เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1137

บทที่ 1137.2 ได้เจอกับเฉินผิงอันอีกครั้ง
ใบหน้าของสวีหย่วนเสียแดงก่ำ พลันไม่รู้ว่าควรจะพูดตอบให้มีมารยาทอย่างไรดี

เด็กชายผมขาวที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน ในมือถือกระดาษและพู่กัน ปากก็ท่องพึมพำว่า “เดินทางด้วยกัน เดินทางด้วยกัน ระยะทางหมื่นลี้ ตาเห็นหูได้ยิน บันทึกจดไปทีละอย่าง พรรณนาทัศนียภาพนับหมื่น จรดพู่กันราวบุปผาผลิบาน”

เฉินผิงอันพาสวีหย่วนเสียเดินขึ้นเขาไปด้วยกัน

เซียนเว่ยมีสีหน้าเสียดายอยู่บ้างเล็กน้อย เอ่ยว่า “อาจารย์เสี่ยวโม่ ที่เรือนพ่อครัวเฒ่าเพิ่งจะเลิกกินอาหารมื้อดึกกันไปได้ไม่นานเอง”

เสี่ยวโม่พยักหน้ายิ้มเอ่ย “พรุ่งนี้ค่อยไปกินด้วยกัน”

เซียนเว่ยพยักหน้า “แบบนี้ก็ดีน่ะสิ”

มีเสี่ยวโม่อยู่ด้วย มื้อดึกของวันพรุ่งนี้ก็มีความเป็นไปได้แล้ว คืนนี้พ่อครัวเฒ่าถามจงเชี่ยนไปประโยคหนึ่งว่า พรุ่งนี้ต้องการให้ไปเปิดร้านอาหารที่ยอดเขาอิงอวี่ที่ปรมาจารย์ใหญ่จงสอนหมัดอยู่หรือไม่ หลีกเลี่ยงไม่ให้ท่านผู้อาวุโสต้องไปมาหลายเที่ยว

ตอนนั้นจงเชี่ยนคาบไม้จิ้มฟัน บอกว่าหลังกินข้าวต้องเดินร้อยก้าวถึงจะมีชีวิตอยู่ได้เก้าสิบเก้าปี ไม่ต้องยุ่งยากแบบนี้หรอก เดินแค่ไม่กี่ก้าวไม่เป็นไรหรอก พ่อครัวเฒ่ายิ้มถามว่าถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่ต้องขอบคุณเจ้าหรอกหรือ? จงเชี่ยนแคะฟันพลางพูดไปด้วยว่าพี่น้องสนิทกัน ไม่ต้องพูดจาห่างเหินกันหรอก มิตรภาพล้วนอยู่ในชามเหล้าและจานกับข้าวหมดแล้ว

เซียนเว่ยที่อยู่ด้านข้างตามองหูฟัง กังวลว่าพรุ่งนี้พ่อครัวเฒ่าจะเพิ่มอะไรใส่ลงไปในกับข้าวหรือไม่ แต่หากว่ามีเสี่ยวโม่ไปด้วยก็ปลอดภัยแล้ว

เซี่ยโก่วหัวเราะร่าเอ่ยว่า “เซียนเว่ยอ่า ได้เจอกับผู้ถวายงานอันดับรองแล้วยังไม่รีบคารวะอีกหรือ”

เซียนเว่ยยิ้มกระอักกระอ่วน จนปัญญายิ่งนัก แม่นางเซี่ยมักจะชอบเอาเรื่องที่ตนเป็นนักพรตตัวปลอมมาล้อเลียนเสมอ

เสี่ยวโม่ขมวดคิ้ว “อย่าเหลวไหล”

เซี่ยโก่วร้องโอ๊ย ดูเหมือนขาจะแพลงนะ แล้วก็เอนกายเข้าหาเสี่ยวโม่ ผลคือถูกเสี่ยวโม่ยื่นมือมาดันหมวกขนเตียวเอาไว้ ดวงตาของเด็กสาวหยีลง โคลงศีรษะไปมา

ทางฝั่งของเส้นทางภูเขา เดินขึ้นบันไดไปด้วยกัน เฉินผิงอันยกมือชี้โน่นชี้นี่ไม่หยุด น่าจะกำลังเล่าเรื่องของยอดเขาต่างๆ ที่อยู่ใต้อาณัติของภูเขาลั่วพั่วให้สวีหย่วนเสียฟัง

เจ้าขุนเขามีท่าทางลำพองใจ คิ้วตาเบิกบาน ฮึกเหิมเปี่ยมชีวิตชีวา ผู้เฒ่าที่เส้นผมเป็นสีขาวโพลนแต่เอวยืดตรงเอาสองมือไพล่หลังมองตามนิ้วของเฉินผิงอันไป บางครั้งก็พยักหน้าพูดสองสามประโยค

ทางฝั่งของตีนเขา เงาร่างของคนทั้งสองยิ่งเดินก็ยิ่งห่างไปไกล ทว่าเสียงหัวเราะของพวกเขายิ่งนานกลับยิ่งดัง

……

ก่อนหน้านี้เติ้งเจี้ยนผิงถูกเซี่ยโก่วพามาที่ภูเขาลั่วพั่ว เอาเขาไปโยนไว้ที่หอบูชากระบี่แล้วก็ไม่สนใจอีก ทิ้งไว้แค่ประโยคเดียวว่าหากรู้สึกเบื่อก็ให้ไปหากานธรรมดาที่ภูเขาเทียวอวี๋

หอบูชากระบี่ตั้งอยู่ในหนึ่งในภูเขาใต้อาณัติ เติ้งเจี้ยนผิงที่ถือไม้เท้าไผ่เขียวอยู่ในมือมึนงงอยู่บ้าง อยู่ดีๆ ทะเล่อทะล่าไปหาผู้ถวายงานแซ่กานผู้นั้นต้องไม่เหมาะสมแน่นอน

แต่เพียงไม่นานก็มีเด็กชายชุดขาวคนหนึ่งเดินออกมาจากกระท่อมที่เรียบง่าย ในมือนิ้วกาน้ำชาจื่อซาใบหนึ่ง ถามเหมือนคนแก่ว่า “เทพเซียนจากที่ใด?”

