เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1127

บทที่ 1127.3 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสำรอง (เจ็ด)

เผยเฉียนมองอาจารย์ฟ่านที่พยายามขึงหน้าให้นิ่งตึงสุดกำลัง มองออกว่าเขาอยากจะด่าคนแล้ว

ในเมื่อไม่มีอะไรให้ต้องพูดคุยกัน อาจารย์ฟ่านจึงเอ่ยขอตัว ไม่อยากสิ้นเปลืองเวลาอีกแม้แต่นิดเดียว

ชุยตงซานถาม ”อาจารย์ฟ่าน อะไรกันน่ะ?”

อาจารย์ฟ่านทนแล้วทนอีก ในที่สุดก็ทนไม่ไหวก่นด่าอย่างไม่สบอารมณ์ ”ออกจากบ้านมาหาเงินน่ะสิวะ!”

เจ้าซิ่วหู่ตัวดี ปล้นคนรวยเอาไปช่วยเหลือคนยากจนจริงๆ หรือนี่?!

ชุยตงซานพึมพำ “จ่ายเงินก่อนสิ”

อาจารย์ฟ่านสูดลมหายใจเข้าลึก หันหน้าไปมองเด็กหนุ่มชุดขาวแล้วกวักมือ หัวเราะร่าเอ่ยเรียก ”เจ้ามานี่”

ความรู้สึกของบรรพจารย์สำนักการค้าท่านนี้ในเวลานี้ก็น่าจะเป็นเหมือนประโยคนั้นที่ชุยตงซานพูดไว้เอง เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาขนาดนี้ น่าเสียดายที่ไม่ใช่คนใบ้

ชุยตงซานกล่าว ”ข้าคงไม่ไปแล้ว ท่านโยนเงินมาก็พอ”

เผยเฉียนเอ่ยเตือน “แค่พอสมควรก็พอแล้วนะ”

ชุยตงซานส่ายหน้า ศิษย์พี่เล็กฝีมือล้ำเลิศใจกล้า ขึ้นชื่อว่าไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว

เผยเฉียนกล่าว “ดูเหมือนว่าอาจารย์จะอยู่ระหว่างเดินทางมาที่นี่”

ชุยตงซานผุดลุกขึ้นยืนเหมือนไฟลนก้น วิ่งเร็วๆ ไปทางหน้าประตู “จะไปเดินเล่นเป็นเพื่อนอาจารย์ฟ่านสักหน่อย”

อาจารย์ฟ่านเดินอยู่ในตรอกเล็ก ไม่ได้หดย่อพื้นที่ไปโดยตรง ตาไม่เห็น ใจจะได้ไม่หงุดหงิด

ชุยตงซานสอดสองมือรองไว้ใต้ท้ายทอย ยิ้มหน้าเป็นพูดว่า “เมื่อผู้ปกครองมีรสนิยมชอบสิ่งใด ผู้ใต้บังคับบัญชาย่อมเลียนแบบสิ่งนั้น คนที่หาเงินได้เก่งที่สุด บางทีอาจยังพอจะเดินออกมาจากกองเงินกองทองได้บ้าง คนที่หากำไรอย่างดุดันที่สุด กลับออกมาไม่ได้ปัจจุบันอนาคต

พวกศิษย์ลูกศิษย์หลานของสำนักการค้าจะหาเงินอย่างไรล้วนต้องจับจ้องมองมายังบรรพบุรุษที่อยู่บนภาพแขวนอย่างท่านแล้วก็ทำตามอย่าง”

อาจารย์ฟ่านกล่าว “เหตุผลนั้นข้าเข้าใจ”

ชุยตงซานยิ้มบางๆ ”กุญแจสำคัญนั้นอยู่ที่คำว่าใจ เรื่องอย่างการหาเงินนี้ก็หนีไม่พ้นว่าวิญญูชนย่อมรู้จักแสวงหาและใช้สอยตามวิถีที่ชอบธรรม จะหาเงินได้มากหรือน้อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ใจเหี้ยมไม่เหี้ยมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

