดินเล่นแล้ว หากจะบอกว่าใช้สถานะอันดับรองมาสร้างคุณูปการให้กับภูเขาบ้านตน เซี่ยโก่วก็ไม่ถือสาที่จะต้องไปเยือนครั้งหนึ่ง ถึงอย่างไรก็เป็นการทำงานตามคำสั่งไม่มีข้อห้ามอะไรให้ต้องยำเกรง

หากเจ้าขุนเขารู้สึกว่าสามารถช่วงชิงได้ นั่นก็แสดงว่าต้องช่วงชิงมาได้จริงๆ

เจ้าขุนเขาทำอะไรก็มักจะชัดเจนอยู่แล้ว

เฉินผิงอันส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “แค่กลัวว่าเจ้าอยู่ที่นี่แล้วจะเบื่อ ก็เลยให้เจ้าออกไปผ่อนคลายอารมณ์เท่านั้น บนภูเขามีการพิสูจน์มานานแล้วว่าดินแดนประเภทนี้ต้องดูที่วาสนา ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต่างจากการแต่งงานของชายหญิงสักเท่าไร แตงที่ฝืนเด็ดออกจากขั้วย่อมไม่หวาน ถึงเวลานั้นจะกลายเป็นว่ามีแต่เรื่องเละเทะ”

เซี่ยโก่วแสร้งทำท่าตกตะลึง “เจ้าขุนเขาหมายถึงข้าหรือ? ข้าน้อยทำอะไรผิดไปตรงไหนหรือไม่?”

เฉินผิงอันอ่อนใจ เรื่องพวกนี้ไปเรียนรู้มาจากใครกันนะ

เซี่ยโก่วสอดสองมือรองไว้ใต้ท้ายทอย ถามอย่างสงสัยว่า “คิดจะแยกตัวข้าออกไป คงไม่ใช่ว่าจะทำเรื่องที่บอกกล่าวใครไม่ได้หรอกนะ? พูดจากใจเลยนะ ข้าเอนเอียงเข้าหาเจ้าขุนเขามากกว่า อะไรที่ไม่ควรมองจะไม่มองเด็ดขาด อะไรที่ไม่ควรพูดก็ไม่มีทางพูดแน่นอน”

เฉินผิงอันอธิบาย “แค่คิดว่าด้วยขอบเขตและอายุขัยการฝึกตนนี้ของเจ้า ยังจะมีอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอีก เอาแต่วิ่งวุ่นไปนั่นไปนี่ตามข้าอยู่ตลอดต้องรู้สึกเบื่อมากแน่ๆ”

เซี่ยโก่วกล่าว ”ไม่หรอก วิ่งไปทั่วอย่างไรจุดหมายเช่นนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน”

งานแต่งของตนกับเสี่ยวโม่ สรุปแล้วจะสำเร็จหรือไม่ จะได้เข้าห้องหอกันหรือไม่ ก็ไม่ใช่ว่าต้องให้เจ้าขุนเขาเป็นคนยื่นคำขาดหรอกหรือ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!