เติ้งเจี้ยนผิงรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง รู้สึกว่าพอมาถึงอาณาเขตของภูเขาลั่วพั่วแล้วบอกว่าตัวเองคือลูกศิษย์ที่อาจารย์พ่อรับมาใหม่ก็ออกจะน่าอึดอัดอยู่บ้าง เติ้งเจี้ยนผิงจึงได้แต่บอกไปครึ่งเดียว เขาบอกชื่อของตัวเองไปก่อน แล้วค่อยบอกว่าตัวเองคือผู้ฝึกกระบี่ที่มาจากอุตรกุรุทวีป เพิ่งจะแยกกับเจ้าขุนเขาที่อำเภอเซียนโหยว เป็นเซี่ยอันดับรองที่พาตนมาส่งที่นี่

พอป่ายเสวียนได้ยินคำว่าอำเภอเซียนโหยวก็พยักหน้า “ในเมื่อรู้จักพี่ใหญ่สวีก็ต้องไม่ใช่โจรร้ายขวัญกล้าเทียมฟ้าที่แอบขึ้นเขามาแน่นอน ผู้ฝึกกระบี่ที่ทุกวันนี้คิดแต่อยากจะกราบใต้เท้าอิ่นกวานขอเรียนวิชามีมากมายดารดาษ ข้าต้องจับตามองสักหน่อย”

เติ้งเจี้ยนผิงยิ่งไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร

ป่ายเสวียนมองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้แล้วถามว่า “เป็นผู้ฝึกกระบี่เหมือนกันหรือ?”

เติ้งเจี้ยนผิงพยักหน้า “เป็นผู้ฝึกกระบี่”

ป่ายเสวียนถาม “อายุเท่าไร ขอบเขตอะไรแล้ว”

เติ้งเจี้ยนผิงตอบ “อยู่ในวัยไม่สับสน (อายุสี่สิบปี) เพิ่งจะเป็นโอสถทอง”

ป่ายเสวียนถลึงตากว้าง ““เพิ่งจะ” หรือ ช่างพูดจาใหญ่โตนัก!”

เติ้งเจี้ยนผิงพูดต่อไม่ถูก

คิดไม่ถึงว่าเด็กน้อยนั่นจะแหงนหน้ากระดกดื่มชาโก่วฉี่หนึ่งอึกแล้วพยักหน้า “อายุมากขนาดนี้แล้วเพิ่งจะเป็นโอสถทอง คุณสมบัติแย่อยู่สักหน่อยจริงๆ แต่ไม่เป็นไร ความขยันหมั่นเพียรสามารถชดเชยข้อบกพร่องได้ เป็นเพื่อนบ้านกับข้าแล้วก็อย่าได้รู้สึกกดดันจนเป็นเหตุให้จิตแห่งมรรคาไม่มั่นคง”

เติ้งเจี้ยนผิงไม่รู้จะต่อคำอย่างไร

ป่ายเสวียนยังคงพูดของตัวเองต่อไปว่า “จะแนะนำตัวให้เจ้ารู้จักก็แล้วกัน ข้าชื่อป่ายเสวียน ป่ายเดียวกับป่ายเหย่ เสวียนเดียวกับอวี๋เสวียน….”

เติ้งเจี้ยนผิงได้แต่เงียบงัน

ผลคือมีเงาร่างหนึ่งมาถึงข้างกายป่ายเสวียนอย่างเงียบเชียบ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นแล้วก็ตวัดลงไป มะเหงกเน้นๆ หล่นลงบนหัว เขกจนป่ายเสวียนร้องจ๊าก

เติ้งเจี้ยนผิงตกตะลึงอยู่ในใจ เด็กสาวคนนั้นพูดเข้าประเด็นทันที “เติ้งเจี้ยนผิง เจ้าคือลูกศิษย์ที่อาจารย์พ่อของข้ารับมาใหม่หรือ?”

เติ้งเจี้ยนผิงซื่อใบ้พูดไม่ออก

กวอจู๋จิ่วยิ้มกล่าว “เดาได้ง่ายจะตายไป ใช่แล้ว ข้าชื่อกวอจู๋จิ่ว มาจากกำแพงเมืองปราณกระบี่เหมือนกับป่ายเสวียน สนิทกับอุตรกุรุทวีปของพวกเจ้ามาก ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ให้สนิทแน่นแฟ้นกันมากขึ้นอีก?”

เติ้งเจี้ยนผิงคืนสติกลับมา กอดไม้เท้าไว้ในอ้อมอก ก้มหัวกุมหมัด “เติ้งเจี้ยนผิงคารวะศิษย์พี่หญิงกวอ”

กวอจู๋จิ่วหงายฝ่ามือขึ้นด้านบนแล้วยกขึ้น พูดหน้าเคร่งว่า “ศิษย์น้องไม่ต้องมากพิธี”

บทที่ 1137.2 ได้เจอกับเฉินผิงอันอีกครั้ง 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!