รากฐานในการหยัดยืนของสำนักการค้าก็หนีไม่พ้นสองคำว่าจริงใจ ถ้าอย่างนั้นความจริงใจได้มาอย่างไร? ก็หนีไม่พ้นการที่ว่าทั้งๆ ที่สามารถหาเงินได้มาก แต่กลับยินดีที่จะให้ตัวเองหาเงินได้น้อย

แต่ปัญหาก็คือบนเส้นทางแห่งทรัพย์สินเงินทองของวิถีทางโลกใบนี้ ความจริงใจจะสามารถกลายเป็นตัวหารร่วมใหญ่สุดของการคำนวณได้หรือไม่? คำถามที่คล้ายคลึงกันนี้มีอีกมากมาย สำนักการค้าของพวกท่าน ทุกหนทุกแห่งมีแต่ตรรกะที่ย้อนแย้ง เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ท่านมิอาจประสานความขัดแย้งพวกนี้ให้ราบรื่นได้ ก็ถูกลิขิตมาแล้วว่ามิอาจผสานมรรคาได้”

อาจารย์ฟ่านส่ายหน้า ”ไม่ต้องมาพูดหลักการเหตุผลที่ตื้นเขินพวกนี้กับข้า”

ชุยตงซานหัวเราะหยัน ”ตื้นเขิน?! เปลี่ยนข้าไปเป็นหลี่เซิ่ง ต่อให้พวกท่านจะหาเงินได้มากแค่ไหน ในบรรดาเมธีร้อยสำนัก ก็ได้แต่อยู่อันดับรั้งท้ายไปตลอดกาลเท่านั้นแหละ”

อาจารย์ฟ่านเงียบไม่เอ่ยอะไร

ชุยตงซานเขย่งปลายเท้าตบไหล่ของอาจารย์ฟ่าน “เหล่าฟ่านอ่า หาเงินนี่นะ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก”

อาจารย์ฟ่านยิ้มเจื่อนจนคำพูด

ชุยตงซานดึงมือกลับมา สะบัดชายแขนเสื้อ แล้วจึงเอาสองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า

”ชุยฉานบอกว่าจะชี้ทางเส้นหนึ่งให้กับเจ้า เขาไม่ได้โกหกเจ้า ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้อยู่ที่อนาคต แต่อยู่ที่เวลานั้น นับตั้งแต่นาทีนั้นเป็นต้นมา เจ้าก็อยู่บนเส้นทางที่ชุยฉานช่วยปูให้เจ้าแล้ว นับตั้งแต่นาทีนั้นจนมาถึงตอนนี้ สิ่งเดียวที่เจ้าต้องทำก็คือทำให้เส้นทางแห่งทรัพย์สินเงินทองกับเส้นทางแห่งใจสอดคล้องต้องกัน

นี่จึงเป็นเหตุให้ขณะเดียวกันเขาก็หลอกเจ้าด้วย เขาจงใจยกเอาหลี่เซิ่งมาข่มขู่เจ้า ถึงอย่างไรเมธีร้อยสำนักก็ไม่เหมือนผู้ฝึกตนทั่วไป ผสานมรรคาเลื่อนเป็นขอบเขตสิบสี่ ผ่านด่านทางใจ ไหนเลยจะง่ายขนาดนั้น

การประชุมในศาลบุ๋นคราวก่อน หลี่เซิ่งจงใจยกระดับสำนักการค้าให้สูงขึ้นแต่กลับไม่ยอมหลีกทางให้เจ้าแค่คนเดียว ไยจะไม่ใช่กำลังทดสอบเจ้าอยู่เล่า

ซิ่วหู่ให้เจ้าถอดใจ หากเจ้ายังมีใจหวังว่าตัวเองจะโชคดี ถ้าอย่างนั้นหลี่เซิ่งก็ให้เจ้าถอดใจอีกครั้ง

อาจารย์ฟ่าน เจ้าเชื่อหรือไม่ว่ารอกระทั่งเจ้าเดินออกไปจากตรอกเส้นนี้ก็จะเป็นขอบเขตสิบสี่ได้แล้ว?”

อาจารย์ฟ่านทำท่าครุ่นคิด กึ่งเชื่อกึ่งกังขา

ชุยตงซานยื่นมือออกมา

ใบหน้าของอาจารย์ฟ่านเผยความคลางแคลง

“ฟังคำพูดของข้าแล้วก็ไม่ควรจ่ายเงินสักหน่อยหรือ?”

