เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1128

บทที่ 1128.3 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสำรอง (แปด)

เพียงไม่นานก็มีคนเอ่ยอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นว่า

“เจ้าเด็กเวินอวี่ผู้นี้ไม่ธรรมดา เขากับวิญญูชนหนุ่มทั้งหลายซึ่งรวมเกาเสวียนตู้แห่งสำนักศึกษาไหลหยวนเป็นหนึ่งในนั้นต่างก็เป็นคนที่ทางฝั่งของศาลบุ๋นจะให้การอบรมปลูกฝังเป็นพิเศษ วันหน้าต่างก็เป็นบุคคลที่ต้องได้มีจุดเริ่มต้นกันที่เจ้าขุนเขา เป็นรองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการของสถานศึกษา

หันอวี่ซู่อยู่ที่นั่นคงไม่ได้พูดจนหมดเปลือกไปแล้วหรอกนะ? ขออย่าให้กลายเป็นว่าผ่านไปแค่ไม่กี่วันก็มีข่าวส่งออกมาจากสำนักศึกษาเทียนมู่ว่าหันอวี่ซู่ถูกพาตัวไปดื่มชาที่สวนกงเต๋อเลย”

แล้วก็มีคนที่ช่วยพูดทวงความเป็นธรรมให้กับเจ้าสำนักหัน ”ดูเหมือนว่าเวินอวี่จะเป็นผู้ฝึกกระบี่ด้วย วิชาอภินิหารของกระบี่บินไม่ธรรมดา ไม่แน่ว่าหันอวี่ซู่อาจจะปลีกตัวออกมาไม่ได้จริงๆ”

“มีเหตุผลพอให้เข้าใจได้ แต่กฎระเบียบที่กำหนดไว้แล้วมิอาจแก้ไขได้ หากยังมีอีกครั้ง เขาก็ไม่ต้องมาเข้าร่วมการประชุมแล้ว หากถูกขังอยู่ในสวนกงเต๋อตลอดก็ยังดี อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ต้องตาย”

ไม่เหมือนกับเก้าอี้สี่ตัวที่ไม่เคยมีใครมานั่ง มองตำแหน่งว่างเปล่าของ ”คนคุ้นเคย” เหล่านั้นก็ทำให้ทุกคนที่มานั่งอยู่ที่นี่มีอารมณ์แตกต่างกันไป

ตำแหน่งเหล่านี้ ต่อให้วันหน้ามีคนมานั่งก็ต้องเปลี่ยนคนใหม่

ยกตัวอย่างเช่นสิงกวานหาวซู่ได้เดินทางไปยังใต้หล้ามืดสลัว ทุกวันนี้อยู่ในนครเสินเซียวของป่ายอวี้จิงแล้ว

แล้วนับประสาอะไรกับที่หาวซู่เป็นฝ่ายยกตำแหน่งให้ผู้อื่นด้วยตัวเอง ให้ลูกศิษย์อย่างตู้ซานอินมานั่งแทนตำแหน่งที่ว่างลง ในการประชุมคราวก่อน หนึ่งในหัวข้อการประชุมก็คือปรึกษากันเรื่องนี้ และก็ผ่านมติแล้ว

ดังนั้นตำแหน่งของหาวซู่ ครั้งนี้จึงเปลี่ยนให้ตู้ซานอินมานั่งแทนตำแหน่งที่ว่างลง

คือผู้ฝึกกระบี่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีชาติกำเนิดมาจากกำแพงเมืองปราณกระบี่ มีนามว่าตู้ซานอิน

เขาเพิ่งมาเข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งแรก ตู้ซานอินไม่ได้รู้สึกขลาดกลัว กลับกันยังนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน

เขาทั้งอยากจะเจออิ๋นกวานหนุ่มผู้นั้นที่นี่ แล้วก็ไม่อยากจะให้เฉินผิงอันปรากฏตัวที่นี่ด้วย

มีผู้ฝึกตนสอบถามคนที่มาใหม่ผู้นี้ แม้จะรู้ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย แต่ก็ยังไม่ได้เรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมาโดยตรง

”ข้าอยากได้สาวใช้จี๋ชิงที่อยู่ข้างกายเจ้า เจ้าตั้งราคามาได้เลย เชิญเปิดราคาให้สูงได้ตามสบาย ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ข้าตกใจกลัว”

ตู้ซานอินกล่าว ”ขอแค่รับประกันว่าภายในร้อยปีข้าจะเป็นบินทะยานได้ วันนี้ข้าก็จะยกจี๋ชิงให้เจ้าเลย”

คนผู้นั้นหลุดหัวเราะพรืด “ทุกวันนี้ข้าผู้อาวุโสเพิ่งจะเป็นขอบเขตเซียนเหริน ข้อเสนอนี้ของเจ้าทำให้คนอื่นลำบากใจเกินไปแล้ว ถอยมาก้าวหนึ่งก็แล้วกัน รับประกันว่าจะให้เจ้าได้เป็นเซียนกระบี่ ความเป็นไปได้มีไม่น้อย”

เซียนเหรินถ่ายทอดวิชาบินทะยาน?

คนหนุ่มกำลังฝันอยู่หรือไร

ตู้ซานอินผู้นี้ไม่เสียแรงที่เป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของหาวซู่ มีอาจารย์ที่ดีเป็นที่พึ่ง เวลาพูดจาถึงได้น้ำเสียงแข็งกระด้างเช่นนี้

ยามที่อยู่ในคุกของกำแพงเมืองปราณกระบี่ เด็กสาวจี๋ชิงที่ตัวติดกันเป็นเงากับฉางมิ่ง ฝ่ายแรกคือการจำแลงบนมหามรรคาของเงินเหรียญทองแดงแก่นทอง ส่วนจี๋ชิงก็คือร่างจำแลงเงินบรรพบุรุษของเงินฝนธัญพืชบนโลกมนุษย์

ตู้ซานอินเป็นฝ่ายถามว่า “ร่างจำแลงของ “น้ำพุต้นตระกูล” ผู้นั้น ทุกวันนี้ซ่อนตัวอยู่ที่ใด พวกเจ้ามีใครที่มีข่าวแน่ชัดหรือไม่?”

เหรียญเงินเหรียญแรกในโลกมนุษย์ถูกเรียกขานว่า “น้ำพุต้นตระกูล”

หมื่นปีที่ผ่านมา จำนวนครั้งที่ปรากฏตัวมีน้อยจนนับนิ้วได้ เคยมีร่องรอยที่ปรากฏแค่เพียงวูบเดียวอยู่ในใต้หล้ามืดสลัวและดินแดนพุทธะสุขาวดี คราวก่อนที่เขาเผยร่องรอยก็คือก่อนจะเกิดศึกพิฆาตมังกร ถูกผู้ฝึกตนใหญ่ค้นพบว่าที่แท้ก็ซ่อนตัวอยู่ในหอเก็บคัมภีร์ของวังมังกรใต้ทะเล

ตู้ซานอินเคยรับปากอาจารย์ว่ายามที่ตนฝึกเวทกระบี่ได้ประสบความสำเร็จ พิสูจน์มรรคาเป็นบินทะยานได้ ก็คือวันที่โจรเด็ดบุปผาบนภูเขาจะต้องตายไปอย่างสิ้นซาก

ดูเหมือนว่าเนื่องจากปีนั้นระหว่างที่หนีหายนะ อาจารย์เคยได้รับความช่วยเหลือจากพื้นที่มงคลร้อยบุปผา จึงติดค้างน้ำใจใหญ่เทียมฟ้าครั้งหนึ่ง

หาวซู่ไปอยู่ที่ใต้หล้ามืดสลัว หนี้ครั้งนี้จึงตกลงบนหัวของตู้ซานอินอย่างเป็นธรรมชาติ

ถึงอย่างไรก็เป็นเพราะยังมีประสบการณ์ที่ตื้นเขินจึงไม่มีใครให้ความสนใจผู้ฝึกกระบี่หนุ่มคนนี้