ชุยตงซานเอ่ยอย่างเดือดดาล ”พวกเราสามคนดื่มเหล้ากินเนื้อไม่ยอมจ่ายเงิน หากเล่าลือออกไปก็กลายเป็นเรื่องตลกน่ะสิ!”

อาจารย์ฟ่านยิ้มพลางควักเงินก้อนหนึ่งออกมามอบให้เด็กหนุ่มชุดขาว

ชุยตงซานหมุนตัวกลับเดินไปทางร้านแห่งนั้น ส่วนอาจารย์ฟ่านก็เดินอยู่ในตรอกเพียงลำพัง

เดินก้าวเร็วๆ เข้าไปในร้าน ชุยตงซานหยิบเศษเงินสองสามเหรียญเอามาวางไว้บนโต๊ะ หันไปขยิบตาให้เผยเฉียน

เผยเฉียนถาม ”อะไร?”

ชุยตงซานใช้เสียงในใจกล่าว ”ข้ากลัวโดนตี รีบหนีเร็วเข้า”

แสงจันทร์เหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านโลกมนุษย์ไปอย่างเชื่องช้า

ในสถานที่ห่างไกลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของธวัลทวีป แคว้นอวิ่นไฉ่มีอาณาเขตไม่ใหญ่ เมืองหลวงก็ยิ่งเล็ก

แคว้นอวิ่นไฉ่คือแคว้นใต้อาณัติของราชวงศ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ทุกปีจะต้องมอบของบรรณาการให้กับแคว้นเหนือหัว ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาของบรรณาการที่มอบให้ก็มีน้อยมาโดยตลอด กลับเป็นแคว้นเจ้าเหนือหัวที่มอบให้กลับคืนมามากกว่า

เพราะไม่ว่าใครก็รู้ว่าแคว้นอวิ่นไฉ่นั้นยากจนจริงๆ ผลผลิตแร้นแค้น ทรัพยากรขาดแคลน แค่แสดงน้ำใจให้เห็นก็พอแล้ว แล้วยังต้องให้ความช่วยเหลือสมทบ

เป็นเหตุให้ขบวนเดินทางของคณะทูตแคว้นอวิ่นไฉ่ขึ้นชื่อว่าตอนมาว่างเปล่า ตอนกลับไปเต็มล้น

นกกระจอกแม้จะตัวเล็ก แต่ก็มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ ที่ว่าการของเมืองหลวงมีมากมายราวกับขนวัว ว่ากันว่าจำนวนยังมากกว่าแคว้นเหนือหัวด้วยซ้ำ

คงเป็นอย่างที่ในตำรากล่าวไว้จริงๆ เพราะมีวิญญาณมากมายคอยปกป้องราชสำนักเล็กๆ เวลาร้อยปีที่ผ่านมาจึงเรียกได้ว่าเป็นปีที่พืชผลอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองปกครองเรียบร้อย ประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุข ไม่เคยเกิดเพลิงสงคราม เป็นช่วงเวลาอันดีงามที่ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลมาโดยตลอด

เมืองหลวงมีทะเลสาบหลี่ว์อินอยู่แห่งหนึ่งที่ต้นหยางต้นหลิวเติบโตให้ร่มเงาเขียวขจี มีคนเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปีไม่ขาดสาย เรือหอเรือนหลากหลายสีสันจอดกันเรียงราย ริมน้ำเหมือนฝูงห่านโผบิน เสียงร้องรำทำเพลงดังไม่ขาดทั้งกลางวันและกลางคืน

โดยรอบทะเลสาบมีทั้งจวนของเจ้ากรม จวนของตระกูลผู้ดีโอ่อ่า จวนตระกูลแม่ทัพตั้งเรียงรายเป็นเพื่อนบ้านกัน มหาเศรษฐีและขุนนางร่ำรวยโอ้อวดอำนาจทางการเงิน บ้านเรือนและสวนส่วนตัวเกาะกลุ่มรวมกันอยู่ที่นี่

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!