ตู้ซานอินที่หาเรื่องใส่ตัวยังคงมีสีหน้าเป็นปกติ รับฟังข่าวสารที่ยากจะได้เห็นบนรายงานภูเขาสายน้ำทั้งหลายอย่างอดทน

“ท่านผู้นั้นของใต้หล้าห้าสี นางมาที่ใต้หล้าไพศาลได้ไม่นานก็ไปเยือนดินแดนของนครเฟิงตูมารอบหนึ่ง ออกกระบี่อำมหิตนัก”

แน่นอนว่าไม่กล้าเรียกชื่อหนิงเหยาออกมาตรงๆ

“สามารถมั่นใจได้เลยว่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภหลิวของธวัลทวีปได้เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตสิบสี่แล้ว”

“เจินเหรินผู้เฒ่าท่านนั้นของอุตรกุรุทวีปผสานมรรคาสำเร็จแล้ว”

“ทางฝั่งของธวัลทวีป นอกจากเทพเจ้าแห่งโชคลาภหลิวที่ผสานมรรคาอยู่ในศาลบรรพชนบ้านตัวเองสำเร็จแล้วก็ยังมีขอบเขตสิบสี่ใหม่อีกคนหนึ่งที่ผสานมรรคาได้ไล่เลี่ยกันด้วยไม่ใช่หรือ? ใช่คนแซ่เหวยผู้นั้นหรือไม่?”

“ทางฝั่งภูเขาเฉวียนเจียวของฝูเหยาทวีปมีความเคลื่อนไหวไม่เล็กเลยนะ ได้ยินมาว่ามีคนมหัศจรรย์มากมายปรากฏตัว”

“ภูเขาลูกนั้นของภูเขาลั่วพั่ว รากฐานยิ่งลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้งแล้ว ฮ่าๆ สตรีบางคนที่เคยเป็นเพื่อนบ้านกับเขาก็ไม่รู้ว่าทุกวันนี้จะรู้สึกอย่างไร”

“การประชุมในวันนี้ไม่เหมือนที่ผ่านๆ มา อันดับแรก เจ้าของเก้าอี้สี่ตัวที่ตำแหน่งอยู่ตรงข้ามกันจะปรากฏตัวทุกคน อันดับต่อมา วันนี้พวกเราจะต้องปรากฏตัวด้วยรูปโฉมที่แท้จริง คนที่ไม่ยินดีจะเผชิญหน้ากับคนอื่น ตอนนี้ก็สามารถจากไปได้เลย”

แม้ว่าในใจแต่ละคนจะมีความคิดต่างกันไป และแต่ละคนต่างก็ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีใครเลือกที่จะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากที่แห่งนี้

มีคนที่ค่อนข้างจะลังเล ถามคำถามที่เป็นกุญแจสำคัญซึ่งดูคล้ายว่าจะไม่มีใครสืบเสาะให้ลึกซึ้ง “ตอนนั้นที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา มีวัตถุประสงค์คืออะไร?”

เก้าอี้ว่างเปล่าสี่ตัวที่อยู่ตรงข้ามกัน สองด้านต่างก็มีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว

คนหนึ่งในนั้นคือนักพรตร่างเล็กเตี้ยที่ทั่วร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งมรรคาเปี่ยมล้น ในมือถือธงขนาดจิ๋วอันหนึ่ง นักพรตข้ามใต้หล้ามายังที่แห่งนี้

นักพรตเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ”คิดไม่ถึงเลยว่าคนรู้จักในอดีตจะลาลับไปมากขนาดนี้ อยากจะพูดคุยรำลึกความหลังสักสองสามประโยคก็กลายเป็นความเพ้อฝันไปแล้ว”

อีกคนหนึ่งกลับทำให้ผู้คนตกตะลึงอย่างหนัก เพราะเขาถึงกับเป็นเหวยเซ่อเจ้าของเจ็ดสิบสองยอดเขาแห่งธวัลทวีป เขาที่สามพันปีที่ผ่านมาแทบไม่เคยออกมาข้างนอก เวลานี้มายืนอยู่ข้างเก้าอี้ตัวนั้นคล้ายจะไม่รีบร้อนนั่งลง เพียงแค่ยื่นมืออกมาจับประคองพนักเก้าอี้ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า

“ในอดีตข้าเองก็เคยถามคำถามข้อนี้เหมือนกัน ดูเหมือนว่าจะมีต้นกำเนิดมาจากผลงานชิ้นนั้นของเจ้าลัทธิลู่ ในและนอกต่างก็มีบทความอยู่บทหนึ่ง แบ่งออกเป็นชื่อว่า ”สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียว” และ “หีบสมบัติที่ถูกปล้นชิง” ดังนั้นคำตอบจึงอยู่สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียวที่เป็นฝ่ายใน และฝ่ายนอกคือหีบสมบัติที่ถูกปล้นชิง”

ทุกคนต่างก็เริ่มขบคิดถึงความหมายลึกซึ้งที่แฝงอยู่ในเรื่องนี้

นักพรตบางคนที่ตอนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งเคยยิ้มแป้นพูดประจบพยายามตีสนิทหุนเจ่อผู้นั้นพลันอึ้งงันเป็นไก่ไม้ กว่าจะคืนสติกลับมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย

นักพรตหนุ่มที่สวมกวานดอกบัวบนศีรษะเริ่มตีอกชกตัว พูดอย่างเจ็บปวดรวดร้าวใจว่า

“สหาย พวกเจ้าอย่าได้หลอกทำร้ายผินเต้าอีกเลย! ไม่ว่าพวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เอาเป็นว่าผินเต้าไม่เคยเขียนบทสรรพสิ่งคือหนึ่งเดียวหรือบทหีบสมบัติที่ถูกปล้นชิงอะไรทั้งนั้น! พวกเจ้าใส่ความกันชัดๆ พวกเจ้าทำร้ายคนดี ใส่ร้ายคนซื่อกันถึงเพียงนี้!

ผินเต้าก็เป็นคนที่มีอาจารย์มีศิษย์พี่ให้พึ่งพาเหมือนกันนะ ถอยไปพูดหมื่นก้าว พวกเรายังเป็นคนบ้านเดียวกันด้วย เดินมาเจอกันบนถนนสองฝ่ายต่างก็ต้องน้ำตาคลอ ไฉนถึงทำแบบนี้ได้…”

ลู่เฉินพลันหยุดพูด เพราะเขาพบว่าหุนเจ่อผู้นั้นเผยสีหน้าคิดหนักเป็นครั้งแรก มองไกลๆ ไปยังน้ำวนบางแห่งที่ถูกอำพรางไว้ในแม่น้ำแห่งกาลเวลา

ณ ตำแหน่งนั้น เจิ้งจวีจงเจอตัวผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่ที่ยากจะยืนยันให้แน่ใจว่าอยู่ในสถานที่นี้เวลานี้หรือว่าอยู่ในอนาคตกันแน่

เขายิ้มบางๆ เอ่ยว่า “สหายมีความอดทนดีเยี่ยมจริงๆ เว้นเสียจากว่าเผชิญหน้ากัน หาไม่แล้วไม่ว่าอย่างไรเฉินผิงอันก็คงเดาไม่ออกว่าเป็นเจ้า”

“ในเรื่องนี้ หม่าขู่เสวียนออกปริศนาที่ดีมากๆ ให้แก่เฉินผิงอันอย่างแท้จริง”

“เพราะถึงอย่างไรเนื่องจากปีนั้นไม่ได้ไปทวงเงินไม่กี่สิบตำลึงนั้นมา ในเรื่องนี้ หากว่ากันตามความหมายที่เข้มงวดแล้ว ไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเฉินผิงอัน แล้วก็ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเจ้าเช่นกัน พวกเจ้าสองคนเดินมาถึงตรงหน้าคนในเหตุการณ์แล้วแต่แท้ที่จริงกลับไม่ได้พูดอะไรสักประโยค”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!